มส.ออกประกาศเข้ม !! ห้ามชุมนุม-สัมมนา-กิจกรรมการเมืองในวัด ให้เจ้าอาวาสห้ามปรามหรือขอกำลังเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอารักขา

0
1838

 

สำนักข่าว thairnews – “สมเด็จพระสังฆราช” ลงพระนามออกประกาศมหาเถรสมาคม ห้ามชุมนุม-สัมมนา-จัดกิจกรรมทางการเมืองในวัด กระทบความมั่นคง ด้านอดีตนายกสมาคม สพวช. แจง นายทะเบียนแจ้งมีผู้จดเปลี่ยนตัวนายกสมาคมไปแล้วเมื่อปลายปี 60  

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) ทรงลงพระนามในประกาศมหาเถรสมาคม(มส.) เรื่อง ห้ามใช้วัดเป็นสถานที่ชุมนุม หรือสัมมนา หรือจัดกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบ และความแตกแยกขึ้นในสังคม เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า ด้วยมส.ในการประชุมเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2561 ได้รับทราบพฤติการณ์ว่า มีการใช้อาคาร สถานที่ และพื้นที่ของวัด เป็นสถานที่จัดชุมนุม ประชุม สัมมนา เสวนา หรือกิจกรรมที่มีลักษณะ หรือเนื้อหาที่อาจเป็นการละเมิดกฎหมาย หรือกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือใช้จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งมีลักษณะเป็นการขัดคำสั่งมส. ลงวันที่ 2 ม.ค. 2538 เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.2538 อันเป็นการใช้สถานที่วัดผิดไปจากวัตถุประสงค์ เพื่อประโยชน์เฉพาะการทำสังฆกรรม กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา การคณะสงฆ์ การสาธารณสงเคราะห์ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการเสริมสร้างความสามัคคีของประชาชน จึงมีมติให้ประกาศดังต่อไปนี้

1.ให้พระสังฆาธิการปฏิบัติและกวดขันมิให้พระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง ตามคำสั่ง มส. ลงวันที่ 2 ม.ค.2538  2.ห้ามเจ้าอาวาสใช้ ยินยอม หรืออนุญาตให้ใช้วัดเป็นสถานที่จัดชุมนุม ประชุม สัมมนา เสวนาหรือมีกิจกรรมที่มีลักษณะหรือเนื้อหาที่อาจเป็นการละเมิดกฎหมาย หรือกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือให้ใช้จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง 3.หากมีผู้มาใช้วัดเป็นสถานที่จัดกิจกรรมดังกล่าวในข้อ 2 โดยพลการให้เจ้าอาวาสเข้าป้องกัน ห้ามปราม หรือระงับ มิให้มีการจัดกิจกรรมนั้นในวัดต่อไป ทั้งนี้หากมีความจำเป็นให้ขออารักขาจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

ทั้งนี้ มีรายงานว่า การที่สมเด็จพระสังฆราช ทรงลงพระนามออกประกาศมส. ดังกล่าว สืบเนื่องจากในการประชุมมส.เมื่อวันที่ 20 ส.ค. และวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา กรรมการมส. ได้มีการหารือถึงกรณีที่ใกล้จะมีการเลือกตั้งตามแผนโรดแมปของรัฐบาล  จึงเกรงว่าจะมีนักการเมืองอาศัยพื้นที่วัดในการหาเสียง จำเป็นต้องออกประกาศมส. แจ้งไปยังคณะสงฆ์ทั่วประเทศอีกครั้ง อย่างไรก็ตามมส. ไม่ได้ห้ามกรณีที่หากจะมีนักการเมืองเข้าไปทำบุญในวัดเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนการเลือกตั้ง แต่หากเมื่อทำบุญเสร็จแล้ว มีการกล่าวเชิญชวนประชาชนให้ไปเลือกเบอร์ของตัวเอง ขอให้เจ้าอาวาสวัดเข้าไปห้ามปรามโดยทันที

คณะกรรมการผู้ก่อตั้งสมาคม สพวช.ชุดแรกและผู้มีเกียรติ

ด้านนายณรงค์ หนูเชื้อ อดีตนายกสมาคมสื่อมวลชนพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยแห่งชาติ(สพวช.) ได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อมวลชนเพื่อทราบโดยทั่วกันว่า ก่อนหน้าจะมีประกาศมหาเถรสมาคมฉบับดังกล่าวออกมา ตนได้เคยทราบทางสื่อโซเชียลทั้งกลุ่มไลน์และเฟชบุ๊กหลายครั้ง มีผู้นำตราเครื่องหมายสมาคม สพวช. และชื่อสมาคมฯไปใช้ในการจัดประชุมเสวนาเชิงการเมืองตามสถานที่ต่างๆ อาทิ การกำหนดจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  การกำหนดจัดที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ อ.ปากเกร็ด กำหนดจัดที่วัดพระธาตุ จ.ขอนแก่น และกำหนดจัดในจ.เชียงใหม่ โดยไม่มีคณะผู้จัดงานคนใดแจ้งให้ทราบแม้แต่ครั้งเดียว

และเมื่อได้มีประกาศมหาเถรสมาคมฉบับดังกล่าวออกมา ในวันนี้ (31 ส.ค.) เวลาประมาณ 13.10 น. ตนจึงประสานขอข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานทะเบียน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่จดทะเบียนและเป็นสถานที่ตั้งที่ทำการสมาคมฯ ว่าได้มีผู้ใดไปดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการสมาคมหรือเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมหรือไม่  จึงได้รับการยืนยันว่า ได้มีกลุ่มบุคคลไปยื่นขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงทั้งชื่อนายกสมาคมและกรรมการสมาคมไปแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2560  ดังนั้นตนจึงมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการดำเนินกิจกรรมของสมาคม สพวช. ภายหลังการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง