มส.ถกเข้ม มีมติมอบแต่ละหนกำหนดแนวทางการบิณฑบาตเอื้อพระวินัย

0
200

นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ในฐานะโฆษกพศ. กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ว่า ตามที่มีข้อร้องเรียนผ่านระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และพศ. กรณีการบิณฑบาตของพระสงฆ์ที่ไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย เช่น การบิณฑบาตก่อนอรุณ การกลับเข้าวัดเกินเวลาที่กำหนด รับบิณฑบาตมากเกินความจำเป็น หรือถ่ายเทอาหารให้บุคคลภายนอก นั่งหรือยืนปักหลักบิณฑบาตบริเวณหน้าร้านค้า ตลอดจนนำอาหารที่ได้รับมาให้ร้านค้าจำหน่ายต่อ รวมทั้งหวังแต่ลาภสักการะ เมื่อบิณฑบาตแล้ว อาหาร ดอกไม้ ธูป เทียนที่ได้ไม่นำกลับวัด ทิ้งไวข้างทาง เป็นตัน เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมแก่สมณวิสัย ทำให้ผู้ที่ใส่บาตรและผู้ที่พบเห็นเสื่อมความศรัทธา เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่พระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ โดยในการประชุมมส. เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา มส.ได้มอบกรรมการมส. 3 รูป คือ พระพรหมบัณฑิต พระพรหมเสนาบดี พระธรรมกิตติเมธี ไปหารือกันเพื่อออกแนวปฏิบัติที่เหมาะสม และถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย เพื่อนำเสนอในการประชุมมส.พิจารณาออกแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไปนั้น

นายสิปป์บวร กล่าวต่อไปว่า กรรมการมส.ทั้ง 3 รูป ได้สรุปแนวทางเสนอมส. และมส.ได้มีมติว่า ให้เจ้าคณะใหญ่ในแต่ละหน ซึ่งมีสถานะเป็นประธานพระวินยาธิการ (ตร.พระ) ของแต่ละหน ไปพิจารณาออกแนวทางในการบิณฑบาตให้ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และเหมาะสมกับวิถีชีวิตของประชาชนในแต่ละพื้นที่ จากนั้นให้กำหนดเป็นแนวทางของแต่ละพื้นที่ ผ่านคณะกรรมการพระวินยาธิการระดับจังหวัด โดยจะมีพระวินยาธิการประจำตำบล ตำบลละ 2 รูป ทำหน้าที่ในการลงพื้นที่ตรวจตามสถานที่ต่างๆ ทั้งนี้การบิณฑบาตที่ไม่เหมาะสมของพระสงฆ์ ถือว่าเข้าข่ายการมีอาจาระไม่เหมาะสม ซึ่งบทลงโทษจะอยู่ที่การพิจารณาของเจ้าคณะผู้ปกครอง ตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ และหากยังคงทำผิดอยู่เนืองๆ ก็สามารถพิจารณาโทษถึงขั้นให้สละสมณเพศได้