มหาจุฬาฯ พัฒนา “ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเชิงพุทธสันติวิธี”

0
146

      พระธรรมวัชรบัณฑิต (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) กล่าวว่า  เมื่อเร็วๆ นี้ได้เป็นประธานเปิดการสนทนาวิชาการไกล่เกลี่ยพุทธสันติวิธี ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเสริมสร้างสังคมสันติสุข จัดโดยหลักสูตรสันติศึกษา มจร ร่วมกับ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร และภาคีเครือข่าย ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่สำคัญในด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน เพราะการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นเครื่องมือในการหาทางออกอย่างสันติวิธี ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องมีสันติภายในเป็นฐานสามารถบริหารตนเองด้วยกัลยาณมิตร เป็นบุคคลน่ารัก น่ายกย่อง เป็นต้นแบบ สามารถวางตนให้เหมาะกับกาลเทศะ เครื่องมือในการไกล่เกลี่ยต้องฟังให้มากกว่าพูด ผู้ไกล่เกลี่ยอย่ามั่นใจตนเองมากเกินไป จะต้องจัดระบบให้ดีเพื่อการสื่อสาร โดยคุณสมบัติภายในของผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท คือจิตใจสำคัญมากจะต้องพัฒนาภายในก่อนพัฒนาภายนอก จะต้องเน้นพัฒนาผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนโดยเน้นคำสอนทางพระพุทธศาสนาเป็นฐาน การทำงานด้านไกล่เกลี่ยต้องประยุกต์ บูรณาการ ไม่ให้เสียหลักการในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยมุ่งทำงานตั้งแต่ชุมชนจนถึงระดับประเทศ ให้มองถึงความสามัคคี สร้างบรรยากาศที่ดีในระดับประเทศ เพราะเมื่อขัดแย้งจะเสียเวลาในการพัฒนาในมิติต่างๆ

พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผอ.หลักสูตรสันติศึกษา มจร ประธานคณะทำงานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร  กล่าวว่า มจร มีการลงนามความร่วมมือกับสำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันพระปกเกล้า เปิดหลักสูตรสันติศึกษาเพื่อพัฒนาสันตินวัตกรรมในการขับเคลื่อนสันติภาพ โดยมุ่งด้านกายภาพคือสันติภาพลงดินกินได้  ด้านพฤติภาพคือการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ด้านจิตตภาพคือพัฒนาภายในมิติจิตใจ  ด้านปัญญาภาพคือสันตินวัตกรรม  ทั้งมีการลงนามความร่วมมือกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร และขยายไปในพื้นที่ชุมชน  และมีการพัฒนาผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ย พ.ศ.2562 มีการพัฒนาผู้ไกล่เกลี่ยอย่างมีคุณภาพทั้งภายในและภายนอก พัฒนาผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเชิงพุทธสันติวิธี เพราะการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเชิงพุทธจะจบด้วยการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคู่ขัดแย้ง ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจะต้องสามารถจัดการความขัดแย้งภายในใจตนให้ได้ก่อน คือ สามารถไกล่เกลี่ยกิเลสของตนเองก่อนออกไปไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภายนอก

นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า มจร ใช้หลักสูตรไกล่เกลี่ยได้อย่างดีมาก มีการขยายออกไปอย่างเป็นระบบ และมีการตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ที่สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร เป็นต้นแบบของการบริหารจัดการที่ดี มีการสร้างการรับรู้ให้คนในสังคมได้รับรู้เป็นอย่างดี ทั้งนี้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้มีการขับเคลื่อนการตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ในกรุงเทพฯ 50 ศูนย์ โดยในอนาคตจะตั้ง 540 ศูนย์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ส่วนในต่างจังหวัดมีศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนซึ่งมีจังหวัดนำร่องครบทุกอำเภอ และตั้งใจว่าจะให้มีศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนในวัดทั่วประเทศที่มีความพร้อม และขับเคลื่อนผู้นำศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทยจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ย เพราะวัดเป็นฐานที่สำคัญของชุมชน