มส.ห่วง “ทุจริตเงินทอน” กระทบภาพลักษณ์ ตั้งคกก.ติดตามข่าว-ชี้แจงเหตุ ด้าน “พงศ์พร” ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง ให้รายงานผลคืบหน้าทุก 15 วัน

0
3776

กรณีกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ตรวจสอบการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัด กว่า 60 ล้านบาท พบผู้เกี่ยวข้องเป็นข้าราชการระดับสูง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) โดยมีการสรุปสำนวนส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)แล้ว ทั้งเตรียมขยายผลเรื่องนี้ด้วยนั้น

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. กล่าวว่า คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงที่พศ.ตั้งขึ้น ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยตนให้รายงานผลความคืบหน้าทุก 15 วัน ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า ผู้ที่มีรายชื่อตามสำนวนของปปป.ยังคงมาทำงานที่พศ.อยู่นั้น ขอชี้แจงว่า การจะสั่งพักงานใครนั้นมีระเบียบกฎหมายรองรับ จะสั่งตามอำเภอใจไม่ได้ ขั้นตอนที่จะสั่งพักงานต้องพบว่ามีมูลความผิด และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยแล้ว จึงจะสามารถสั่งพักงานได้ ดังนั้นผู้บริหารพศ.ที่มีชื่อในสำนวนของปปป. จึงยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ แต่ไม่ได้ให้รับผิดชอบงานที่มีความสำคัญแล้ว ส่วนที่มีการเปิดเผยอักษรย่อวัดในกรุงเทพฯ ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินอุดหนุนวัดนั้น จากการสอบถามไปยังปปป. ได้รับการยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่ได้มาจากปปป. และตนยืนยันว่าข่าวนี้ไม่ได้ออกมาจากพศ.เช่นกัน ทราบเพียงว่ามีการเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นข่าวลวงก็เป็นได้

วันเดียวกันที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) พร้อมคณะกรรมาธิการศาสนาฯ เข้าถวายสักการะกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงลาประชุม ที่ประชุมมส.จึงมีมติให้สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรรมการมส. เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต เป็นประธานการประชุมแทน โดยสมเด็จพระวันรัต ให้โอวาทต่อคณะกรรมาธิการศาสนาฯ ว่า การที่คณะกรรมาธิการศาสนาฯ มาถวายสักการะกรรมการมส.และมาปวารณากิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับคณะสงฆ์ ขออนุโมทนา และคณะสงฆ์มีความประสงค์อย่างไรหวังว่า คณะกรรมาธิการศาสนาฯนี้จะได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะสงฆ์ประสงค์ ซึ่งความจริงการพระพุทธศาสนานั้น มีคณะสงฆ์เป็นผู้นำ โดยอาศัยข้อปฏิบัติ คือ ระเบียบวินัยที่พระพุทธเจ้าได้บัญญัติไว้ กฎหมายคณะสงฆ์ และกฎหมายบ้านเมือง ที่คณะสงฆ์จะต้องปฏิบัติ โดยหวังว่า สิ่งที่จะนำพาพระศาสนาไปได้นั้นทั้งฝ่ายพระสงฆ์และคฤหัสถ์จะอุปถัมภ์ให้เป็นไปด้วยดี และหวังว่าคณะกรรมาธิการศาสนาฯ จะได้ปฏิบัติเป็นตามระเบียบที่กล่าวมาแล้ว

จากนั้นพล.ต.อ.พิชิต ให้สัมภาษณ์ว่า ทางคณะกรรมาธิการศาสนาฯ มาเพื่อรับฟังแนวทาง และปัญหาจากทางมส. เพื่อให้มีการดำเนินการตามกฎหมายคณะสงฆ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยก่อนเข้ามาถวายสักการะมส. ทางคณะกรรมาธิการศาสนาฯ ได้เข้าหารือรับฟังปัญหาพศ. มาแล้วด้วย อย่างไรก็ตามในการเข้าถวายสักการะมส. และหารือกับทางพศ. ไม่ได้มีการพูดถึงการจัดการทรัพย์สินวัด แต่มาเพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเท่านั้น เช่น ในเรื่องของงบประมาณ เป็นต้น

เมื่อถามว่าขณะนี้มีปัญหาเรื่องการจัดการทรัพย์สินวัดแล้วทางคณะกรรมาธิการศาสนาฯ จะมีแนวทางแก้ไข เสนอปรับแก้กฎหมายหรือไม่ พล.ต.อ.พิชิต กล่าวว่า ต้องให้ฝ่ายบริหารดำเนินการก่อน โดยทราบมาว่าทางพศ.กำลังมีการหารือเรื่องนี้กับทางรัฐบาลแล้ว

ต่อมาภายหลังการประชุมมส. พ.ต.ท.พงศ์พร แถลงข่าวผลการประชุมมส.ว่า มส.ไม่ได้มีการหารือเรื่องจัดการทรัพย์สินวัด แต่มส.มีความเป็นห่วงเรื่องข่าวต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ที่กระทบต่อภาพลักษณ์คณะสงฆ์ เช่น ข่าวการทุจริตเงินอุดหนุนวัด เป็นต้น ดังนั้น มส.จึงเห็นชอบตามที่พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการมส. เสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อชี้แจงข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมส. เป็นประธาน