รัฐบาล โดยสำนักพุทธฯ ขอเมตตานุเคราะห์คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์บทรัตนสูตร หวังให้ประชาชนรอดพ้นภัย COVID-19

0
557

นายสิปป์บวร  แก้วงาม  ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  ในฐานะโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  เปิดเผยว่า ตามที่ นายณรงค์  ทรงอารมณ์  ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(ผอ.พศ.)  ได้มีข้อสั่งการเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายเทวัญ  ลิปตพัลลภ) ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ได้มอบหมายให้ดำเนินการเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งยังคงเกิดความกังวลว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดจะขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น เหมือนอย่างที่เจอในประเทศอื่นๆ นั้น จึงได้สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องวางแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่กำลังอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) นี้ โดยกิจกรรมดังกล่าวไม่ขัดต่อแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ที่กำหนด และให้เป็นไปตามการปฏิบัติศาสนกิจของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนตามปกติ

นายณรงค์  ทรงอารมณ์  ผอ.พศ. ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นได้หารือกับผู้บริหารของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและได้ประสานขอความเมตตานุเคราะห์กับกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.)   เกี่ยวกับแนวทางการเจริญพระพุทธมนต์บทรัตนสูตร หรือรัตนปริตร ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในพระปริตร หรือพระคาถาพรรณนาอานุภาพของพระรัตนตรัย โดยในสมัยพุทธกาลมีวัตถุประสงค์ของการประกาศพระสูตรนี้ เพื่อต้องการให้ประชาชนรอดพ้นจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้น จึงได้กำหนดแนวทางการเจริญพระพุทธมนต์บทรัตนสูตร โดยขอความร่วมมือให้วัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักร และวัดไทยในต่างประเทศ  เจริญพระพุทธมนต์บทรัตนสูตร ในช่วงหลังจากทำวัตรเย็นทุกวันไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) จะเข้าสู่ภาวะปกติ  ดังนั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  จึงขอความอนุเคราะห์จากคณะสงฆ์ได้ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพุทธศาสนิกชนชาวไทยให้ดำรงชีวิตอย่างมีสติและปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19)

นายณรงค์  ทรงอารมณ์  กล่าวอีกว่า ตนได้มอบหมายให้นำเรื่องการเจริญพระพุทธมนต์บทรัตนสูตร นี้ เข้าสู่ที่ประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม ในวันที่ 20 มีนาคม 2563 เพื่อขอความเห็นชอบและมีมติให้คณะสงฆ์ได้รับทราบพร้อมทั้งปฏิบัติตามแนวทางที่ได้กำหนดไว้ในเบื้องต้น ต่อไป