มหาเถรฯจัดระเบียบให้เช่าที่ดิน-อาคารของวัดทั่วประเทศ อุดช่องโหว่คนใช้พื้นที่วัดหากิน ปล่อยเช่าช่วงราคาสูงแต่เงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ทำวัดเสียประโยชน์

0
1051

วันที่ 9 มกราคม 2563 นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ในฐานะรองโฆษกพศ. กล่าวว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ได้มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ (พศป.) เสนอเกี่ยวกับการให้เช่าที่วัดหรือที่ธรณีสงฆ์ เพื่อสร้างอาคารพาณิชย์หรืออาคารอื่นใด เพื่อใช้แสวงหาผลประโยชน์ตามแนวนโยบายเกี่ยวด้วยวิธีดำเนินการสาธารณูปการและสาธรณสงเคราะห์ โดยเจตนารมณ์ เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลเจ้าอาวาสในการจัดการศาสนสมบัติของวัด ทั้งทรัพย์สินและผลประโยชน์ เพื่อป้องกันมิให้เจ้าอาวาสต้องถูกตำหนิติเตียน และเกิดข้อผิดพลาดในการจัดการศาสนสมบัติโดยลำพัง อันอาจจะนำความเสียหายมาสู่การคณะสงฆ์ได้ จึงเห็นสมควรวางแนวทางเพิ่มเติมให้วัดทั้งหลายได้ปฏิบัติ ดังนี้

1.วัดใดมีผู้ขอเช่าอาคารพาณิชย์หรืออาคารอื่นใดของวัด เพื่อใช้ในการแสวงหาผลประโยชน์ ให้เจ้าอาวาสวัดนั้นส่งแบบแปลนแผนผังก่อสร้าง งบประมาณ ผลประโยชน์ ที่วัดจะพึงได้รับทั้งเงินบำรุงวัด ทั้งค่าเช่าอาคาร ร่างสัญญาเช่าไปยังพศ. เพื่อเสนอคณะกรรมการพศป. พิจารณาก่อน 2.เมื่อคณะกรรมการพศป.เห็นชอบแล้ว ให้นำสนอมส. เพื่อพิจารณาทุกเรื่อง 3.วัดจะทำสัญญาเช่าได้ เมื่อมส.พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว และให้วัดแจ้งผลการดำเนินการตามมมติมส. ต่อพศ. เพื่อรายงานคณะกรรมการ พศป. ทราบ พร้อมกันนี้มส.ยังมอบพศ. ให้ปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2511) ออกตามความในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ให้สอดคล้องกับมติมส. และเหมาะสมแก่กาลสมัยด้วย

นายสิปป์บวร กล่าวต่อไปว่า การดำเนินการดังกล่าวของมส. เพื่อเป็นการอุดช่องโหว่การจัดประโยชน์ที่ดินของวัด อีกทั้งนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลพศ. ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพื่อต้องการรักษาผลประโยชน์ให้กับวัด จึงแจ้งมายังพศ. ให้นำเรียนมส. เพื่อหาแนวทางดำเนินการ เพราะที่ผ่านมามีผู้มาเช่าที่ของทางวัดแล้วปล่อยเช่าต่อในราคาที่สูงกว่าเดิมมาก ทำให้แทนที่ส่วนต่างของค่าเช่าจะได้นำมาบำรุงพัฒนาวัด กลับไปเข้ากระเป๋าผู้เช่าแทน รวมไปถึงยังเป็นการป้องกันผู้เข้ามาอาศัยพื้นที่วัดแสวงหาผลประโยชน์ เช่นกรณีข่าวทัวร์จีนมาใช้พื้นที่วัดสร้างอาคาร เพื่อหลอกนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวแล้วต้องเสียเงินเช่าบูชาวัตถุมงคลในราคาแพงเกินจริงด้วย ซึ่งหลังจากนี้ทุกวัดในประเทศไทย หากมีการจัดประโยชน์ที่ดิน ให้เช่าอาคารพาณิชย์หรืออาคารอื่นใดของวัด จะต้องรายงานคณะกรรมการพศป. และมส.ก่อน และจะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อมส. ให้ความเห็นชอบแล้วเท่านั้น ซึ่งเป็นการปรับแก้แนวทางจากเดิมที่หากเป็นสัญญาเช่าไม่เกิน 3 ปี ให้เป็นอำนาจเจ้าอาวาสพิจารณาได้เลย

(ชมคลิป)

“สาระสำคัญของการออกมาตรการนี้ ก็เนื่องจากเกิดปัญหาตามที่เราทราบแล้วนั้น และกฎกระทรวงฉบับที่ 2 มีการขาดช่วงอยู่ เมื่อทำสัญญาระยะยาว 20-30 ปี หลังจากสัญญานั้นสิ้นสุดลงก็เกิดช่องว่างเมื่อวัดทำสัญญาต่อโดยไม่มีเพดานกำหนดราคาค่าเช่า ทำให้วัดถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้เข้ามาแสวงหาประโยชน์จากการใช้ที่ดินของวัด มหาเถรสมาคมจึงออกแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านและป้องกันการเกิดตำหนิเตียนเจ้าอาวาส หรือไม่ให้เกิดคำว่า “หากินกับวัด” เอาเปรียบชาวบ้าน จึงเป็นอีกมาตรการหนึ่งเมื่อออกไปแล้วจะเปลี่ยนวิธีการ จากเดิมที่เคยส่งถึงเจ้าคณะจังหวัดนั้นไม่เอาแล้ว ต่อไปนี้จะมีการรับผิดชอบ 3 เส้า คือ เจ้าคณะปกครองสงฆ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด และผอ.พุทธจังหวัด จะต้องรับรู้เรื่องนี้พร้อมกันและปฏิบัติร่วมกัน” นายสิปป์บวร กล่าว