ล้มมวย เขาล้มกันแบบนี้

0
58

ล้มมวย เขาล้มกันแบบนี้

              

เจริญพรญาติโยมผู้อ่านทุกท่าน หากพูดถึงกีฬาประจำชาติไทย คนไทยทุกคนน่าจะต้องตอบว่า “มวยไทย” มวยไทยนี้เป็นทั้งศิลปะ และเป็นทั้งการต่อสู้ จะแข่งกันเป็นกีฬาก็ได้ หรือนำมาใช้ประหัตประหารก็ได้เหมือนกัน ความรุนแรงอันตรายของแม่ไม้มวยไทย ได้เชื้อเชิญชาวโลกให้มาดูมาชมถึงข้างเวทีที่เมืองไทย หรือบางคนหลงใหลเข้ามากก็ถึงกับมาสมัครเรียนมวยไทยในเมืองไทยเลยทีเดียว ปัจจุบันก็มีค่ายมวยในต่างประเทศมากมาย เวลาอาตมาไปปฏิบัติศาสนกิจที่ต่างประเทศ บางทีก็เห็นป้ายว่ามีสอนมวยไทย มีค่ายมวยไทยเล็ก ๆ สำหรับผู้สนใจมาเรียนได้ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่ามวยไทยเราไปถึงระดับสากลแล้ว

สำหรับในเมืองไทยเอง มวยไทยอยู่ในสายเลือด เวลามีมวยจะเวทีไหนก็ตาม คนก็แห่กันไปดูล้นหลาม ยิ่งคู่เอกคู่ดังด้วยแล้ว สนามหนึ่ง ๆ ที่ไม่พอคนดู สี่สิบปีที่แล้ว มีเด็กคนหนึ่งขายผ้าเย็น วิ่งไปมาในสนาม นั่นแหละอาตมา สมัยเด็ก ๆ อาตมาโตมากับการขายของในสนามมวย คอยขายผ้าเย็น เพราะในสนามมันร้อน อารมณ์ก็ร้อนด้วย ผ้าเย็นสักหน่อยก็ดี อาตมาก็เลยคุ้นเคยกับโลกของมวยมาตั้งแต่เด็ก ๆ

จนกระทั่งพอมาบวชเป็นพระ มาเป็นศิษย์พระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล มวยก็ยังตามมาอีก ทั้งที่ดูจะห่างไกล เพราะลูกศิษย์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูลนั้นมีหลากหลายสาขาอาชีพเหลือเกิน หนึ่งในนั้นก็คือคนในวงการมวย ทำให้อาตมาได้คุ้นเคย และได้รู้จักมักคุ้นกับคนในวงการมาแต่นั้น อาตมาก็เลยได้ความรู้อะไรใหม่ ๆ แบบที่เด็กขายผ้าเย็นวันนั้นคงไม่มีทางรู้ได้แน่ ๆ

“มวยล้มต้มคนดู” สำนวนนี้คิดว่าคนไทยเราก็คงรู้จักเป็นอย่างดี เพราะมันหมายถึงการล้มมวย ทำให้เกิดผลแพ้ชนะตามที่ต้องการ โดยมิได้มาจากความสามารถจริง ๆ ของนักมวย มักเกี่ยวข้องกับการพนันขันต่อในสนามมวย แบบว่านักมวยคนนี้เก่งมาก ๆ ชกที่ไหนก็ชนะหมด พอมาสนามนี้จู่ ๆ ดูอ่อนแรง ไม่เป็นมวย แพ้เขาเอาง่าย ๆ ทั้งที่ใคร ๆ ก็คิดว่าไอ้หมอนี่ชนะแน่ วิธีการล้มมวยมันก็มีหลายอย่าง นอกจากเรื่องการกินสินบาทคาดสินบนของนักมวยเองแล้ว มันยังมีวิธีการไหนได้อีก อาตมาก็นึกไปถึงหนังจีนกำลังภายในที่เคยดู ประเภทปรมาจารย์ยิปมันเนี่ย ประเภทว่าพอเจ้าตัวไม่รู้ตัวก็ลอบเอายาหรือสารอะไรบางอย่างที่ทำให้หมดเรี่ยวหมดแรง ใส่ลงในน้ำดื่ม พอเจ้าตัวดื่ม ก็จะหมดแรง สู้ได้ไม่เต็มที่ เป็นแบบนี้หรือเปล่า

ปรากฏว่า ผู้ใหญ่ในวงการมวย มาอธิบาย มาเล่าให้ฟัง เหมือนแก้วแตกดังเพล้งเลย ไม่ใช่อย่างที่นึก อย่างนั้นมันมีแต่ในหนังกำลังภายใน ไอ้การล้มมวยที่เขาทำกันจริง ๆ มันง่ายกว่านั้น

