วัดต้นแบบรับสงเคราะห์ศพหญิงโควิดรายที่ 5 ของนครปฐม “หลวงพี่น้ำฝน” แนะให้สวมแมส 2 ชั้น

0
31

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ได้เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีฌาปนกิจศพ  นางธนาวดี บัวศิริ อายุ 52 ปี ชาวตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเสียชีวิตด้วยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่โรงพยาบาลนครปฐม โดยมีบุตรหลาน ญาติสนิท และคนในครอบครัว มาร่วมพิธีและไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งในพิธีได้มีสื่อมวลชนทยอยเข้ามาเกาะติดบรรยากาศและการดำเนินการที่วัดไผ่ล้อมจัดไว้เป็นการเฉพาะตามกระบวนการเผาศพติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ปลอดภัย ถูกขั้นตอน เพื่อเป็นต้นแบบให้กับวัดต่างๆ ที่ยังไม่มีความพร้อมแต่ประสงค์จะดำเนินการนำไปเป็นแบบอย่าง

 

ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าว หลวงพี่น้ำฝนได้จัดให้มีการพิธีการอย่างรวบรัดแต่เน้นให้ครบกระบวนการทางพุทธศาสนาทุกขั้นตอน ทั้งการสวดพระอภิธรรม การสวดมาติกาบังสุกุล การกรวดน้ำ รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดเก็บอัฐิ(กระดูก) เพื่อให้คนในครอบครัวนำไปลอยอังคารหรือนำกลับไปทำบุญที่บ้าน โดยทางวัดไผ่ล้อมจัดให้มีการไลฟ์สดถ่ายทอดพิธีให้กับผู้ที่ไม่ได้มาร่วมได้ชมไปพร้อมกับญาติที่อยู่ภายในพิธี และยังสามารถกลับมาดูย้อนหลังได้อีกด้วย โดยขั้นตอนพิธีการทั้งหมดใช้เวลาไม่เกินศพละ 30 นาทีเท่านั้น

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม กล่าวว่า หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้ามัสลินยังคงมีประโยชน์ในการป้องกัน เมื่อทุกท่านออกจากบ้านขอให้ใส่ไว้สองชั้น โดยชั้นในใส่เป็นหน้ากากอนามัย ส่วนชั้นนอกใส่เป็นหน้ากากผ้ามัสลิน จะมีความปลอดภัยแม้ปัจจุบันนี้บุคลากรทางการแพทย์ก็ยังรณรงค์ให้ใส่แมสสองชั้นเพื่อความปลอดภัย และในวันนี้วัดไผ่ล้อมก็ได้จัดพิธีเผาศพผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นศพรายที่ 17 แล้ว ซึ่งก็เหมือนกับทุกๆ ศพที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่าได้พัฒนาการดำเนินการได้ลงตัวและทำให้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ไม่ว่าการป้องกันความปลอดภัยจากการติดเชื้อ การจัดพิธีทางศาสนา รวมถึงการไลฟ์สดพิธีการเพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตที่ไม่ได้มาด้วยนั้นได้รับชม และร่วมกันส่งดวงวิญญาณไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่วัดไผ่ล้อมได้นำมาใช้ในทุกมิติของการทำพิธี

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวอีกว่า ช่วงนี้จังหวัดนครปฐมมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นและมีผู้เสียชีวิตเป็นคนนครปฐม ทำให้การประเมินสถานการณ์ครั้งนี้ต้องตระหนักให้มาก แม้จะมีการใช้วัคซีนบ้างแล้วแต่ก็ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยทางวัดได้รับการประสานเผาศพมาอย่างต่อเนื่องทุกวัน และยังพร้อมตั้งรับเพื่อช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งสามารถรับเผาศพได้ตั้งแต่เช้าถึงเย็นไม่เกิน 3 ศพ  โดยสิ่งที่ทำนั้นไม่ได้มาทำเพียงช่วงนี้เท่านั้น แต่ได้ทำมาแล้วกว่า 20 ปี ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่เคยเกิดวิกฤติของผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์สถานการณ์ก็คล้ายกัน อาตมาก็รับดำเนินการมาก่อนที่ไหนๆ สถานการณ์โควิด-19 ทางวัดไผ่ล้อมก็รับดำเนินการมาแล้ว 1 ปี ไม่ใช่เพิ่งมาทำ และที่สำคัญคือมีเรามีกองทุนสวดเผาฟรี ที่ไม่เคยเรียกรับเงินในการดำเนินการในรายที่ไม่พร้อม หากใครที่พร้อมจะร่วมทำบุญเช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ หรือหยอดปัจจัยบริจาคลงในกล่องโครงการฯ ซึ่งก็จะนำไปช่วยเหลือจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ เช่นโลงศพ อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเผาศพ ซึ่งช่วงนี้ก็มีคนใจบุญที่มีความพร้อมสอบถามที่จะขอสนับสนุนค่าน้ำมัน ค่าดำเนินการร่วมกับทางวัดไผ่ล้อม ใครที่อยากทำบุญในช่วงนี้ก็ขอให้แจ้งความประสงค์เข้ามา

“อาตมา รู้สึกปีติในช่วงนี้ขึ้นมาบ้างเพราะเห็นจากข่าวมีหลายวัดจากทั่วประเทศประกาศที่จะรับเผาศพที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีญาติโยมมาบอกว่ารู้สึกอุ่นใจมากขึ้นที่วัดนั้นๆ ได้แสดงเจตนาในการจัดพิธีฌาปนกิจให้ญาติเขา พี่น้องเขา เพื่อนเขา โดยที่ไม่ต้องมานั่งค้นหาจากอินเตอร์เน็ตหรือสอบถามหาวัดที่รับประกอบพิธีให้กับผู้ที่ติดเชื้อ ซึ่งก็ก็หวังว่าเหตุการณ์ที่จะต้องนำศพมาเผากลางแจ้งแบบประเทศอินเดียจะไม่ปรากฏในบ้านเราอย่างแน่นอน อาตมาเชื่อมั่น” หลวงพี่น้ำฝน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า  สำหรับวันนี้(3 พ.ค.) จังหวัดนครปฐม เกิดทุบสถิติใหม่เป็นครั้งแรก เมื่อพบผู้ป่วยรายใหม่ 50 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 833 ราย รักษาอยู่ 424 ราย รักษาหายแล้ว 402 ราย และเสียชีวิตสะสม 5 ราย