“พลเอก อนุพงษ์” เปิดสัมมนา Success of Waste Separation – Change for Good : ความสำเร็จในการคัดแยกขยะ – เปลี่ยนเพื่อประเทศไทยไร้ขยะ ย้ำ ความสำเร็จต้องร่วมมือทุกภาคส่วน

0
194

วันนี้ (11 ก.ค.62) เวลา 9:30 น. ที่ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ  พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานสัมมนา Success of Waste Separation – Change for Good : ความสำเร็จในการคัดแยกขยะ – เปลี่ยนเพื่อประเทศไทยไร้ขยะ ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) และภาคีเครือข่าย โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย(มท.) ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อขับเคลื่อนวาระสำคัญของชาติด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศให้สัมฤทธิ์ผล ทั้งการดำเนินโครงการธนาคารขยะ ซึ่งในปัจจุบันมี 780 อปท. สามารถนำรายได้กลับคืนสู่ชุมชนได้แล้วกว่า 300 ล้านบาท โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อนมีการจัดทำแล้วถึง 10.5 ล้านครัวเรือนจาก 17.8 ล้านครัวเรือน หรือ 60% ทั่วประเทศ ซึ่งถังขยะเปียกนี้ สามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตัวการของการเกิดภาวะโลกร้อนได้กว่า 300,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 600 ล้านตัน

 

โอกาสนี้ พลเอก อนุพงษ์ มอบโล่เกียรติคุณความร่วมมือ ร่วมพัฒนา และร่วมขับเคลื่อนการจัดการขยะต้นทางและการลดก๊าซเรือนกระจกจากโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 5 องค์กร 4 ราย ได้แก่ 1. นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย (ดร.ปฤถา พรหมเลิศ) 2. ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รองศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์) 3. ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (ดร. ประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย) 4. ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์และประธานชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ) และมอบรางวัลความสำเร็จในการบริหารจัดการคัดแยกขยะได้ครบ 100% จำนวน 42 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ชลบุรี ชัยนาท ชุมพร เชียงราย ตราด นครนายก นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา พังงา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก แพร่ มุกดาหาร ยโสธร ยะลา ระนอง ระยอง ลพบุรี ลำปาง ลำพูน ศรีสะเกษ สงขลา สตูล สมุทรสงคราม สระแก้ว สิงห์บุรี สุโขทัย สุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และอุบลราชธานี

 

พลเอก อนุพงษ์ กล่าวว่า การแยกขยะตั้งแต่ต้นทางเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก การใช้หลักการ 3 ช. ได้แก่ ลดปริมาณขยะ (Reduce) ,ใช้ซ้ำ (Reuse) และการส่งเสริมให้คนนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) จะส่งผลถึงขั้นตอนการกำจัดขยะปลายทาง ช่วยให้การกำจัดขยะง่ายขึ้นและลดต้นทุนการกำจัดขยะลง ดังนั้น ความสำเร็จในการบริหารจัดการขยะเกิดจากการแยกขยะ ตั้งแต่ผู้ทำให้เกิดขยะ คือ ประชาชน และผู้จัดการขยะ คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าเราได้รณรงค์ให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นทางและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมมือกัน ก็จะทำให้สถานการณ์ขยะดีขึ้น ประเทศไทยของเราจะไม่มีปัญหา ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

 พลเอก อนุพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้กำลังใจทุกคน ทุกหน่วยงาน ในการช่วยกันทำให้จังหวัด อำเภอ ท้องที่ ท้องถิ่น และบ้านของตนเอง สามารถบริหารจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทุกคน ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน ทำให้การจัดการขยะมีความก้าวหน้า และประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน