มจร.เปิดอบรมพระธรรมทูต รุ่นที่ 25 พระพรหมวชิรญาณ แนะพระธรรมทูตต้องทำงานในต่างแดนร่วมกันแบบ “พุทธนิกาย”

0
543

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2562 เวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมเธียร์เตอร์ โซนดี อาคารเรียนรวม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีพิธีเปิดการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 25 โดยมีพระพรหมวชิรญาณ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นประธานและกล่าวเปิดการอบรม ว่า การทำงานด้านเผยแผ่ในต่างแดนนั้น ตนเป็นพระธรรมทูตยุคแรกๆ ที่ทำงานด้านนี้มาก่อน ซึ่งถือได้ว่ามีความลำบากในการทำงานมาก เพราะติดขัดทั้งในเรื่องกฎหมาย การถูกล้อเลียน ดูถูกจากคนในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แถบยุโรป และสหรัฐอเมริกา ดังนั้นการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศต้องหนักแน่น เข้มแข็ง อดทน ที่สำคัญต้องทำงานให้สอดคล้องกับทั้งพระธรรมวินัย และกฎหมายในแต่ละพื้นที่ จะทำถูกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ นอกจากนี้ไม่ควรทำงานแบบแบ่งฝ่ายมหานิกาย ธรรมยุต ขอให้ทำงานพระธรรมทูตร่วมกันแบบ “พุทธนิกาย”

 

“อยากให้งานศาสนาโดยเฉพาะการไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศเป็นประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในฐานะที่ทั่วโลกเขายกย่องพระพุทธศาสนาโดยคณะสงฆ์ไทยมีความเข้มแข็งเป็นระดับหนึ่ง เขาจึงยกย่องให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก ดังเป็นที่ประจักษ์อยู่ในขณะนี้ว่า คณะกรรมการโครงการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยเฉพาะการอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศนี้  ประเทศต่างๆ มีความศรัทธาต้องการพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นหลักปฏิบัติทั้งในชีวิตและกิจการงาน เมื่อก่อนเรากำหนดคุณสมบัติของพระธรรมทูต คือผู้มีรู้ในทุกด้าน ทั้งนักธรรม-บาลี และด้านภาษา ดังนั้นจึงขอให้มีการเรียนภาษาในแต่ละประเทศให้หลากหลาย และหวังว่าต่อไป มจร.จะมีการสอนด้านภาษาต่างๆ แก่พระธรรมทูต และสอนทั้งเรื่องการเผยแผ่ ศาสนสงเคราะห์ และขอฝากให้ศึกษาด้านการทำสื่อเผยแพร่ด้วย” พระพรหมวชิรญาณ เน้นย้ำในตอนท้าย

ด้านพระโสภณวชิราภรณ์ (ไสว โชติโก) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มจร. ในฐานะประธานการดำเนินการจัดอบรมฯ กล่าวว่า การจัดอบรมครั้งนี้ มจร.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการสอบคัดเลือกประเมินผลการสอบเมื่อวันที่ 22 ก.พ. มีผู้ผ่านการคัดเลือกรุ่นนี้จำนวน 118 รูป โดยผู้ที่เข้ารับการอบรมจะต้องอบรมตามหลักสูตรเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.-31 พ.ค.62 ซึ่งจะมีการอบรมอย่างเข้มข้น ทั้งการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน การบูรณะอาคาร ศาสนสถาน และการศึกษาดูงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ประเทศอินเดีย และเนปาล นอกจากนี้จะแบ่งผู้เข้าอบรมเป็น 3 กลุ่ม ตามความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานพระธรรมทูตสายต่างประเทศ โดยจะแบ่งเป็นระดับพื้นฐาน ระดับกลาง และระดับสูง ซึ่งจะมีการอบรมที่แตกต่างกันไป เช่น ผู้ที่มีความรู้ภาษาอังกฤษระดับสูง จะมีการฝึกเทศน์ บรรยายธรรม เขียนบทความ เป็นภาษาอังกฤษ เป็นต้น  นอกจากนี้ผู้เข้าอบรมทุกรูปต้องเลือกประเทศที่ต้องการจะเดินทางไป เพื่อที่จะฝึกภาษาท้องถิ่นให้กับพระธรรมทูตเพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตามในจำนวนผู้ที่เข้าอบรมรุ่นนี้ ยังคงเลือกประเทศที่จะเดินทางไปคือ สหรัฐอเมริกา และประเทศแถบทวีปยุโรปมากที่สุด

“ก่อนที่จะจบโครงการอบรม จะมีการสอบประเมินผลเพื่อเป็นการประเมินว่าท่านมีความรู้ความสามารถ มีปฏิปทา มีเนื้อหาของการปฏิบัติที่เราเน้นก็คือ วิชาจรณะสัมปันโน หรือความรู้ความประพฤติในสมณสารูป ส่วนเนื้อหาด้านความรู้นั้นเราเน้นไปที่สัมมาทิฎฐิ อย่างไรก็ตามในความเป็นพระธรรมทูตสายต่างประเทศที่ต้องไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อต้องการประกาศพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทย ที่มีความเข้มแข็งในการอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนาจนมาถึงปัจจุบัน” พระโสภณวชิราภรณ์ กล่าว

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,