วธ.ย้ายแล้วไปที่ทำการใหม่ตั้งแต่ 1 ก.ย. รองรับการพัฒนาองค์ความรู้ทางศิลปวัฒนธรรม เอื้อต่อการเรียนรู้ระดับสากลได้มาตรฐาน

0
204

สำนักข่าว Thai R News – นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้สร้างอาคารที่ทำการกระทรวงแห่งใหม่ ณ ถนนเทียนร่วมมิตร กรุงเทพฯ (ติดกับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) ล่าสุดการดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ จึงได้กำหนดย้ายที่ทำการของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัด ได้แก่ สำนักงานปลัด วธ. กรมการศาสนา(ศน.) สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย จากอาคารธนาลงกรณ์ ปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี ซึ่งเป็นที่ทำการเดิม ทั้งในส่วนการย้ายเอกสาร สิ่งของ และอุปกรณ์การทำงานภายในเดือนสิงหาคม และทุกหน่วยงานจะเริ่มปฏิบัติงานที่ทำการแห่งใหม่ในวันที่ 1 ก.ย. ทั้งนี้ จากการประชุมผู้บริหาร วธ. ที่ประชุมมีการหารือถึงการอำนวยความสะดวกแก่ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง ในช่วงที่มีการย้ายที่ทำการกระทรวง ซึ่งจากการสำรวจเส้นทางการเดินทางของบุคลากรทั้งหมด ได้กำหนดจัดรถตู้โดยสารให้บริการ 2 จุด ได้แก่บริเวณหน้าอาคารธนาลงกรณ์ ถนนปิ่นเกล้า และหน้าห้างเซ็นทรัล เวสต์เกต เพื่ออำนวยความสะดวกในระยะแรกให้เกิดความคล่องตัวในการทำงาน สำหรับประชาชนที่ต้องการติดต่อราชการ วธ. สอบถามรายละเอียดได้ที่ สายด่วนวัฒนธรรม 1765

ปลัด วธ. กล่าวต่อไปว่า อาคารที่ทำการใหม่ของ วธ.และอาคารหอศิลป์ร่วมสมัย คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2562 ถือเป็นการดำเนินงานระยะที่ 1 ของโครงการพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยให้เป็นพื้นที่บริการทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติ (International Cultural Gateway) ขณะนี้เริ่มดำเนินงานในระยะที่ 2 มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น การก่อสร้างอาคารศูนย์ประชุม สัมมนาและจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ อาคารโรงละครแห่งใหม่ และอาคารศูนย์ข้อมูลองค์ความรู้ทางศิลปวัฒนธรรม เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปีของรัฐบาล นโยบายพัฒนาสู่ประเทศไทย 4.0 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) สังคมไทยจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพความพร้อมในด้านองค์ความรู้ โดยเฉพาะองค์ความรู้บนพื้นฐานความเป็นไทยและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ในระบบและนอกระบบที่มีมาตรฐาน อาทิ ศูนย์วัฒนธรรม โรงละคร หอศิลป์ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนในสังคมสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ในสังคมโลกได้อย่างสะดวก รวดเร็วและถูกต้อง ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น