มจร จัดสัมมนาวิชาการเถรวาท-มหายานกระชับความสัมพันธ์ เนื่องในโอกาสฉลองเอกราชเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ครบ ๒๐ ปี

0
1215

สำนักข่าว Thai R News – เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๓.๓๐ น. พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตโต) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ จากมจร. จำนวน ๖๖ รูป/คน เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจร่วมงานฉลอง ๒๕ ปี ในการประดิษฐานพระพุทธองค์ใหญ่ และฉลอง ๒๐ ปี เอกราชฮ่องกง ในการกลับคืนสู่แผนดินแม่ จีนแผ่นดินใหญ่ ณ วัดโป๋วหลิน เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน

งานสัมมนาครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาเถรวาทและมหายาน เป็นความร่วมมือเพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในการทำงานเผยแผ่พุทธศาสนาร่วมกัน โดยในพิธีเปิดมีผู้นำทางศาสนาฝ่ายเถรวาทและมหายาน พร้อมด้วยนักวิชาการที่มีชื่อเสียง ประกอบด้วย พระธรรมาจารย์ เซ่อเฉิง (Venerable Xuecheng) ประธานพุทธสมาคมจีน (Buddhist Association of China) ศาสตราจารย์ Lai Yonghai จากมหาวิทยาลัยหนานกิง สาธารณรัฐประชาชนจีน พระพรหมบัณฑิต อธิการบดีมจร. มหากรรมการมส. ศาสตราจารย์ Stephe F. Teiser ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยปรินต์ตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ศาสตาจารย์ Lewis  Lancaster จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบริคเลย์ สหรัฐอเมริกา และพระธรรมจารย์ จิ้งหยิน ( Venarable Jing Yin) เจ้าอาวาสวัดโป๋วหลิน โดยได้นิมนต์พระสงฆ์เถรวาทและมหายานที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากทั่วโลก ร่วมเสนอบทความทางวิชาการเรื่อง “Tharavada and Mahayana Buddhism on the Belt and Road” เถรวาทและมหายานกับการสืบสานความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น

พระพรหมบัณฑิต กล่าวในการสัมมนาว่า ความสัมพันธ์ทางด้านพระพุทธศาสนาระหว่างนิกายเถรวาทและมหายานนั้นมีมาอย่างยาวนานแล้ว โดยเฉพาะความร่วมมือทางด้านวิชาการและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ทั้งสองฝ่ายหันมาจับมือกันในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และจะได้ร่วมมือกันในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มากยิ่งขึ้นต่อไปประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ให้ได้เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้ให้การส่งเสริมสนับสนุนอย่างดียิ่ง โดยท่านเซอะเฉิง ประธานพุทธสมาคมจีน ได้เดินทางมาเป็นประธานในการสัมมนาครั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในฐานะที่เป็นสถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทก็เล็งเห็นความสำคัญในการสัมมนา ได้ประสานงานและอาราธนาพระสงฆ์นักวิชาการมาจากทั่วโลกเพื่อมานำเสนอบทความทางวิชาการและแลกเปลี่ยนแนวความคิดทางด้านพระพุทธศาสนากับคณะสงฆ์ฝ่ายมหายาน ซึ่งมีเจ้าอาวาสวัดโปหลินให้การสนับสนุนและประสานงาน

นอกจากนั้น อธิการบดี มจร ยังกล่าวว่า “ในฐานะประธานสภาสากลวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ได้ดำเนินการตามมติที่ประชุมชาวพุทธโลก ในเรื่องการจัดทำพระไตรปิฎกสากลซึ่งรวมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เผยแพร่ในฝ่ายเถรวาท มหายาน และวัชรญาณ เข้าไว้ด้วยกัน โดยใช้เวลาถึง ๗ ปี ในการจัดทำและบัดนี้ได้ดำเนินการและจัดพิมพ์แล้วเสร็จเป็นภาษาอังกฤษโดยมุ่งหวังที่จะนำเผยแพร่ให้มากยิ่งขึ้น และในอนาคตกำลังดำเนินการจัดแปลเป็นภาษาจีน เพื่อเผยแพร่และคาดหวังว่า ทางจีนจะได้ให้การสนับสนุนในการดำเนินการต่อไป”

