วธ. ชูโครงการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เสริมสร้างสังคมคุณธรรมที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของชาติ

0
1364

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด“โครงการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) ขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมโดยพลังบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ประจำปี 2560” ภายใต้กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ณ ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยมีพระผู้บริหาร ศพอ. ผู้บริหารกรมการศาสนา (ศน.) และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเข้าร่วม ในการนี้ พระพรหมดิลก กรรมการมหาเถรมาคม(มส.) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เป็นประธานมอบเกียรติบัตรแก่ ศพอ.ต้นแบบ จำนวน 10 ศูนย์ พร้อมกล่าวสัมโมทนียกถา

นายกฤษศญพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้มอบหมายภารกิจให้ ศน.ดำเนินการตามนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ ในการขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมพลังบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) สู่สังคมคุณธรรมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ผ่านโครงการ ศพอ. ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่สร้างเสริมให้เกิดชุมชนคุณธรรม สังคมคุณธรรมจากพลังบวร คือ บ้าน วัด โรงเรียน พัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นคนดีมีคุณธรรม ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2560 ทาง ศน. จึงได้จัดโครงการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหาร ศพอ. ขึ้นใน 4 ภาค 6 แห่งทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2560 โดยครั้งที่ 1 จัดขึ้นวันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2560 ณ วัดสามพระยา กรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหาร แลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารจัดการพัฒนางาน ร่วมหาแนวทางขับเคลื่อน ศพอ. ให้เป็นแหล่งเรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการในการสร้างชุมชนคุณธรรมทั่วประเทศ

ปลัด วธ. กล่าวต่อไปว่า ทาง วธ. ขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือขับเคลื่อนงาน ศพอ. ทั้งผู้บริหาร และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ กาญจนบุรี นครปฐม นนทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ที่มาร่วมประชุมและร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอข้อเสนอแนะในเรื่อง “การจัดการเรียนการสอนธรรมศึกษาและการขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมของ ศพอ. เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของชาติ” เพื่อนำไปบริหารจัดการพัฒนาศูนย์ฯให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถสนองความต้องการของชุมชนต่อไป

“ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์เกิดขึ้นได้ด้วยเมตตาของพระคุณเจ้าที่เอื้อเฟื้อต่อชุมชนรอบวัดเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เรียนธรรมศึกษา เรียนอาชีพเสริมจากภูมิปัญญา การละเล่น การแสดง ที่ผ่านมานับว่ามีบทบาทมากในสังคม ปัจจุบันได้ขยายเป้าหมายไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองที่มาส่งลูกหลานเข้าเรียนในวันอาทิตย์ โดยผู้ปกครองบางคนมีความรู้เรื่องภาษา วิชาคณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ มาช่วยเป็นจิตอาสาสอนให้น้องเยาวชน จึงเป็นภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจ นอกจากนี้บางที่บางแห่งพ่อแม่ผู้ปกครองก็มาร่วมกิจกรรมทำอาชีพเสริมเพิ่มรายได้อีกด้วย”

นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ศน.กำหนดให้ ศพอ. เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนธรรมศึกษาของชุมชนและเป็นองค์กรหลักในการทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการพัฒนาชุมชน คือเป็นชุมชนที่พึ่งพาตนเองได้ในมิติทางศาสนา และคนในชุมชนมีคุณธรรมจริยธรรม ยึดมั่นในหลักธรรมทางศาสนา สามารถนำหลักธรรมมาบูรณาการกับการใช้ชีวิต เพื่อให้ประพฤติปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง มีวิถีชีวิตที่พอเพียง และมีความเป็นไทย เป็นชุมชนคุณธรรมที่เน้นการขับเคลื่อนโดยพลัง “บวร” ได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล

อธิบดีศน. กล่าวอีกว่า ศพอ. จัดตั้งขึ้นภายใต้รูปแบบประชารัฐ โดยการสนับสนุนของกรมการศาสนา ร่วมกับภาคคณะสงฆ์ ภาครัฐ และภาคเอกชนในพื้นที่ มีสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเป็นหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ มีคณะสงฆ์เป็นกำลังสำคัญในการบ่มเพาะปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน เน้นปลูกฝังคุณธรรม 4 ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา เป็นแหล่งเรียนรู้ศีลธรรมตามหลักสูตรธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชน ศูนย์กลางการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ศูนย์พิพิธภัณฑ์ของชุมชน และศูนย์ฝึกวิชาชีพในวัด  ปัจจุบันมี ศพอ. จำนวนกว่า 4,000 ศูนย์ฯ กระจายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