“วัดแสนสุข” ติดกล้องไลฟ์สด! คุมเข้ม นักธรรม โท-เอก เจ้าคณะเขตมีนบุรี ชี้เพื่อเป็นต้นแบบในการสอบทุกสนามสอบ

0
1169

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่กองธรรมสนามหลวงได้กำหนดสอบธรรมศึกษาสนามหลวง โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม(มส.)  กำหนดให้ นักเรียนนักธรรมและธรรมศึกษา เข้าสอบวัดความรู้การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ตามหลักสูตรของคณะสงฆ์ พร้อมกันทั่วราชอาณาจักร ในวันและเวลา ดังนี้ นักธรรมชั้นตรี สอบระหว่างวันที่ 18-21 ตุลาคม 2561 นักธรรมชั้นโท-เอก สอบวันที่ 24-27 พฤศจิกายน 2561 และวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561 (แรม 2 ค่ำ เดือน 12)  เวลา 13.00 – 16.00 น. สอบวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561 (แรม 3 ค่ำ เดือน 12) เวลา 13.00 – 16.00 น. สอบวิชาธรรม วันจันทร์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ (แรม 4 ค่ำ เดือน 12) เวลา 13.00 – 16.00 น. สอบวิชาพุทธ และวันอังคารที่ ๒๗ พฤศจิกายน 2561 (แรม 5 ค่ำ เดือน 12) เวลา 13.00 – 16.00 น. สอบวิชาวินัย

สำหรับนโยบายเชิงรุกเพื่อกระจายการศึกษานักธรรม สมเด็จพระวันรัตน์  (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต ป.ธ.9) วัดบวรนิเวศวิหาร ในฐานะแม่กองธรรมสนามหลวง ได้มีนโยบายที่จะให้แต่ละตำบลตั้งเป็นศูนย์นักธรรม เพื่อจะได้รวบรวมพระภิกษุสามเณรในแต่ละตำบลมาเรียนรวมกัน และจะจัดการเรียนการสอนพร้อมทั้งสนับสนุนให้การเรียนการสอนหลักสูตรนักธรรมชั้นตรีให้กระจายไปทั่วประเทศ เพราะถือเป็นนโยบายเชิงรุกที่จะจัดการศึกษาให้ไปอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันยังตระหนักถึงความมั่นคงในการรักษาความเป็นไทยให้คงอยู่กับคนไทยบนพื้นแผ่นดินไทย คณะสงฆ์ไทย ภายใต้การบริหารของมส. จึงมุ่งมั่นที่จะเผยแผ่ความรู้ในพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องให้แก่คนไทย ซึ่งเป็นงานที่พระมหาเถระผู้เป็นบูรพาจารย์ได้ถือเป็นสมณกิจบำเพ็ญสืบเนื่องมา นับแต่ครั้งกรุงสุโขทัย

 

บางยุคสมัยพระสงฆ์จักต้องทรงภูมิความรู้ในสรรพศาสตร์ที่จำเป็นต้องการรักษาแผ่นดินให้คงอยู่สืบต่อมา คนไทยต่างยึดวัดเป็นแหล่งแห่งการเรียนรู้หลักวิชาในการดำเนินชีวิต ตราบจนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา ที่นำคนไทยให้พ้นห่างจากวัด ไปสู่วิถีทางแห่งการศึกษาที่มุ่งเน้นแต่ความรู้ในการดำเนินชีวิต อันเป็นผลให้เกิดความเจริญทางวัตถุ มากกว่าความเจริญทางด้านจิตใจ ทั้งนี้เพื่อให้การสอบนักธรรมของสนามสอบทั่วประเทศมีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ได้พระภิกษุสามเณร มีภูมิความรู้เรื่องธรรมที่แท้จริง รวมทั้งเพื่อเป็นแบบอย่างและต้นแบบในการสอบทุกสนามสอบ คณะสงฆ์ไทย ภายใต้การบริหารของมส. จึงคุมเข้มตั้งแต่การออกข้อสอบที่ไม่มีการรั่วไหล และ การสอบที่โปรงใส่ไม่มีการลอกข้อสอบเด็ดขาด โดยเฉพาะที่สนามสอบ วัดแสนสุข ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร พระครูอุดมจารุวรรณ หรือ หลวงพ่อคำไล้ เจ้าคณะเขตมีนบุรี เจ้าอาวาสวัดบำเพ็ญเหนือ ถึงกับควักปัจจัยในย่ามว่าจ้างบริษัทรับติดตั้งกล้องวงจรปิดขนาดความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ซึ่งสามารถแสดงรายเอียดแบบคมชัดในระ 40-50 เมตร จำนวน 4 ตัว เพื่อเป็นหูเป็นตาช่วยกรรมการคุมสอบ

หลวงพ่อคำไล้ กล่าวว่า คนภายนอก หรือคนทั่วๆ ไป อาจจะมองว่า การสอบนักธรรมของพระเณรนั้นอาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ พระเณรรูปไหนไปเรียนไปสอบอย่างไรก็ผ่าน พระต้องช่วยกันอยู่แล้ว ซึ่งแท้ที่จริงตรงกันข้าม มีการคุ้มเข้มการสอบอย่างสุดๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าพระเณรสอบผ่านนักธรรมชั้นโท และชั้นเอก เป็นพระสังฆาธิการ เป็นพระนักปกครองคณะสงฆ์ในอนาคต ที่ต้องรับหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา บางรูปอาจจะได้เป็นเจ้าอาวาส หรือบางรูปอาจจะได้เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ทั้งนี้หากพิจาณาหัวข้อการสอบนักธรรม จะพบว่าการสอบนักธรรม เพื่อเป็นการวางรากฐานสำหรับพระที่จะเป็น พระนักเทศน์ เจ้าอาวาส และพระนักปกครอง กล่าววิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรมได้ จะทำให้พระเทศน์สอนพุทธศาสนิกชนได้วิชาธรรม และวิชาพุทธ 2 วิชานี้ เป็นข้อมูลเพื่อไปใช้เขียนคำเทศนา สอนพุทธศาสนิกชน ส่วนวิชาวินัย เป็นวิชาเพื่อคุมวัตรปฏิบัติของตนเอง การปกครองสงฆ์ ปกครองวัด การบริหารวัด รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวช้องกับคณะสงฆ์ ทั้งนี้เมื่อเป็นพระจะยกข้ออ้างที่ว่า พระไม่รู้ไม่ได้ เป็นพระรู้พระธรรมวินัยอย่างเดียวไม่พอ ต้องปฏิบัติให้ได้ตามพระธรรมวินัยด้วย

“ความพิเศษของการสอบนักธรรมที่ยังคงเป็นมาตรฐานเกือบ 200 ปี คือวันและเวลาสอบจะเหมือนกันทุกปี คือ วันแรม 2 ค่ำ เดือน 12 – แรม 5 ค่ำ เดือน 12 เวลา 13.00 – 16.00 น. ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ ในประเทศก็ตาม และเป็นการทำข้อสอบแบบอัตนัย หรือเขียนคำตอบด้วยมือเท่านั้น ” หลวงพ่อคำไล้ กล่าว

พร้อมกันนี้ หลวงพ่อคำไล้ ยังเล่าถึงประวัติของการสอบนักธรรมด้วยว่า การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม หรือที่เรียกกันว่า นักธรรม เกิดขึ้นตามพระดำริของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นการศึกษาพระธรรมวินัยในภาษาไทย เพื่อให้ภิกษุสามเณรผู้เป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาสามารถศึกษาพระธรรมวินัยได้สะดวกและทั่วถึง อันจะเป็นพื้นฐานนำไปสู่สัมมาปฏิบัติ ตลอดจนเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างไกลออกไป

การศึกษาพระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ไทยแต่โบราณมา นิยมศึกษาเป็นภาษาบาลี ที่เรียกว่า การศึกษาพระปริยัติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้ยากสำหรับภิกษุสามเณรทั่วไป จึงปรากฏว่า พระภิกษุสามเณรที่มีความรู้ในพระธรรมวินัยอย่างทั่วถึงมีจำนวนน้อย เป็นเหตุให้สังฆมณฑลขาดแคลนพระภิกษุผู้มีความรู้ความสามารถที่จะช่วยกิจการพระศาสนาทั้งในด้านการศึกษา การปกครอง และการแนะนำสั่งสอนประชาชน

ดังนั้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงได้ทรงพระดำริวิธีการเล่าเรียนพระธรรมวินัยในภาษาไทยขึ้น สำหรับสอนภิกษุสามเณรวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นครั้งแรก นับแต่ทรงรับหน้าที่ปกครองวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อ พ.ศ. 2435 เป็นต้นมา โดยทรงกำหนดหลักสูตรการสอนให้ภิกษุสามเณรได้เรียนรู้พระพุทธศาสนา ทั้งด้านหลักธรรม พุทธประวัติ และพระวินัย ตลอดถึงหัดแต่งแก้กระทู้ธรรม

ปีพุทธศักราช 2472 คณะสงฆ์จัดให้มีการสอบธรรมสนามหลวงทั่วราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก โดยมีแม่กองธรรมสนามหลวง เป็นผู้ดำเนินการจัดการสอบ ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา มีพระเถระที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่กองธรรมสนามหลวงสืบมาตามลำดับแล้วจำนวน 7 รูป รูปนั้นคือ  สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต ป.9) วัดบวรนิเวศวิหาร รับตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542

ไตรเทพ ไกรงู รายงาน