วิธีการนั้นมันก็แสนจะง่าย แค่หาใครสักคนหนึ่งไปตีสนิทกับนักมวยที่เราต้องการจะล้มเขา อย่าให้รู้นะว่าเป็นกลอุบายมาจากฝ่ายตรงข้าม พอใกล้ ๆ วันแข่ง ยิ่งคืนก่อนวันแข่งนี่ยิ่งดี ก็ชวนพ่อนักมวยไปก๊งเหล้าเมายา ไปเที่ยวผู้หญิง เท่านี้ก็สิ้นเรื่อง พอคืนนั้นสนุกสนานเต็มที่ วันรุ่งขึ้นพ่อยอดชายก็ไม่มีพละกำลังเท่าเดิม เพราะทั้งสุราและนารี แถมโค้ชก็ไม่รู้ เพราะเรื่องนี้โค้ชจะรู้ไม่ได้เลย รู้แล้วเป็นเรื่องสิ รู้อีกทีก็ตอนขึ้นไปแข่งแล้ว ทำไมเรี่ยวแรง ฟอร์มไม่เท่าเดิม มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วก็แพ้ผู้ต่อสู้ไปเอง อย่างที่เรียกว่าแพ้ภัยตนเอง

กลยุทธ์แบบนี้ อาตมาตาลุกเลย เพราะไม่คิดว่ามันจะง่ายดายขนาดนี้ แบบนี้เขาเรียกว่า ใช้จุดอ่อนของมนุษย์มาทำลายตนเอง ให้แพ้ภัยตนเองแท้ ๆ เลยทีเดียว ถ้านักมวยคนนั้นมีใจไม่มั่นคง หรือไม่ซื่อสัตย์แม้เพียงนิด ก็ตกเป็นเหยื่อของขบวนการล้มมวยแต่โดยง่าย

เวลาคนเราออกกำลังกายมาก ๆ มีร่างกายแข็งแรง ร่างกายมันก็ตื่นตัว มีพละกำลัง พร้อมจะไปปาร์ตี้ พร้อมที่จะมีอะไรกับใครเขา แต่หารู้ไม่ว่า มันทำให้พลังร่างกายหมดไปอย่างรวดเร็ว พวกนักบอลอาชีพนี่เขาก็ถือเรื่องนี้เหมือนกัน ว่าก่อนแข่งก่อนลงสนาม อย่าไปทำอะไรแบบนี้เด็ดขาด อย่าให้พลังของร่างกายหมดไป

กีฬามวยนี่เป็นกีฬาที่อายุงานสั้น เพราะร่างกายมันถูกกระแทกอยู่ตลอด กระแทกอยู่ทุกวันทั้งในสนามซ้อมและสนามจริง สุดท้ายก็ช้ำ ยาวไปก็ต้องแขวนนวม แต่ในระหว่างนั้น ถ้าชกชนะ ก็มีรายได้มหาศาล ถ้าชกจนเกิดแผลแตก ก็ยังมีค่าเย็บแผล เป็นเงินเป็นทอง ในเมื่ออายุงานมันสั้น นักมวยจึงควรต้องทำให้เต็มที่ในทุกการแข่งขัน ไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการล้มมวย ถือเป็นความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ด้วยการชกมวยนั้นก็เป็นวิชาชีพอย่างหนึ่งที่มีเกียรติ มิควรจะตกอยู่ในอำนาจสินบาทคาดสินบนได้ หากตกเป็นเหยื่อ ยอมตนอยู่ในขบวนการล้มมวยแล้ว ถือว่าไม่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ และไม่ซื่อสัตย์ต่อคนดู

อีกข้อหนึ่ง นักมวยเป็นอาชีพที่อายุงานสั้น ระหว่างที่ชกมวยเป็นอาชีพก็มีทุกอย่าง มีเงินทอง มีเมีย มีทุกอย่างที่พึงใจ แต่เมื่อแขวนนวมแล้วบางคนก็ละลายเงินที่ตนหาได้อย่างรวดเร็ว จนสุดท้ายก็หมดตัวทั้งที่แต่ก่อนมีอยู่มาก เพราะพอแขวนนวมก็ไม่ได้มีอาชีพรองรับ ฉะนั้นคนเป็นนักมวยก็ต้องคำนึงถึงข้อนี้ด้วย

ทุกวันนี้อาตมาก็ให้การดูแลนักมวยอยู่ คือ เจริญพร ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน อยู่ที่จังหวัดชุมพร ก็ต่อยมา 8 ปีแล้ว อาตมาก็เป็นธุระอบรมสั่งสอนให้เป็นนักมวยที่ดี มีจรรยาบรรณตลอดอายุงานของเขา แพ้บ้าง ชนะบ้าง เสมอบ้าง ข้อนี้ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเราทำเต็มที่แล้วหรือยัง ทำด้วยความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตน

และสำหรับทุกคนที่ได้อ่าน การทำงานโดยซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตน ถือเป็นบุญอย่างหนึ่ง จะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม เมื่อได้ทำแล้วก็ขอให้ทำอย่างเต็มที่ ทุกการงานย่อมมีเกียรติ และผลแห่งความตั้งใจนี้ย่อมจะตกแก่เราทุกคนอย่างแน่นอน ขอเจริญพร

 

หลวงพี่น้ำฝน : 29 พฤศจิกายน 2565