“มหาเถร” นิ่ง ส่งให้ ผอ.พศ.แถลงชี้แจงเหตุ ระบุ ไม่มีอคติ ทำตามหน้าที่เป็นไปตามมูลหรือหลักฐาน ขณะนี้ยังไม่มีใครถูกใครผิด ให้รอผล ป.ป.ช.วินิจฉัย

0
1308

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. เวลา 13.30 น. ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ) พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) มีกรรมการมส.ทยอยเดินทางเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด ด้วยมีนักข่าวจากหลายสำนักจำนวนมากเข้ามารายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีการทุจริตเงินทอน หรืองบอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม และงบเผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่มีกรรมการมส. 3 รูป ประกอบด้วย พระพรหมดิลก วัดสามพระยา พระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศาราม และพระพรหมสิทธิ วัดสระเกศ ถูกแจ้งดำเนินคดี ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมตามปกติโดยมีเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ-ทหารจำนวนมาก ถวายการอารักขาอย่างเข้มข้น

สำหรับการประชุมมส.ในครั้งนี้ มีคณะกรรมการมส.ที่เข้าร่วมประชุมจำนวน 16 รูป ประกอบด้วย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) ทรงเป็นประธานการประชุม สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาส สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการาม พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระพรหมดิลก วัดสามพระยา พระพรหมสิทธิ วัดสระเกศฯ พระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศ์ พระพรหมมุนี วัดราชบพิธฯ พระพรหมเมธาจารย์ วัดบุรณศิริ พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส พระพรหมโมลี วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  พระพรหมวิสุทธาจารย์ วัดเครือวัลย์ พระธรรมบัณฑิต วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก และพระธรรมธัชมุนี วัดปทุมวนาราม

ภายหลังการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง พ.ต.ท.พงศ์พร ได้ออกมาส่งกรรมการมส.ทุกรูปขึ้นรถ ทั้งยังได้รับพรจากพระพรหมเมธีด้วย จากนั้นจึงแถลงข่าวว่า มส.มีมติให้ตนออกมาแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจ และจะไม่มีการตอบคำถามใดๆ โดย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีของหน่วยบังคับใช้กฎหมาย คือปปป. และป.ป.ช. ถ้าอยากได้ข้อมูลให้ไปสอบถามทั้งสองหน่วยงานดังกล่าว และในการกล่าวหานั้น เป็นการกล่าวหาไปตามมูลหรือหลักฐาน ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปแจ้งความ มิได้กระทำในลักษณะที่มีอคติ แต่เป็นหน้าที่ที่จะต้องไปกระทำ และกระทำแล้วก็มิได้ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งเจ้าหน้าที่ หรือพระสงฆ์เป็นผู้กระทำผิด เพราะขณะนี้อยู่ในระหว่างชั้นสอบสวน ซึ่งในขั้นตอนนี้ถ้าไปที่ป.ป.ช. เรียกว่าการไต่สวน และวินิจฉัย ซึ่งป.ป.ช.ยังมิได้เริ่มเลย จึงยังไม่มีพยานหลักฐานครบถ้วนที่จะพิสูจน์ได้ว่าใครผิดใครถูก ขณะนี้ยังไม่มีผู้กระทำผิด และรัฐธรรมนูญก็ระบุไว้แล้วว่าบุคคลได้รับการสันนิษฐานว่ายังบริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาจนถึงที่สุดว่ากระทำความผิด