วธ. ปล่อยขบวนรถแห่เทียนพรรษา 10 ต้น ถวายพระอารามหลวง 10 วัด สืบทอดประเพณีโบราณ เทศกาลอาสาฬหบูชา – เข้าพรรษา 2561

0
1515

สำนักข่าว thairnews – วันนี้ (25 กรกฎาคม 2561) เวลา 08.00 น. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถแห่เทียนพรรษา งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ประจำปี พ.ศ. 2561  พร้อมด้วย นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนกระทรวงต่าง ๆ สภาวัฒนธรรมเขตกรุงเทพมหานคร องค์กรเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา สถานศึกษา และชุมชนคุณธรรม เข้าร่วมในพิธี

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) โดยกรมการศาสนา(ศน.) จัดพิธีปล่อยขบวนรถแห่เทียนพรรษา เพื่อนำไปถวายพระอารามหลวง 10 วัด ได้แก่ 1. วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม มีศูนย์มานุษยวิทยา (องค์การมหาชน) และโรงเรียนวัดราชบพิธ เป็นเจ้าภาพ 2. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม มีสำนักปลัดกระทรวงวัฒนธรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีพงษ์สวัสดิ์ และโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เป็นเจ้าภาพ 3. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ มีสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และโรงเรียนวัดมหาธาตุ เป็นเจ้าภาพ  4. วัดบวรนิเวศวิหาร มีกรมการศาสนา มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ และโรงเรียนวัดบวรนิเวศ เป็นเจ้าภาพ 5. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม มีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย และวิทยาลัยตั้งตรงจิตรพาณิชยการ เป็นเจ้าภาพ 6. วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม มีกรมการศาสนา เป็นเจ้าภาพ 7. วัดชนะสงคราม มีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทย และวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ นนทบุรี เป็นเจ้าภาพ 8. วัดสุทัศนเทพวราราม มีศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) องค์การพุทธศษสนิกสัมพันธ์แห่งโลก และโรงเรียนวัดสุทัศน์ เป็นเจ้าภาพ 9. วัดบุรณศิริมาตยาราม มีหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ สะพานใหม่ และโรงเรียนสตรีวิทยา เป็นเจ้าภาพ 10. วัดปรินายก มีกรมศิลปากร ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และโรงเรียนวัดปริณายก เป็นเจ้าภาพ

ดร.ฉวีรัตน์ กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีแต่โบราณ เนื่องจากในสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้า ชาวพุทธจึงนิยมถวายเทียนพรรษาให้พระภิกษุสามเณรได้จุดเป็นแสงสว่างในการศึกษาพระธรรมวินัย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้มีไฟฟ้าให้แสงสว่างแล้ว แต่พุทธศาสนิกชนยังนิยมถวายเทียนพรรษา พร้อมทั้งถวายหลอดไฟฟ้า เพื่อสืบสานประเพณีเข้าพรรษา ที่สำคัญมีความเชื่อว่า การถวายเทียน หลอดไฟ เป็นการนำแสงสว่างความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิต ซึ่งประเพณีดังกล่าวจะเป็นแบบอย่างให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษา อีกทั้งยังเป็นการสืบสานประเพณีที่ดีงามเหล่านี้ต่อไป ซึ่งการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ประจำปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 28 กรกฎาคม 2561 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในส่วนกลาง ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐาน ณ มณฑปพระสารีริกธาตุ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการบูชาและเวียนเทียน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พร้อมชมนิทรรศการพระบรมสารีริกธาตุแต่ละยุค นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม ได้แก่ การแสดงธรรมโดยพระธรรมวิทยากรธรรมะอารมณ์ดี การแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ การประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ การประกวดบรรยายธรรม การสาธิตการสวดโอ้เอ้วิหารราย การทำวัตรสวดมนต์เย็น และปฏิบัติธรรม  ส่วนภูมิภาค กรมการศาสนาร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ภาคคณะสงฆ์ ภาคราชการ ภาคเอกชน และเครือข่าย จัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 21 – 27 กรกฎาคม 2561 แล้วแต่ความพร้อมของแต่ละจังหวัด โดยมีกิจกรรม อาทิ พิธีหล่อเทียนพรรษา การจัดขบวนแห่เทียนพรรษา พิธีทำบุญตักบาตร การแสดงพระธรรมเทศนา และเวียนเทียน เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับ 16 จังหวัดตามแนวชายแดนกลุ่มประเทศอาเซียน จัดกิจกรรมสานสัมพันธไมตรีอาเซียนในมิติพระพุทธศาสนา น้อมนำหลักธรรมทางศาสนาไปประพฤติปฏิบัติ และนำความเป็นวิถีถิ่น วิถีไทย และวัฒนธรรมไทยสู่วัฒนธรรมอาเซียน

ความสำคัญของวันอาสาฬหบูชา คือ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จนพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี

วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ปฐมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงในวันอาสาฬหบูชาคือ ธรรมจักกัปวัตนสูตร หมายถึง พระสูตรว่าด้วยการยังธรรมจักรให้เป็นไป นั่นคือ ธรรมะของพระพุทธองค์เหมือนวงล้อธรรมที่ได้เริ่มเคลื่อนแล้วจากจุดเริ่มต้นในวันนี้