พระเทพประสิทธิมนต์ เตรียมจัดงานสมโภชโบราณสถานวัดพระนอนสมัยต้นกรุงศรีฯ ภายภายหลังวัดศรีสุดารามบูรณะแล้วเสร็จ

0
1514

พระเทพประสิทธิมนต์ (โกศล มหาวีโร) เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตามที่ทางวัดศรีสุดาราม ร่วมมือกับสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เข้าบูรณะโบราณสถานวัดพระนอน(วัดร้าง) ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งโบราณสถานดังกล่าวทางกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานด้วยนั้น โดยได้มีการเริ่มดำเนินการบูรณะมาตั้งแต่เดือนก.ย. 2558 ซึ่งก่อนที่ทางวัดศรีสุดารามจะเข้าไปดำเนินการพบว่า โบราณสถานดังกล่าวมีความเสียหาย เสื่อมโทรมมาก สร้างความหดหู่กับผู้ที่พบเห็นโดยเฉพาะตัวองค์พระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอน ซึ่งมีความเก่าแก่มีคุณค่า แต่กลับถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน บริเวณส่วนองค์พระนอนแตกหักเกือบทั้งหมดคงเหลือไว้เพียงพระพักตร์ครึ่งเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้การบูรณะโบราณสถานนี้ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และกำหนดที่จะจัดพิธีสมโภชในวันที่ 24 มิ.ย. 2560 ทั้งนี้หากพุทธศาสนิกชนมีจิตศรัทธาต้องการจัดผ้าป่าไปถวายในวันดังกล่าว สอบถามได้ที่โทร. 081-527 6524

พระเทพประสิทธิมนต์ กล่าวต่อไปว่า จากการสำรวจของสำนักศิลปากรที่ 3 พบว่า วัดพระนอนดังกล่าวแม้ไม่ปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดาร หรือหลักฐานอื่นใด ทางสำนักศิลปากรที่ 3 จึงกำหนดอายุจากหลักฐานโบราณวัตถุที่ปรากฏ ซึ่งในที่นี้จะดูลักษณะทางศิลปะขององค์พระนอนที่มีเค้าของวงพระพักตร์แบบพระพุทธรูปสมัยอู่ทองรุ่นที่ 3 อายุราวพุทธศตวรรษที่ 20 ระหว่างพ.ศ. 1900-2000 อายุประมาณ 600 ปี กล่าวได้ว่า มีการสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น และต่อเนื่องมาหลายสมัยจนถึงสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และนอกจากพระนอนดังกล่าวแล้ว ภายในโบราณสถานยังพบหลักฐานทางสถาปัตยกรรม แบ่งเป็นส่วนสำคัญ ดังนี้ วิหารพระนอน เจดีย์ราย กลุ่มอาคาร และกลุ่มหลุมฝังศพ ซึ่งวัดดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้กับวัดใหญ่ชัยมงคล อยู่ระหว่างโบราณสถานวัดชุมพล และโบราณสถานวัดประโดก การที่ตนเข้ามาดำเนินการบูรณะโบราณสถานวัดพระนอนครั้งนี้ เพราะตามหลักมีความเชื่อของพุทธศาสนิกชนที่เชื่อว่า ในบ้านเมืองหากมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่แตกหักอยู่กลางเมือง จะนำมาซึ่งความไม่เป็นมงคล