วธ. จัดกิจกรรม “ปีใหม่อิหร่าน สงกรานต์ไทย” 20-21 มี.ค.นี้ ฉลองความสัมพันธ์ระหว่างไทย-อิหร่านที่มีมายาวนานกว่า 400 ปี

0
49

ชมการแสดงวัฒนธรรม-ดนตรี  ร้านอาหาร-ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม นิทรรศการภาพถ่ายปีใหม่อิหร่าน-สงกรานต์

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 ที่ชั้น G Quartier Avenue ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ  นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม“ปีใหม่อิหร่าน สงกรานต์ไทย” (Nowruz-Songkran Nexus Event) ร่วมกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย โดยมีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและแนวปฏิบัติอิสลามแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านร่วมกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานผ่านระบบออนไลน์ด้วย

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม          (วธ.) มีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับต่างประเทศเพื่อนำความเป็นไทยสู่สากล รวมทั้งส่งเสริมเกียรติภูมิและภาพลักษณ์ไทยในเวทีโลก ซึ่งในส่วนของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านกับประเทศไทยนั้นได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์อันดีมายาวนานกว่า 400 ปี นับตั้งแต่ที่ได้มีการติดต่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างกันมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ดังนั้น วธ.ได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทยจัดกิจกรรม “ปีใหม่อิหร่าน สงกรานต์ไทย” (Nowruz-Songkran Nexus Event) ระหว่างวันที่ 20-21 มีนาคม 2564 ณ ชั้น G Quartier Avenue ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ  ภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วยการฉายวีดิทัศน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-อิหร่าน ปีใหม่อิหร่านและประเพณีสงกรานต์ การแสดงทางวัฒนธรรมและดนตรีไทย-อิหร่าน การสาธิตและออกร้านอาหารและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทย-อิหร่าน และนิทรรศการภาพถ่ายเกี่ยวกับปีใหม่อิหร่าน เทศกาลสงกรานต์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตและทิวทัศน์

นายปรเมศวร์ กล่าวอีกว่า กิจกรรม“ปีใหม่อิหร่าน สงกรานต์ไทย” เป็นการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน  ซึ่งประเพณี Nowruz เป็นการเฉลิมฉลองปีใหม่ และการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิตามปฏิทินเปอร์เซียในอิหร่านและประเทศต่างๆ ในเอเชียกลาง ซึ่งวันปีใหม่ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านคือวันที่ 21 มีนาคมและวันปีใหม่ของไทยคือวันที่ 13 เมษายน ทั้งนี้ กิจกรรมนี้แสดงถึงความสำคัญของวันปีใหม่ของทั้งสองประเทศที่มีความคล้ายคลึงและความยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมและประเพณีที่ให้ความสำคัญกับครอบครัว ชุมชน มุ่งเน้นในการคิดดีและปฏิบัติดีเพื่อต้อนรับวันปีใหม่ จึงเป็นการร่วมเฉลิมฉลองปีใหม่ของทั้งสองประเทศไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นการใช้มิติทางวัฒนธรรมมาเสริมสร้างเกียรติภูมิ ภาพลักษณ์และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศไทยกับนานาชาติเพื่อนำความเป็นไทยสู่สากล