วธ.ปลูกจิตสำนึกเยาวชนชายแดนใต้เสริมสร้างความรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ สร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง

0
201

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีนโยบายในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยการนำมิติทางด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง การสร้างความปรองดองและความสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ สามารถดำเนินชีวิตร่วมกันอย่างปกติสุขในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมนั้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566  วธ. โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี จัดโครงการพัฒนาสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภายใต้ชื่อกิจกรรมว่า “พลังเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์” โดยบูรณาการงบประมาณจากสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและกรมการศาสนา เพื่อสร้างการรับรู้และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อปวงชนชาวไทย ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างมีความสุข เกิดการยอมรับและเคารพในความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม และเกิดจิตสำนึกในเรื่องความสมานฉันท์บนความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข นำหลักธรรมทางศาสนา น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประพฤติปฏิบัติในการดำเนินชีวิต โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ 120 คน ประกอบด้วย นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ครูอาจารย์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ดำเนินการระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2565

ปลัดวธ. กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรม ประกอบด้วย การเสวนาศาสนิกสัมพันธ์ หัวข้อ “การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม” และ บรรยายให้ความรู้ หัวข้อ “สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย” การรับฟังบรรยายจากผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง “เรียนรู้อย่างเข้าใจบนวิถีพหุวัฒนธรรม” คณะผู้เข้าร่วมกิจกรรม เข้าเยี่ยมคารวะและรับฟังโอวาทจากจุฬาราชมนตรี ผู้บริหาร วธ. ศึกษาดูงานวิถีพหุวัฒนธรรม ณ ชุมชนคุณธรรมกุฎีจีน กรุงเทพมหานคร หอศิลป์แห่งชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เยี่ยมชมโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริและอุทยานราชภักดิ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์การเรียนรู้วิถีชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง “นาโปแก” และชุมชนท่องเที่ยวทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง โครงการดังกล่าวจะทำให้เยาวชนเกิดความตระหนักในความรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเข้มแข็ง และขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกท่านในการขับเคลื่อนงานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน องค์กรเครือข่าย กลุ่มผู้นำศาสนาและประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมให้เกิดความสามัคคี ความรักชาติ ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกมิติที่เกี่ยวข้องต่อไป

*****************************************************************