ร้อน!!! กรณีรูปเหมือน “อ.สุชีพ” ร้องถึงเลขานุการพระสังฆราช ส่อพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขีดเส้นให้เชิญมาประดิษฐานไม่เกิน 20 พ.ย.นี้

0
1195

ภายหลังมีการออกมาชี้แจงกรณีการนำรูปเหมือนขนาดเท่าตัวจริงของ อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ผู้ได้รับการเทิดทูนว่าเป็น “บิดาแห่งมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย” ไปจากแท่นที่ประดิษฐานบริเวณด้านข้างทางขึ้นอาคารหอประชุมสุชีพปุญญานุภาพ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร.) ว่า เพื่อเตรียมการถวายความปลอดภัยสมเด็จพระสังฆราช ที่จะเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีประสาทปริญญาบัตร ในวันที่ 24-25 พ.ย. 2561 และได้นำไปเก็บไว้ที่ “หอเกียรติยศ” ใต้ฐานพระเจดีย์ แต่ไม่ได้ทำให้คณะศิษย์เก่า มมร. ส่วนหนึ่งเชื่อในคำอ้าง และได้มีการโพสต์ข้อความต่างๆ ทางสื่อโซเชียลอย่างต่อเนื่อง เช่น “สมาคมศิษย์เก่าและศิษย์ มมร. ทั้งมวล ขอวิงวอนให้ ม.มหามกุฏฯ เชิญรูปเหมือน อ.สุชีพ ปุญญานุภาพที่นำไปเก็บซุกไว้ในห้องเก็บของมาประดิษฐานที่เดิม เพื่อให้บุคลากร/ศิษย์เก่า/ศิษย์ปัจจุบัน/บัณฑิตใหม่ ได้สักการบูชาและถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกในวันที่ 24-25 พ.ย.61”, “ขอเรียกร้องให้ทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ (มมร) นำหุ่นรูปเหมือนท่านอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพออกมาจากห้องเก็บของเพื่อนำมาให้บรรดาศิษย์ได้สักการะเหมือนดังเดิม ทั้งนี้เพื่อให้ทันวันรับประทานปริญญาบัตร จากสมเด็จพระสังฆราชฯ กำหนดนำส่งคืนไม่เกินวันที่ 20 พฤศจิกายน นี้” นอกจากนี้ยังมีศิษย์เก่าบางรายได้โพสต์ข้อความว่า รูปเหมือนอาจารย์สุชีพ อาจจะถูกลอบขนย้ายไปจากห้องเก็บของนำไปไว้ที่ “หอเกียรติยศ” แล้วก็เป็นได้

ความคืบหน้าล่าสุด  วันนี้ (14 พ.ย.) เวลา 13.30 น. นางสาวศศินภา นิติธรรมปพน ในฐานะศิษย์เก่า มมร. เปิดเผยว่า ตนได้ทำหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมของผู้บริหาร มมร. ที่ปฏิบัติไม่เหมาะสมกับรูปเหมือนของอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ นมัสการกราบเรียนถึงพระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) อุปนายกสภามหาวิทยาลัย มมร. ในฐานะเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โดยได้แนบภาพถ่ายรูปหล่อเหมือนของอาจารย์สุชีพฯ สถานที่ประดิษฐาน และสถานที่ซุกซ่อนรูปหล่อดังกล่าวด้วย  โดยตนขอทำหน้าที่ผู้แทนศิษย์เก่า มมร. เพื่อขอได้นำความขึ้นกราบทูลสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณฯ สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงเป็นองค์นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้โปรดมีพระบัญชาให้ผู้บริหาร มมร.ได้อัญเชิญรูปเหมือนของท่านอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพกลับมาประดิษฐานไว้ที่เดิม ก่อนวันประทานปริญญาบัตร อย่างน้อย 5 วัน ทั้งนี้เพื่อจะได้ประดับตกแต่งให้สวยงาม สำหรับให้บัณฑิตและนักศึกษาได้สักการบูชาและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้ตระหนักในคุณูปการของท่าน และแสดงออกซึ่งกตัญญูกตเวทิตาธรรม สมกับเป็นบัณฑิตของมหาวิทยาลัยสงฆ์สืบไป

นางสาวศศินภา กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (สศม.) ได้จัดสร้างรูปหล่อเหมือนขนาดเท่าตัวจริงในอิริยาบถยืนของอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ซึ่็งสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบันเมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ มาเป็นองค์ประธานในพิธีเททองหล่อรูปเหมือนดังกล่าว หลังจากนั้น สมาคมฯโดยการนำของ ดร.ธีรพงศ์ สุขเมือง (นายกสมาคมฯในขณะนั้น) ได้ทำหนังสือนมัสการอธิการบดีขออนุญาตประดิษฐานรูปเหมือน ณ สนามหญ้าหน้าอาคารหอประชุมสุชีพ ปุญญานุภาพ พร้อมได้ออกแบบสถานที่ประดิษฐานพร้อมองค์ประกอบต่างๆ ครบถ้วน ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดสมาคมฯเป็นผู้รับผิดชอบ แต่สมาคมฯได้รับคำตอบว่า มหาวิทยาลัยกำลังสร้างพระเจดีย์อยู่ และภายในพระเจดีย์จะมี “หอเกียรติยศ” เป็นที่ประดิษฐานบุรพการีและบุรพาจารย์ทั้งที่เป็นพระสงฆ์และฆราวาส เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้น สมาคมฯจึงขออนุญาตประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ บริเวณใกล้บันไดทางขึ้นด้านขวามือของอาคารสุชีพ ปุญญานุภาพ และได้ประกอบพิธีเปิดรูปเหมือนของท่านอาจารย์สุชีพฯ ในคราวจัดงานฉลอง “๑๐๐ ปีสุชีพ ปุญญานุภาพ” เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561โดยมีองค์อุปนายกสภามหาวิทยาลัย (พระพรหมเมธี) ขณะนั้นเป็นประธาน และรูปเหมือนของท่านก็ได้ประดิษฐาน ณ ที่ตรงนั้นจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในหมู่ศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่และได้มีบรรดาศิษยานุศิษย์แวะเวียนมาสักการบูชาอยู่เป็นประจำ

แต่แล้วเมื่อประมาณวันที่ 9 พ.ย.61 ผู้บริหารการ มมร. ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ย้ายรูปเหมือนของท่านอาจารย์สุชีพฯออกจากที่เดิมในยามวิกาล และนำไปเก็บซุกไว้ในห้องเก็บของชั้นหนึ่งของอาคารหอสมุดที่แออัดและสกปรก โดยทิ้งฐานรองไว้ข้างนอก ไม่มีความสำนึกใดๆ ในคุณูปการของท่านที่มีต่อมหาวิทยาลัยฯ ในฐานะผู้ริเริ่มเปิดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาสำหรับพระภิกษุสามเณร จนได้กลายมาเป็นมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลเพียงว่า เกะกะสถานที่จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2561ที่จะถึงนี้

นางสาวศศินภา กล่าวต่อว่า เมื่อศิษย์เก่า มมร. ทักท้วงและคัดค้านพฤติกรรมดังกล่าวก็ได้ออกมาให้เหตุผลกลบเกลื่อนว่า เป็นการถวายการรักษาความปลอดภัยสมเด็จพระสังฆราช ที่จะเสด็จประทานปริญญาบัตรในวันดังกล่าว และได้กล่าวหาด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่า ที่เกิดเรื่องนี้เพราะเป็นเกมส์การเมือง เนื่องจากการหาเสียงเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ทั้งที่ในความเป็นจริงการเลือกตั้งนายกสมาคมฯได้เสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 และนายกสมาคมคนใหม่ได้ตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมและได้บริหารสมาคมมาหลายเดือนแล้ว

“จากพฤติกรรมของผู้บริหารมมร.ดังกล่าว ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมที่ปฏิบัติต่อบูรพาจารย์ผู้มีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อมหาวิทยาลัยฯ ต่อพระพุทธศาสนาและต่อลูก มมร. ทั้งมวล เป็นการลบหลู่ดูหมิ่นและขัดความรู้สึกของบรรดาศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่ทั้งที่เป็นพระสงฆ์และฆราวาส” ผู้แทนศิษย์เก่ามมร. กล่าว