ยกระดับ อปต. “ชุมชนนวัตกรรมวิถีพุทธ” สมเด็จพระวันรัต แนะพระให้สอนโยมด้วยคำง่ายๆ อย่าไกลตัว

0
142

วันนี้ (11 ก.ย.62) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมพระเทพศาสนาภิบาล วัดไร่ขิง พระอารามหลวง อ.สามพราน จ.นครปฐม สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ในฐานะประธานคณะกรรมการหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล(อปต.) เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาประธานอปต. ทั่วประเทศ โดยมีพระสงฆ์จากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมกว่า 1,200 รูป โดยมีพระเทพศาสนาภิบาล เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง และพระเถรานุเถระที่เกี่ยวข้องร่วมถวายการต้อนรับ

สมเด็จพระวันรัต กล่าวสัมโมทนียกถาเปิดการประชุมว่า อยากให้ท่านทุกรูปที่เข้าร่วมประชุมพึงระลึกไว้เสมอว่า ญาติโยมคือผู้ถวายการอุปถัมภ์ปัจจัยทั้งสี่แด่พระสงฆ์ ดังนั้นงานของหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลจึงเป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องทำคุณตอบแทนแก่ญาติโยม และอยากจะแนะนำว่าการขับเคลื่อนงาน อปต. ควรสอนให้ญาติโยมพึ่งตนเองด้วยหลักมัชฌิมาปฏิปทา  คือสอนโยมแบบง่ายๆ ใกล้ๆ ตัว อย่านำเรื่องสวรรค์ นรก สอนโยมเพราะห่างไกลเกินไป ควรสอนให้รู้หลักของศีล สมาธิ ปัญญา และความมีสติ ศีลนั้น เป็นภาษาของพระพุทธเจ้า คือ ศี ละ ศีลแปลว่า ปรกติ ศีลนั้นมีอยู่ในตัวของทุกคนอยู่แล้ว คือเป็นคนปรกติ ไม่ต้องไปขอศีลกับพระที่ไหน การอาราธนาขอศีลเป็นเพียงศาสนพิธี ศีลอยู่ที่ตัวของเราเองตั้งแต่เกิดมา เมื่อเราปรกติคือเรามีศีล ถ้าเป็นคนผิดปรกติคือคนที่ทำผิดศีล ถ้าทำผิดก็ต้องถูกตำรวจจับติดคุก ไม่ต้องไปสอนว่าจะตกนรก แม้นรกมีจริงแต่ก็ห่างเกินไป ขอให้สอนญาติโยมเรื่องใกล้ๆ ตัว  ซึ่งคนปรกติเขาจะไม่ทำผิดทั้งการทำร้าย ฆ่าผู้อื่น พูดจาหยาบคาย เลอะเลือน ลักทรัพย์ เสพของมึนเมาสุราเมรัย เช่นนี้ไม่เรียกว่าปรกติ คือผิดศีล

“ขอให้สอนญาติโยมดูแลตนเองทั้งด้านกาย วาจา ใจ สอนให้ดำเนินชีวิตด้วยปัญญาคือความรู้ อย่าดำเนินไปด้วยความไม่รู้ ให้เอาสัมมาทิฐิมากำกับกาย วาจา ใจ ให้ตั้งใจด้วยสมาธิ ถ้าตั้งใจดีแล้วก็จะไม่ทำผิด  บังคับวาจาไมให้พูดผิด บังคับกายให้ทำถูก เพราะฉะนั้นให้เอาปัญญามาใช้บังคับใจ บางครั้งรู้ว่าสิ่งนี้ผิด ผิดเพราะเราคบคนไม่ดี คบคนชั่ว ขอให้พูดคำง่ายๆ ว่าอย่าคบคนชั่ว คนโง่ เพราะคนโง่เขาคิดว่าคนอื่นไม่ดี ตัวเขาดี กินเหล้าดี ต้องเอาสติมากำกับอีกทีหนึ่งเพื่อเป็นหางเสือ สรุปว่า ศีล สมาธิ ปัญญา ทั้งสามอย่างนี้คือความไม่ประมาท ทำความเข้าใจให้ได้ว่า เราเป็นหนี้ของโยมเพราะว่าอาศัยเขากิน อาศัยเขาอยู่ อาศัยเขาใช้ เราต้องปลดหนี้ของเราให้ได้ด้วยการใช้คำพูดให้เขาเข้าใจได้ว่า เขาควรจะดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุขความเจริญในชีวิต” ตอนหนึ่ง สัมโมทนียกถาของสมเด็จพระวันรัต

พระพรหมเสนาบดี  (พิมพ์ ญาณวีโร) เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ผู้รักษาการเจ้าคณะภาค 7 ในฐานะรองประธานอปต. กล่าวว่า การดำเนินงานของอปต. มีกรอบการดำเนินงาน 8 ด้าน คือ 1.ศีลธรรมและวัฒนธรรม 2.สุขภาพอนามัย 3.สัมมาชีพ 4.สันติสุข 5.ศึกษาสงเคราะห์ 6.สาธารณสงเคราะห์ 7.กตัญญูกตเวทิตาธรรม และ8.สามัคคีธรรม เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2518 โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์  (ฟื้น ชุตินฺธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และอดีตกรรมการมส. เพื่อให้พระสงฆ์เป็นผู้นำในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน เพื่อช่วยประชาชนให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งแนวทางในการขับเคลื่อนอปต.จากนี้ไปนั้น จะเน้นในเรื่องสัมมาชีพ เพื่อยกระดับอปต.สู่ชุมชนนวัตกรรมวิถีพุทธ เนื่องจากที่ผ่านมาจากการลงพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ พบว่าประชาชนในแต่ละพื้นที่มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับชุมชน จึงจะนำเรื่องนี้มาเป็นจุดเด่นในการดำเนินงานของอปต.

ด้านพระเทพรัตนนายก (จำรัส ทตฺตสิริ) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย เจ้าคณะจังหวัดลำพูน ในฐานะกรรมการอปต. กล่าวว่า งานของอปต. จะมีการส่งเสริมสัมมาชีพให้กับชาวบ้านอยู่แล้ว ดังนั้นถ้ามีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาเสริมเข้าไป จะยิ่งเพิ่มความโดดเด่นให้กับงานของอปต.มากยิ่งขึ้น เช่นที่จ.ลำพูน มีการส่งเสริมการผลิตผ้าทอไตรจีวร จนได้รับการยอมรับในคณะสงฆ์ มีการสั่งซื้อเข้ามาจากทั่วประเทศ สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน และต่อไปจะมีการนำพลาสติกมารีไซเคิลทอผ้าเป็นผ้าไตรจีวรอีกด้วย

นายณรงค์ ทรงอารมณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ปฏิบัติราชการแทน ผอ.พศ. กล่าวว่า เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพของอปต. พศ.และวัดไร่ขิง จึงกำหนดจัดการประชุมสัมมนาประธาน อปต. เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ 2562 ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ย. 2562 วัตถุประสงค์เพื่อ เป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินงานของอปต. เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินงาน อันจักนำไปสู่การพัฒนา อปต.ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา อปต. ให้เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของชุมชน ทั้งนี้ ได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากพระเทพศาสนาภิบาล เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง เอื้อเฟื้อสถานที่ในการดำเนินโครงการ ตลอดทั้งพระเถรานุเถระ ศรัทธาสาธุชน ที่มีส่วนสนับสนุนให้การจัดประชุมสัมมนาฯ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุตามวัตถุประสงค์