มหาอุทกภัย จ.อุบลราชธานี จำแนก คนดี-คนชั่ว ให้ได้เห็น

0
240

มหาอุทกภัย จ.อุบลราชธานี จำแนก คนดี-คนชั่ว ให้ได้เห็น

ตราบใดที่คนชั่วยังไม่สำนึกผิด ยังมองไม่เห็นโทษของการทำความชั่ว ก็ย่อมจะมองไม่เห็นคุณค่าแห่งการทำความดี เมื่อเป็นเช่นนี้ คนชั่วก็ยังสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงอยู่กับการทำความชั่วได้ตลอดไป

ในขณะที่พี่น้องชาวไทยในจังหวัดอุบลราชธานี กำลังประสบชะตากรรมถูกน้ำท่วมอย่างหนักหนาสาหัส เดือดร้อนไปแทบจะทุกหลังคาเรือน คนดีก็ระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือบรรเทาทุกข์กันอย่างเต็มกำลังความสามารถทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดไปถึงพระสงฆ์องค์เจ้า

ใครมีกำลังกาย กำลังทรัพย์ ที่จะช่วยได้เท่าไหร่ อย่างไร ก็ทุ่มเทความพยายามช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ คนที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ก็ส่งกำลังใจไปให้ ช่วยแพร่ข่าวกระจายข่าวบอกต่อ ๆ กันไป ถึงวิธีการให้ความช่วยเหลือ ด้วยความเมตตาสงสาร และปรารถนาดีต่อกัน คนไทยไม่เคยแล้งน้ำใจ ไม่เคยนิ่งดูดา

ส่วนคนชั่ว นอกจากจะไม่ได้ช่วยอะไรแล้ว ก็หาแต่เรื่องตำหนิติเตียนคนที่เขาทุ่มเททำงาน หาเรื่องโจมตีอย่างไม่สร้างสรรค์ สร้างข่าวเท็จข่าวลวง คอยแต่จะยุยงให้เกิดความเกลียดชังกัน สังคมไทยมันจึงมีแต่เรื่องแย่ ๆ ก็เพราะคนประเภทนี้

บางพวกก็ทำท่าไปช่วยพอให้ได้ถ่ายภาพไปโฆษณาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

บางพวกก็เป็นมิจฉาชีพเปิดบัญชีรับบริจาคหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง

บางพวกก็ยักยอกเอาข้าวของที่คนไทยช่วยกันบริจาคเพื่อช่วยเหลือคนที่ถูกน้ำท่วมเดือดร้อนไม่มีจะกินจริง ๆ ก็เห็นแก่ตัวแย่งเอาของเขาไปกินเสียคนเดียว

โลกมันก็มีทั้งคนดีและคนชั่วแบบนี้แหละ เห็นใครทำดีก็พลอยดีใจไปกับเขา เห็นใครทำชั่วก็ชวนให้อดสังเวชสลดใจไม่ได้

เกิดเป็นคนทั้งที ทำไมหนอ! จึงตั้งหน้าตั้งตาสร้างบาปสร้างกรรมทำร้ายตัวเองไม่หยุดไม่ถอย จะเอาให้ตัวเองต้องจมลงในอเวจีมหานรกให้ได้เลยอย่างนั้นหรือ

คนดีก็อาจหาญร่าเริงในการทำความดีต่อไปจนวันตาย ไม่ต้องไปพะวงกับคำติฉินนินทาที่ออกจากปากของคนชั่ว ขอให้เราตั้งใจทำดีให้จริงก็แล้วกัน คนดีด้วยกันเขามองเห็น เขาชื่นชม เขาอนุโมทนาด้วยส่วนคนชั่วใครจะว่า อย่างไรก็ช่างเขา อย่าไปใส่ใจ คนชั่วมันก็คอยแต่จะอิจฉาริษยา ไม่อยากให้ใครได้ดี คอยจ้องแต่จะแสวงหาผลประโยชน์เท่าที่มันจะหยิบฉวยเอาได้เท่านั้นแหละ

อุปมาเหมือนเราเดินไปตามทาง แล้วไปเจอกองขี้อยู่ข้างทาง เราเห็นแล้วรู้แล้วก็เดินเลี่ยงไปเสีย ไม่จำเป็นต้องเอามือไปจับไปหยิบไปฉวยเอาขี้มาดมเพื่อพิสูจน์ว่า เป็นขี้หมู ขี้หมา หรือขี้คน นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังทำให้เสียเวลาต้องไปล้างมืออีกต่างหาก

คนชั่วก็อาจหาญร่าเริงในการทำความชั่วต่อไป จนกว่าจะเกิดสติปัญญาสำนึกผิดได้เอง

ชื่อว่า ความชั่ว แม้เราจะสำคัญผิดคิดว่าเป็นความดี  ถ้าได้ทำลงไปแล้ว ก็คือทำความชั่วนั่นแหละ มันไม่เปลี่ยนเป็นความดีให้อย่างที่คิด ผู้ทำชั่วก็ต้องได้รับผลตอบแทนเป็นความชั่วอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

ใครจะคิดว่าดี ใครจะคิดว่าชั่วอย่างไร ดีก็คือดี ชั่วก็คือชั่ว เป็นธรรมชาติตายตัวที่ไม่แปรเปลี่ยนกลับไปกลับมา จะเอาความคิดของเราไปเปลี่ยนให้ดีกลายเป็นชั่ว หรือให้ชั่วกลายเป็นดี อย่างนี้ย่อมไม่มีในโลก

มีแต่ใจของคนเท่านั้น ที่กลับกลอกเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ เดี๋ยวคิดดี เดี๋ยวคิดชั่ว เอาแน่นอนไม่ได้เลย ขึ้นอยู่กับภูมิจิตภูมิธรรมของแต่ละคนว่า จะมีกิเลสแรงกว่า หรือธรรมแรงกว่า ฝ่ายไหนแรงกว่าฝ่ายนั้นก็ชนะไป ใจก็ตกอยู่ในอำนาจบังคับของฝ่ายนั้น

ธรรมท่านจึงสอนให้มีสติบังคับจิต พอมันคิดชั่ว หากมีสติรู้ตัวก็ให้กำหนดจิตทำลายทันที อย่าปล่อยให้มันคิดชั่วยืดเยื้อต่อไปได้ ทั้ง ๆ ที่มีสติรู้ตัวอยู่ ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าปล่อยให้มันคิดชั่วได้แล้ว เดี๋ยวมันจะต่อยอดกลายไปเป็นการทำชั่ว พูดชั่วต่อไปอีกเป็นแถวยาวเหยียด

แต่ถ้าใจคิดดี ก็จงพยายามส่งเสริมให้ใจคิดดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ใจคิดดีอย่างไร การกระทำก็ควรทำดีให้ได้อย่างนั้นด้วย และการพูดก็ควรพูดดีให้ได้อย่างนั้นเช่นกัน แบบนี้เขาเรียกว่า เป็นคนซื่อตรง คือตรงไปตรงมา ใจคิดอย่างไร กายก็ทำอย่างนั้น วาจาก็พูดอย่างนั้น

อย่าฝึกให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ใจคิดอย่างหนึ่ง การกระทำเป็นไปอีกอย่างหนึ่ง การพูดก็พูดไปอีกอย่างหนึ่ง เขาเรียกคนแบบนี้ว่า คนคดในข้องอในกระดูก ในธรรมท่านห้ามมิให้คบคนเช่นนี้ จะนำภัยมาให้

โลกมันก็เป็นของมันอย่างนี้ ในเมื่อมันมีทั้งคนดีและคนชั่วอยู่ในโลกใบเดียวกัน ผลแห่งการกระทำของคนดีและคนชั่ว ก็ต้องต่างกันเป็นธรรมดา

เราไม่ต้องไปอยากให้คนชั่วมันทำดี เพราะมันเป็นไปไม่ได้ มิหนำซ้ำ ความอยากให้คนชั่วมันทำดีนั่นแหละ จะกลายเป็นสมุทัยทำให้ใจเราเป็นทุกข์ไปเปล่า ๆ คนชั่วมันจะทำดีได้ ก็ต่อเมื่อตัวมันเห็นโทษแห่งความผิดในสิ่งที่ตนทำด้วยตัวเองเท่านั้น มันไม่ทำดีตามความอยากของใคร

ดังนั้น หากเห็นใครทำไม่ดี ทำไม่ถูกใจเรา ก็ให้ทำใจเฉย ๆ ไว้เสียก่อน ใคร่ครวญดูให้แน่ชัดว่า ที่เขาทำมันผิดจริงไหม เขามีเจตนาทำผิดหรือเปล่า ใคร่ครวญให้รอบคอบ อย่าเพิ่งไปโกรธไปเกลียดไปด่าไปว่าอะไรเขา ถ้าเห็นแจ้งชัดแน่ใจว่า เขาทำผิดจริง และเรามีความน่าเชื่อถือพอที่เขายินดีที่จะรับฟังเรา ก็บอกเขาได้ ก็ชี้แจงเหตุผลผิดถูกดีชั่วให้เขาฟัง

แต่พึงระวัง ถ้าเป็นคนไม่รู้จักกัน ก็อย่าไปบอกไปสอนเขาสุ่มสี่สุ่มห้า ถ้ามันคันเขี้ยวจนทนไม่ไหว อยากบอกอยากสอนเขาจริง ๆ แนะนำให้หาหมวกกันน็อกกับเสื้อเกราะดี ๆ มาสวมใส่ป้องกันไว้ก่อนอีกชั้นหนึ่งจะปลอดภัยดี

Cr : เสียงธรรมจากดอยแสงธรรม