มิติใหม่ไทสุวรรณ…ไร้แอลกอฮอล์ กิจกรรม “บุญคูณลาน สู่ขวัญข้าว” อนุรักษ์ประเพณีชาวไทยอีสาน วิถีชีวิตที่ไม่ยอมให้น้ำเมาเข้าถึงเยาวชน

0
311

ประเพณี “บุญกุ้มข้าวใหญ่” หรือ “บุญคูณลานสู่ขวัญข้าว” เป็นประเพณีทำบุญฮีตสิบสองของชาวอีสาน ที่เรียกว่า “ฮีตสิบสอง คองสิบสี่” ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นการนำข้าวเปลือกที่นวดแล้วกองขึ้นให้สูง เรียกว่า “คูณลาน” หมายถึงเพิ่มเข้า หรือทำให้มากขึ้น เริ่มจากชาวบ้านจะนำข้าวที่เก็บเกี่ยวไว้มารวมกัน ซึ่งเป็นการระดมข้าวเปลือกมาทำบุญตามกำลังศรัทธา รวบรวมเก็บไว้เป็นกองกลาง เมื่อนำมาจัดจำหน่ายแล้วนำเงินมาเป็นกองทุนของอำเภอ ซึ่งทางจังหวัดร้อยเอ็ด มีนโยบายผลักดันให้ทุกอำเภอจัดกิจกรรมงานบุญคูณลานในทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ของข้าวหอมมะลิของจังหวัดร้อยเอ็ด

ซึ่งเป็นดินแดนของแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่ขึ้นชื่อในระดับประเทศ 

นอกจากนี้ การจัดงานระดับอำเภอจะเป็นในลักษณะของงานวิถีชุมชน งานของดีอำเภอสุวรรณภูมิ ในภาคกลางวันและในภาคค่ำจะมีการแสดงคอนเสิร์ตจากวงดังๆ ในแถบภาคอีสานที่มีแฟนๆ เพลงติดตามผลงานกันมาร่วมชมคอนเสิร์ตดังกล่าว จึงทำให้ต้องมีการควบคุมดูแลเป็นพิเศษเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายปรีชา แสนรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด เล่าให้ฟังว่า การทำงานครั้งนี้มีนโยบายจากท่านนายอำเภอ โดยประชาสัมพันธ์สื่อสารเพื่อของความร่วมมือทำเป็นแคมเปญใช้ชื่อว่า “มิติใหม่ไทสุวรรณ” ซึ่งในงานนี้จะเชิญชวนให้ชาวสุวรรณภูมิและนักท่องเที่ยว ทราบและร่วมกิจกรรมโดยไร้แอลกอฮอล์ ทั้งนี้ ภายในงานช่วงกลางคืนจะมีคอนเสิร์ท ที่มีเยาวชนที่เป็นวัยรุ่นมาร่วมชมจำนวนมาก  ดังนั้นทางอำเภอจึงได้จัดให้มีกองกำลังเพื่อควบคุมดูแลเป็นพิเศษ ประกอบด้วย ชุดกองร้อยน้ำหวาน(เจ้าหน้าที่ผู้หญิง) ทำหน้าที่ตรวจเข้ม เพื่อป้องกันการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาภายในงาน ซึ่งจะทำการขอนำมาเก็บเอาไว้ หากท่านที่ต้องการขอนำกลับก็ให้มารับหลังจากออกจากงานในตอนเลิกได้  อีกทั้ง มีเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น คือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาเป็นชุดตรวจร่วมด้วย  สำหรับการควบคุมดูแลความสงบเรียนร้อยในทุกคืนจะมีชุดตรวจ-จับ นับร้อยคนต่อคืน  มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านมาช่วยดูแลลูกบ้านของตนเองอีกด้วย  ซึ่งการดูแลภายในงาน เราทำเฉพาะในระดับพื้นที่อำเภอของเราเอง  ส่วนหน้างานที่ต้องใช้ความชำนาญในการจับ-ปรับ เราก็จะอาศัยเจ้าหน้าที่ของสรรพสามิตระดับจังหวัดมาร่มด้วย เนื่องจากต้องมีการทำสำนวนบันทึกการจับกุม ซึ่งต้องใช้ความแม่นยำเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด

