รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนฯ มจร เผยมหาจุฬาฯพร้อมสำหรับพิธีประสาทปริญญา ปี 2566

0
2382

     พระราชวัชรสารบัณฑิต หรือเจ้าคุณประสาร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา ประธานกรรมการฝ่ายเลขานุการพิธีประสาทปริญญามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้กล่าวว่า ปี พ.ศ. 2566 นี้มหาวิทยาลัยกำหนดประสาทปริญญาสำหรับบัณฑิตในทุกระดับ ซึ่งในปีนี้มีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษากว่า 4,600 รูป/คน โดยในวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม ภาคเช้า เป็นพิธีซ้อมใหญ่สำหรับบัณฑิตระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและอภิธรรมบัณฑิต ภาคบ่ายเป็นพิธีซ้อมสำหรับผู้เข้ารับปริญญากิตติมศักดิ์ เข็มเกียรติคุณ บัณฑิตระดับปริญญาเอกและสถาบันสมทบในต่างประเทศ พิธีประสาทปริญญากำหนดในวันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคมนี้ ที่ หอประชุม มวก.48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ในภาคเช้าสมเด็จพระสังฆราชมีพระบัญชาให้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เป็นประธาน พิธีจะเริ่มในเวลา 08.30 ถึง 11.30 น. ส่วนในภาคบ่ายนั้นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประทานปริญญาบัตร พิธีจะเริ่มเวลา 13.30 ถึง 14.30 น.

สำหรับในปีนี้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยที่สำเร็จการศึกษานั้นมีความหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ก็เพราะมหาวิทยาลัยมีวิทยาเขตที่เปิดการเรียนการสอนตามภูมิภาคถึง 11 แห่ง วิทยาลัยสงฆ์ 28 แห่ง หน่วยวิทยบริการ 4 แห่ง สถาบันสมทบในต่างประเทศ 5 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยมุ่งจัดการศึกษาที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมการศึกษาที่เท่าเทียมของคนในประเทศและการศึกษาที่สร้างความสามัคคีและสันติสุขของผู้คนในชาติโดยอาศัยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาที่มารับปริญญาบัตรนั้นจึงมีทั้งจากชนเผ่าในพื้นที่สูง สามจังหวัดชายแดนใต้ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ดารา นักร้องนักแสดง ศิลปินหลากหลายอาชีพพระหนุ่มเณรน้อย รวมไปถึงพระเถระระดับรองสมเด็จพระราชาคณะ แต่ถึงอย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ในแผนพัฒนามหาวิทยาลัยระยะที่ 13 (2565-2570) ไว้ว่า “มหาวิทยาลัยที่จัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ และสร้างพุทธนวัตกรรมเพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม“ โดยเน้นจัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อสร้างพุทธนวัตกรรมเพื่อนำไปพัฒนาจิตใจตนเอง และนำความรู้ที่ได้จากศึกษาเล่าเรียนไปพัฒนาสังคม ประเทศชาติบ้านเมือง ดังนั้นผู้สำเร็จการศึกษากว่า 70 เปอร์เซ็นต์จึงเป็นพระภิกษุ สามเณรทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายาน

พระราชวัชรสารบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีนิสิตจากต่างประเทศมา ศึกษากว่า 28 ประเทศทั่วโลก พิธีประสาทปริญญาในแต่ละปีการศึกษาจึงมีทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศมาร่วมงานเป็นจำนวนมากและในปีนี้สภามหาวิทยาลัยมีมติอนุมัติปริญญากิตติมศักดิ์ ถวายพระเถระและมอบคฤหัสถ์ที่บำเพ็ญประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา ประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเอนกประการ อาทิ พระพรหมวชิรมงคล วัดราชาธิวาส พระพรหมมุนี วัดพระศรีมหาธาตุ พระธรรมวชิรดิลก วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร พระเทพปัญญาภรณ์ วัดตากฟ้า นครสวรรค์ ฝ่ายคฤหัสถ์ เช่น นายอัศวิน เตชะเจริญกุล นายสมส่วน​ พรหมสว่าง​ (เพลิน​ พรหมแดน)​ นายปัญญา นิรันดร์กุล นายพายัพ ชินวัตร นายพันธ์รบ กำลา นายอนุรุธ ว่องวานิช เป็นต้น ส่วนต่างประเทศนั้นมีทั้งพระเถระและคฤหัสถ์จากประเทศต่างๆ ประกอบด้วย Most Ven. Bhaddanta Chandimabhivamsa รักษาการมหานายกา ประเทศเมียนมาร์ Most Ven. Sayadaw Kumara Thera อธิการบดีบาลีปริยัติมหาวิทยาลัยเมียนมาร์ Most Ven. Master Jing Yao ประธานพุทธะสมาคมแห่งสาธารณรัฐจีน Mr. Alounxai Sounnalath รมต.ประจำสำนักนายกฯ สปป.ลาว H.E. Ms. Dr. Viphavanh PHOMVIHANE รองประธานกองทุนช่วยเหลือสังคมแห่งชาติ สปป.ลาว นอกจากนั้นยังมีจาก ศรีลังกา อเมริกา ยุโรป เป็นต้น

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้ทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big cleaning day) โดยทำความสะอาดภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ฉีดน้ำยาพ่นทั่วบริเวณเพื่อป้องกันไวรัสโควิดและเพื่อแสดงถึงความพร้อมในทุกๆ ด้านสำหรับพิธีประสาทปริญญา และในวันงานทั้ง 9-10 ธันวาคม นั้น ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่และบัณฑิต ทุกระดับได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด นอกจากนั้นตลอดงานยังมีการจัดซุ้มนิทรรศการของทุกคณะที่สำเร็จการศึกษา ทุกวิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์และหน่วยวิทยบริการ พร้อมทั้งญาติโยมผู้มีกุศลศรัทธาออกโรงทานอาหาร เครื่องดื่ม น้ำปานะอีกมากมาย ผู้คนทุกเพศทุกวัยก็สามารถไปร่วมงานได้ นี่คือมหาวิทยาลัยสงฆ์ มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาและมหาวิทยาลัยของชาวบ้านทุกชนชั้นอย่างแท้จริง พระราชวัชรสารบัณฑิต กล่าวในตอนท้าย

*****************************************************************