รบ.โดยพศ. จัดพิธีประทาน “พระราชทานวิสุงคามสีมา” สมเด็จพระสังฆราช ทรงย้ำเตือน วัดต้องไม่เป็นปฏิปักษ์กับชุมชน

0
991

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2562 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมพุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) เสด็จเป็นประธานในพิธีประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งที่ 1 ประจำปี 2562 โดยมีพระธรรมโพธิมงคล เจ้าคณะภาค 14 พระเทพมหาเจติยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ศาสตราจารย์ ดร.ไชยา ยิ้มวิไล ผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม) นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เฝ้ารับเสด็จฯ โดยมีวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เข้ารับประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งสิ้น 247 วัด

จากนั้น สมเด็จพระสังฆราช มีพระโอวาทตอนหนึ่งว่า วิสุงคามสีมา คือเขตแดนที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานแด่พระสงฆ์เป็นการเฉพาะ เพื่อสร้างอุโบสถ เป็นที่ดินที่แยกต่างหากจากที่ดินของบ้านเมือง นับเป็นเครื่องหมายแห่งพระราชศรัทธาของพระมหากษัตริย์ เพื่อให้พระสงฆ์สามารถประกอบสังฆกรรมได้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย เจ้าอาวาสในฐานะเป็นพระภิกษุของคณะสงฆ์ไทย ล้วนได้รับพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ จึงมีหน้าที่ดูแลพระภิกษุสามเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัย กฎหมายคณะสงฆ์ และกฎหมายบ้านเมืองอย่างเคร่งครัดด้วย

สมเด็จพระสังฆราช มีพระโอวาทต่อไปว่า “วัดในฐานะเป็นสถาบันสำคัญของชุมชน จะวางตนแปลกแยก เป็นปฏิปักษ์ต่อสังคมแวดล้อมที่วัดตั้งอยู่ไม่ได้ แต่วัดต้องทำหน้าที่ในการขัดเกลาจิตใจชุมชนให้ดี มีศีลธรรม มีสัมมาชีพ สร้างสามัคคี ให้ชาวบ้านอาศัยอยู่ได้ด้วยความผาสุก เมื่อวัดสามารถยืนหยัดเป็นหลักใจให้กับบ้านได้แล้ว บ้านก็จะช่วยสนับสนุนค้ำชูวัด ถ้าวัดและบ้านสามารถประสานความร่วมมือจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว ผลที่จะเกิดตามมาอย่างแน่นอนคือ จะทำให้สังคมไทยมีความเข้มแข็ง ปลอดภัย ร่มเย็น นับเป็นการฉลองพระราชศรัทธาของพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นพุทธศาสนูปถัมภก”

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ไชยา ยิ้มวิไล กล่าวว่า พิธีประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมา จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2545 โดยได้พิจารณาเห็นว่า วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ต้องเป็นวัดที่มีความมั่นคงถาวร มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎกระทรวง การสร้าง การตั้ง การรวม การย้ายและการยุบเลิกวัด การขอพระราชทานวิสุงคามสีมา และการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา พ.ศ. 2559 ดังนั้นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในครั้งนี้ จึงเป็นวัดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามที่บัญญัติไว้ในกฎกระทรวง และสามารถทำสังฆกรรมได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดที่ความสมบูรณ์ทั้งทางด้านพระธรรมวินัยและกฎหมายทุกประการ

ศาสตราจารย์ ดร.ไชยา กล่าวต่อไปว่า การจัดพิธีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ครั้งนี้ ประกอบด้วยวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในงวดที่ 2 ประจำปี 2561 จำนวน 61 วัด และงวดที่ 3 ประจำปี 2561 จำนวน 186 วัด รวม 247 วัด ในการนี้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าอาวาสและพุทธศาสนิกชนในการพัฒนาวัด อันเป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป