มส.ใช้ 5 ส รุกพัฒนาวัด ประชา รัฐ สร้างสุข “สุวพันธุ์” ย้ำ พศ.ให้เน้นทำงานสนองคณะสงฆ์เพื่อเกิดผลสัมฤทธิ์ในทุกด้าน

0
1912

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่หอประชุมพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม มหาเถรสมาคม(มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย(มมร.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือดำเนินโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” โดยมีเจ้าคณะสงฆ์ที่เกี่ยวข้องและผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 200 รูป/คน

พระพรหมมุนี กรรมการมส. ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา กล่าวว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวในปี 2561 ถือเป็นระยะที่ 3 ต่อยอดจากโครงการวัดสร้างสุข โดยโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาในด้านสาธารณูปการ ซึ่งจะพัฒนาวัดให้เป็นที่พึ่งทางกาย และใจ รวมถึงพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาแก่ประชาชนอย่างแท้จริง ด้วยการใช้หลัก 5 ส คือ 1.สะสาง คือ การลดสิ่งไม่จำเป็นให้พอดี 2.สะดวก คือ จัดสรรสิ่งต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย 3.สะอาด วัดสะอาดตรวจสอบสิ่งผิดปกติได้ง่าย 4.สร้างมาตรฐาน มีกฎเกณฑ์ ระเบียบ ร่วมปรับปรุงให้ดีขึ้น และ 5.สร้างวินัย ส่งเสริมการเคารพกติกา สร้างความเข้าใจทั้งพระเณร ฆราวาส ซึ่งตั้งเป้าหมายให้วัดจำนวนกว่า 40,000 แห่งทั่วประเทศได้รับทราบโครงการ และมีวัดสมัครเข้าโครงการเพื่อนำร่องเป็นต้นแบบจำนวน 1,500 วัดทั่วประเทศ ภายในระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ ปี 2561-2563

“คณะสงฆ์อยากเห็นวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และพระสงฆ์เป็นตัวแทนองวัดในการผู้นำจิตใจ เป็นศูนย์รวมแห่งความเคารพ เชื่อถือ รวมทั้งมีบทบาทในการควบคุมสังคม เพราะพระสงฆ์เป็นที่เคารพของบุคคลทุกชนชั้น ดังนั้น ปัจจัยที่จะทำให้พระสงฆ์เป็นที่เชิดชูของสังคม คือ  ความบริสุทธิ์ เสียสละ บำเพ็ญประโยชน์ เป็นผู้นำทางสติปัญญา ทั้งนี้การมุ่งพัฒนาวัดในครั้งนี้ของคณะสงฆ์ เพื่อต้องการให้วัดกลับมามีสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชน ภาครัฐ เอกชน ในการร่วมมือสร้างความเข้มแข็งด้านที่พึ่งทางใจ และศีลธรรม ให้วัดเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ของชุมชน ทำกิจกรรมเชิงพุทธที่จะสร้างศรัทธาทั้งทางกายและใจให้เกิดขึ้นในอนาคต” พระพรหมมุนี กล่าว

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลหวังเห็นวัดเป็นที่พึ่งทางกาย และทางใจของประชาชน ซึ่งการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางของชุมชน อยู่ในแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาของคณะสงฆ์ ถือว่า มีความคืบหน้าไปมาก เนื่องจากมีการวัดผล ประเมินผล มีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ที่สำคัญรัฐบาลได้เห็นการสร้างส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน ในการพัฒนาวัดกับคณะสงฆ์ จึงเชื่อว่า การพัฒนาดังกล่าวจะประสบผลสำเร็จ ในขณะเดียวกัน ตนขอฝากถึงพศ. ขอให้เน้นการทำงานสนองงานคณะสงฆ์เพื่อให้งานเกิดผลสัมฤทธิ์ ไม่ใช่ทำงานเพียงแค่รอรับเงินเดือนไปเดือนๆ หนึ่ง ขอให้ปรับมิติใหม่ในการทำงาน และรัฐบาลจะพยายามทำทุกวิถีทางที่จะสนับสนุนงานคณะสงฆ์ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทุกด้านต่อไป

พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. กล่าวว่า พศ.ในฐานะผู้สนับสนุนด้านนโยบายส่งเสริมให้วัดเข้าร่วมโครงการจะได้ดำเนินการด้านการสร้างการรับรู้และการสื่อสารกับวัด แจ้งวัดทุกวัดทั่วประเทศ และพิจารณาคัดเลือกวัดเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างวัด ประชาชน และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อก่อให้เกิดความสุขร่วมกัน