ด้าน พระธรรมาจารย์เซ่อเฉิง ประธานพุทธสมาคมจีน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณฯถือเป็นมหาวิทยาลัยทางด้านพระพุทธศาสนาที่ทั่วโลกให้การยอมรับ และการจัดสัมมนาครั้งนี้สำเร็จได้ก็เพราะได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ซึ่งทำหน้าที่ในการประสานงานอาราธนาและเชิญนักวิชาการทางด้านพระพุทธศาสนามาร่วมเสนอบทความ ทำให้การสัมมนามีความหลากหลายและได้เห็นความสัมพันธ์อันดีที่เกิดขึ้นระหว่างพระสงฆ์นักวิชาการทั้งจากฝ่ายเถรวาทและมหายานให้ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนาอย่างกว้างขวาง ได้เชื่อมต่อพระพุทธศาสนาของทั้งสองฝ่ายตามเส้นทางสายไหมของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่มีมาตั้งแต่อดีตและหวังว่าจากผลของการสัมมนาครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือทางด้านวิชาการที่แน่นแฟ้นต่อไป

ขณะที่ พระโสภณวชิราภรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มจร. ในฐานะผู้จัดงานฝ่ายเถรวาท กล่าวว่า จากที่ได้ประสานงานมาตั้งแต่ต้น ความร่วมมือกันทางด้านวิชาการระหว่างสองนิกายได้ทำมาช้านานแล้ว ซึ่งแต่เดิมมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณฯ ได้เคยไปมาหาสู่ระหว่างไทย-จีน-ฮ่องกง เรื่อยมา มีการแลกเปลี่ยนและร่วมมือกันอย่างสม่ำเสมอ แต่ครั้งนี้ นับเป็นครั้งสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมจัดสัมมนาและนำเสนอบทความทางวิชาการกันอย่างเข้มข้น โดยได้รับความร่วมมือของพระสงฆ์นักวิชาการที่เดินทางมาจากหลายประเทศมานำเสนอ รวมทั้งนักวิชาการจากฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งในอนาคตจะมีการแลกเปลี่ยนในด้านการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนาระหว่างคณะสงฆ์ของทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะการจัดการศึกษาในระดับอุดศึกษาจะได้สานสัมพันธ์ให้เป็นรูปธรรมต่อไป

การสัมมนาในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการจัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และคณะสงฆ์มหายาน โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเป็นการสร้างความร่วมระหว่างคณะสงฆ์เถรวาทและมหายานให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในการทำงานเผยแผ่พุทธศาสนาในยุคโลกาภิวัฒน์ ที่มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ อนึ่ง วัดโป๋วหลิน ได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นศูนย์ฝึกพระธรรมทูต วิทยาลัยพระธรรมทูต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยอีกด้วย  และในโอกาสเดียวกันนี้ นับเป็นการฉลองครบ ๒๐ ปี แห่งการกลับคืนสู่มาตุภูมิจีนแผ่นดินใหญ่ของเกาะฮ่องกง โดยอังกฤษยินยอมส่งคืนเกาะฮ่องกงกลับสู่การปกครองของจีน เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๑๙๙๗ ภายใต้ “หนึ่งประเทศ-สองระบบ” ที่รับประกันว่า ชาวฮ่องกงจะได้รับเสรีภาพและอิสรภาพ แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในจีนแผ่นดินใหญ่ และทางรัฐบาลจีนในขณะนั้นได้ให้สัญญาว่า ระบบทุนนิยมของฮ่องกงจะคงอยู่อย่างน้อยอีก ๕๐ ปี จนถึงปี ๒๐๔๗