นายธนิต พันธ์หินกอง นายอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด นายอำเภอดีกรีนักรณรงค์งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง  กล่าวว่า แนวคิดการจัดงานครั้งนี้ใช้แคมเปญที่ชื่อว่า “แคมเปญ..มิติใหม่ไทสุวรรณ” เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์สื่อสารให้พี่น้องในอำเภอได้รับรู้และเข้าใจว่างานบุญคูณลานครั้งนี้เป็นงาน “ปลอดแอลกอฮอล์”  เพื่อเป็นการขอความร่วมมือและเป็นการแจ้งเตือนให้ทราบว่า หากมีการฝ่าฝืนจะมีการตรวจจับ ปรับจริง  จริงแล้วเขามีกฏหมายมาคอยควบคุมผู้บริโภคผู้ซื้อกฏหมายเขาตราขึ้นมาเพื่อให้เกิดความพอเหมาะพอดีฉะนั้นแนวคิดในเรื่องการจัดงานเทศกาลประเพณีต่างๆ มันก็ควรที่จะเป็นงานเทศกาลที่ต้องควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปด้วยจะปล่อยให้มาจำหน่าย ปล่อยให้มาดื่มกิน ในสิ่งที่กฏหมายเขาห้ามไว้มันไม่ควร  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราจัดงานเทศกาลประเพณีแล้ว ต้องไปพึ่งพาอาศัยทุนที่จะมาจัดงานจากผู้สนับสนุน ก็ไม่ควรรับจากผู้สนับสนุนที่มาจากผู้จำหน่าย ผู้ค้าหรือผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เขาขายโดยตรงหรือโดยอ้อมก็แล้วแต่เขาใช้สื่อเข้ามาในงานเราได้แล้วเขาก็มอบเงินส่วนหนึ่งให้จัดงาน  ผมว่าเราก็ไม่ควรรับ  เพราะหากเรารับเขามาจะต้องมีความเกรงใจเขา เป็นการรูปหน้าปะจมูก   จริงๆ แล้วงานทุกงานของเราก็มีผู้สนับที่จะเป็นผู้สนับสนุนรายการของเรา เป็นพวกมือปลอดแอลกอฮอล์อีกเยอะที่เขาพร้อมที่จะเข้ามาและครั้งนี้ภายในงานจะมีการแสดงคอนเสิร์ท เป็นงาน “คลีนคอนเสิร์ต” สำหรับท่านที่ชื่นชอบดนตรีและความบันเทิง

“จากข้อมูลการตรวจจับผู้ลักลอบกระทำผิดตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 22-26 มกราคม 2562 มีการจับปรับจริงทั้งหมดจำนวน 6 ราย โดยจับวันที่ 22 รายได้ 4 ราย และวันที่ 24 จับเพิ่มอีก 2 ราย ส่วนใหญ่เป็นกรณีเกิดจากการแอบขายและมีการดัดแปลงส่วนผสมอีกด้วย และในระยะเวลาการจัดงานครั้งนี้ยังคงมีความปลอดภัยและไม่มีเหตุการณ์ วิวาทเกิดขึ้นภายในงานแต้อย่างใด” นายอำเภอนักรณรงค์กล่าว

นายอำเภอกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผมขอยืนยันว่าจากการปฎิบัติการครั้งนี้ได้ผลในระดับหนึ่ง  ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ นายอำเภอเป็นเจ้าของสถานที่ มีอำนาจเต็ม ต้องไม่ปล่อยให้มีการขาย การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ห้าม  และยังขอยืนยันว่าคอนเสิร์ตไม่ใช่ปัญหา คนในสังคมชอบพูดว่างานดนตรีงานคอนเสิร์ต คือตัวปัญหา แต่การที่เราไม่รักษาระบบ ระเบียบ ตามที่มันควรจะเป็นต่างหาก คือ ปัญหา ถ้าเรายังโทษเด็ก โทษอย่างอื่นคงแก้ปัญหาปะเทศไม่ได้หรอก  เราต้องมาสำรวจตัวเองสำรวจสังคมชุมชนเราเป็นอย่างไร คนที่เป็นนายอำเภอ คนเป็นตำรวจ คุณได้ทำหน้าที่ของตัวเองดีหรือยัง  มีเครื่องมือมาช่วยกันดูแลพวกเขาได้ดีหรือยัง ถ้าพวกเรายังตอบคำถามไม่ได้ คุณจะไปชี้ว่าเด็กผิดหรือคอนเสิร์ตผิดคงไม่ใช่ เราก็ต้องพยายามสร้างมิติใหม่ให้ได้ ให้พูดถึงการเที่ยวงานคอนเสิร์ตที่สุวรรณภูมิดีจริงๆไม่มีตีกัน เพราะเขาไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์….

จะได้ทำให้อำเภอสุวรรณภูมิกลายเป็นมิติใหม่ไทสุวรรณจริงๆ