รองนายกฯเชิญ 4 ผวจ.ต้นแบบ แนะแนวสู่ความสำเร็จ “จังหวัดคุณธรรม” เน้นหลักแผนแม่บท พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ขยายผลสู่ระดับจังหวัด-องค์กร

0
82

สำนักข่าว Thai R News เมื่อที่ ๓๐ มิถุนายน เวลา ๐๙.30 น. ณ ห้องประชุม ๑ ชั้น ๑๙ กระทรวงวัฒนธรรม ถ.บรมราชชนนี พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๐ ว่า ที่ประชุมได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดส่งเสริมคุณธรรม ที่เป็นจังหวัดนำร่อง เป็นต้นแบบจังวัดคุณธรรม ในฐานะประธานอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมระดับจังหวัด 4 จังหวัด คือ จังหวัดราชบุรี จังหวัดพัทลุง จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดพิจิตร และผู้บริหารหน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง รวม 15 องค์กร มาบรรยายสิ่งที่ได้ดำเนินการขับเคลื่อนคุณธรรมต่อที่ประชุม โดยทั้ง ๔ จังหวัดและ ๑๕ องค์กรนี้นับเป็นหน่วยงานที่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

รองนายกฯ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีคุณธรรมตั้งแต่ก่อตั้งประเทศชาติ และมีวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เมื่อมาถึงยุคปัจจุบันก็อาจจะมีลดทอนความเข้มแข็งลงไปบ้างเนื่องจากเทคโนโลยีและกระแสค่านิยมต่างๆ ที่หลั่งไหลเข้ามา ดังนั้นหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ก็คือสร้างการความเข็มแข็งด้านคุณธรรมโดยเริ่มจากจุดที่เข้มแข็งก่อนแล้วขยายผลออกไป การประชุมในวันนี้ ผวจ.ทั้ง ๔ จังหวัดและผู้นำ ๑๕ องค์กร ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นำสิ่งที่ยังขาดหรือความไม่เหมาะสมขององค์กรไปพัฒนาปรับปรุง สิ่งที่เป็นหลักการของการขับเคลื่อนตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติก็คือ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา” ส่วนหน่วยงานไหนจะมีแผนปฏิบัติอย่างไร จะใช้คำอย่างไรก็คงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์คุณธรรม ๔ ประการนี้ โดยระหว่างนี้กำลังจัดทำหนังสือคู่มือคุณธรรมหรือ “คู่มือบันทึกความดีตามรอยพ่อ” ถ้าทุกคนได้อ่านตามแนวนี้ก็สามารถใช้เป็นแนวทางปฏิบัติได้เลย ซึ่งได้มอบหมายให้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับติดตามการส่งเสริมคุณธรรมในสังคมไทย ไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไขในรายละเอียดแล้วให้ส่งกลับมาภายใน ๑๔ วัน เพื่อนำเข้าที่ประชุมครั้งต่อไป นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการเพื่อให้มีหน่วยงานคุณธรรมเพิ่มมากขึ้น ให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์การประกาศหน่วยงานคุณธรรม ตลอดจนให้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ และขยายผลคุณธรรมเรื่อง “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา” สู่การปฏิบัติทั้งระดับจังหวัดและองค์กร

รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ในปี ๒๕๖๑ จะมีการประกาศองค์กรและหน่วยงานคุณธรรมเพิ่มขึ้นโดยได้มอบให้ประธานอนุกรรมการกำกับติดตามฯ ตั้งคณะอนุกรรมการชุดนี้ขึ้นมาอีก ๑ คณะ เพื่อเขียนหลักเกณฑ์ว่าจังหวัดหรือองค์กรเหล่านี้ควรมีหลักเกณฑ์อะไรบ้าง แล้วนำสิ่งที่ได้นั้นมารวบรวมในสมุดคู่มือดังกล่าวเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ซึ่งต่อไปเราอาจจะเป็นประเทศคุณธรรมในภูมิภาคอาเซียนหรือประเทศคุณธรรมของโลกในอนาคต

เมื่อถามว่า ได้มีการเพิ่มรายชื่อคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรม(บอร์ดใหญ่) เป็นบุคคลจากภาคส่วนไหนบ้าง รองนายกฯกล่าวว่า มีมาจากผู้แทนองค์การศาสนาทั้ง ๕ ศาสนาและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมด้วย โดยมีอธิบดีกรมการศาสนาเป็นกรรมการและเลขานุการ มีผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่งจะทำให้การก้าวต่อไปมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญเราเน้นความต่อเนื่องเพื่อการขยายผลต่อไปอย่างมั่นคง

“จังหวัดคุณธรรมต้นแบบ เช่นจังหวัดพิจิตร มีการขับเคลื่อนในกลุ่มเด็กและเยาวชน มีสมาคม มีชุมชน ซึ่งทุกคนอยู่ดีมีสุข มีการรักษาวินัย รู้ความเหมาะสม รวมทั้งการครองชีวิตซึ่งสามารถมองเห็นได้จากแววตาและผลงานที่ออกมาล้วนแต่มีความสุข เมื่อวานลงพื้นที่ไปสัมผัสกับชาวจังหวัดราชบุรี มีนักศึกษามาพูดบนเวทีฟังแล้วรู้สึกประทับใจ แม้แต่ธรรมนูญคุณธรรมจังหวัดเขาก็ทำแบบง่ายๆ เข้าใจง่าย ปฏิบัติได้ ทำให้ทุกคนมีวินัย มีคุณธรรมและมีความสุข” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว