วัดไผ่ล้อม รับเผาเหยื่อโควิดรายวันอีก 1 ศพ เป็นอดีตธิดาช้างบางน้ำผึ้ง “หลวงพี่น้ำฝน” เมตตาทำพิธีให้อย่างสมเกียรติ

0
44

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 ที่ฌาปนสถานวัดไผ่ล้อม ตำบลพระปฐมเจดีย์อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ได้มีพิธีฌาปนกิจศพนายสุธิพงษ์ พูลสมบัติ  อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง มีตำแหน่งเป็นธิดาช้างบางน้ำผึ้ง ซึ่งมีน้ำหนักตัวมากถึงเกือบ 300 กิโล และเป็นชาวตำบลลานตากฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งเสียชีวิตจากโรงพยาบาลนครปฐม ด้วยอาการปอดติดเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด-19  และญาติได้นำมาฌาปนกิจที่วัดไผ่ล้อม โดยมีพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เป็นประธานในพิธี

เมื่อรถตู้จากโรงพยาบาลนำศพเลื่อนเข้ามาเจ้าหน้าที่ได้ทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ โดยเจ้าหน้าที่ถึง 6 คน ช่วยกันยกโลงศพที่หนักมากอย่างทุลักทุเล แต่เมื่อยกขึ้นถึงบริเวณพื้นหน้าช่องเตาเผาเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถยกต่อได้ด้วยน้ำหนักมาก จึงต้องใช้วิธีการเข็นโลงศพไปตามพื้นจนถึงเตาเผาศพก่อนยกเข้าในเตาอย่างยากลำบาก ด้วยขนาดของโลงศพที่ต้องสั่งทำเป็นพิเศษ

จากการสอบถามนายศิระ อ่องคำ อายุ 33 ปี เพื่อนรุ่นน้องที่เคยทำงานอยู่ด้วยกันได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่านายสุธิพงษ์ มีชื่อเล่นว่าป๊ะ เป็นสาวประเภทสอง มีอาชีพช่างแต่งหน้า และจัดอีเว้นตามงานต่างๆ รวมทั้งยังชื่นชอบในการประกวดนางงาม(ธิดาช้างจำแลง) ที่มีน้ำหนักมาก และชนะการประกวดได้รางวัลมาแล้วมากมาย  ซึ่งป๊ะโดยปกติเขามีน้ำหนักตัวเยอะอยู่แล้วแต่เขาก็ใช้ชีวิตได้ปกติ ได้ ไปแต่งหน้าให้ลูกค้าจนมาถึงช่วงป่วยก็ไม่ได้พบกันเลย ผลจากการตรวจของแพทย์พบว่าติดเชื้อโรคโควิด-19 และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนครปฐม ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน เป็นต้นมา จนมาถึงวันที่ 20 เมษายนก็เข้าไอซียู ซึ่งเขามีอาการเหนื่อยหอบง่าย และก็เริ่มดีขึ้น แต่เมื่อคืนวันที่ 11 พฤษภาคม เชื้อโรคได้ลงปอดทำให้เสียชีวิตลง

หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม กล่าวว่า วันนี้มีการติดต่อจากโรงพยาบาลนครปฐม มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 อีก 1 ศพ ก็เป็นเรื่องที่หน้าเสียใจ ผู้เสียชีวิตนั้นมีน้ำหนักร่วมสามร้อยกิโลกรัม เป็นอดีตธิดาช้างจำแลง ด้วยน้ำหนักตัวที่เยอะมากและเป็นที่รักของเพื่อนๆ เยอะแยะมากมาย วัดไผ่ล้อมก็ได้ประกอบพิธีให้ผู้วายชนม์อย่างสมเกียรติ และญาติที่ไม่ได้มาร่วมพิธีก็สามารถชมไลฟ์สดได้ที่เพจหลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อม

ในการนี้หลวงพี่น้ำฝนได้ให้โอวาทแก่ญาติๆ ว่า การทำพิธีให้โยมสุธิพงษ์ถือว่าทำได้สมบูรณ์แบบแล้วถึงจะไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนกัน แต่เราก็ได้ทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีทางพระพุทธศาสนา เราจะมาสวดแบบหลายๆวันมันไม่ได้แล้ว ต้องทำตามที่รัฐบาล ทางราชการกำหนด แต่เราก็ทำครบถ้วนตามพิธีบำเพ็ญกุศลศพให้แก่ผู้วายชนม์ไปแล้ว ขอให้โยมสบายใจ เราเกิดมาเป็นคนไทยก็ยังมีโอกาสที่จะทำอะไรตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทยของเราได้ครบถ้วน ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้กับญาติโยมทั้งหลาย ให้มีความสุขทั้งทางและทางใจ ขอเจริญพร