มจร.จัดงาน “132 ปี มหาจุฬาฯ” อธิการบดีปลื้ม ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มจร. มีนิสิตชาวต่างชาติเฉลี่ยปีละ 1,200 รูป/คน

0
131

วันนี้ (12 ก.ย.2562) ที่อาคาร มวก. 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีการจัดงานครบรอบวันสถาปนา “132 ปี มหาจุฬาฯ” โดยมีพระธรรมปัญญาบดี (พีร์ สุชาโต) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ในฐานะนายกสภามจร. เป็นประธานเปิดงาน

จากนั้นพระราชปริยัติกวี (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ) อธิการบดี มจร. ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “132 ปี มหาจุฬาฯ เหลียวหลังแลหน้า สืบสาน รักษาและต่อยอด” ว่า กิจกรรมในลักษณะนี้ต่อไปจะจัดขึ้นทุกปี เพื่อให้พระนิสิต นิสิต และอาจารย์รุ่นใหม่ ได้รู้จักประวัติศาสตร์ของมจร. ตั้งแต่วันที่มจร.ได้รับการสาปนามาจนถึงวันนี้ มจร.เติบโตขึ้นมาก โดยปัจจุบันมจร.มี 11 วิทยาเขต 25 วิทยาลัยสงฆ์ 1 โครงการขยายห้องเรียน และ 7 หน่วยวิทยบริการ อยู่ทั่วประเทศ นับเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ ปัจจุบันมจร.เปิดสอนในลักสูตรปริญญาตรี 54 สาขา ปริญญาโท 36 สาขา และปริญญาเอก 15 สาขา มีนิสิต และพระนิสิตจบการศึกษาจนถึงปี 2561 รวม 64,382 รูป/คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติถึงกว่า 6,000 รูป/คน ซึ่งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มจร. มีนิสิตชาวต่างชาติเฉลี่ยปีละ 1,200 รูป/คน ถือว่าเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีนักศึกษาชาวต่างชาติมาศึกษาต่อมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และแม้ว่าในปีการศึกษา 2562 มจร.จะมีจำนวนนิสิตลดลง แต่ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกสถาบัน

อธิการบดี มจร. กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นในปีการศึกษา 2563 คือ การทำหลักสูตรข้ามสถาบัน การจัดทำระบบเครดิตแบงก์ (credit bank) โดยนักศึกษาไม่จำเป็นต้องเรียนต่อเนื่อง หากเรียนไปแล้วสักพัก และอยากออกไปทำงานก่อน มหาวิทยาลัยจะเก็บหน่วยกิตไว้ให้ จะกลับมาเรียนเมื่อใดก็ได้ รวมทั้งการจัดทำหลักสูตรนานาชาติเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ในปีการศึกษา 2563 จะทำให้มจร. เป็น Green University ให้สำเร็จ โดยในขณะนี้มีการจัดทำสวนพุทธเกษตร ที่มจร. อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีการปลูกต้นไม้ 1,250 ต้น ทั้งจะมีการจัดระบบการจัดการขยะภายในมหาวิทยาลัยด้วย  ขณะที่ในส่วนของเรื่องการวิจัย เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องหารือกัน เพราะจะได้รับงบฯในส่วนดังกล่าวลดลง เนื่องจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) มีการปรับทิศทางการให้งบฯ