ร้าว…พระเถระศิษย์มมร. ฝากผู้บริหาร-ศิษย์เก่าตระหนักต่อการย่ำยีสิ่งเคารพ หวั่นจะพบวิบัติหายนะ วอนเปิดเวทีเจรจา อย่า “ซูเอี๋ย”

0
1113

วันนี้ (21 พ.ย. 61) อาจารย์ถนอม บุตรเรือง อดีตที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) เปิดเผยว่า วันนี้ได้ไปร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระก่อนเชิญศพ หลวงพ่อพระราชกวี (ลาภ ธนสาโร ป.ธ.9) วัดบวรนิเวศวิหาร ไปฌาปนกิจที่วัดมกุฏกษัตริยาราม เวลา 17.00น. ได้พบและนมัสการพระเถระศิษย์เก่า มมร.นับสิบรูป ทุกรูปต่างแสดงความเป็นห่วงและไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติต่อรูปเหมือนอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ อยากให้เชิดชูท่านในฐานะปูชนียบุคคล ไม่ควรทำอะไรที่ไม่เหมาะสม และฝากถึงผู้บริหารและศิษย์ มมร.ทุกรูปทุกคนให้ตระหนักในเรื่องนี้

อาจารย์ถนอม กล่าวว่า เกี่ยวกับการที่ท่านอธิการบดี มมร. นัดหารือกับนายกสมาคม (รศ.ดร.ผจญ คำชูสังข์) และอดีตนายกสมาคมฯ (ดร.ธีรพงศ์ สุขเมือง) กรณีย้ายรูปเหมือนของท่านอาจารย์สุชีพฯ ไปจากที่ประดิษฐานชั่วคราว นำไปเก็บไว้ในที่ๆไม่เหมาะสมโดยปราศจากการหารือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จนก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางลบต่อผู้บริหารมมร.อย่างกว้างขวางนั้น ทั้งในหมู่ศิษย์ทั้งที่เป็นพระสงฆ์และฆราวาสและพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่เคารพนับถือท่านอาจารย์สุชีพและบุคคลในครอบครัวของท่านนั้น ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า 1. การออกมาหารือของท่านอธิการกับนายกและอดีตนายกฯ เป็นการก้าวที่ช้าเกินกาล แทนที่ท่านจะออกมาตั้งแต่แรกที่เกิดเรื่องขึ้น กลับปล่อยให้พระที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไรและมีแนวคิดเชิงการเมืองออกมาแถลงในนามมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งคำแถลงนั้นเป็นคำแถลงที่เป็นเท็จและกล่าวหาให้ร้ายต่อบุคคลอื่นอย่างชัดแจ้ง จึงทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงและกว้างขวางในหมู่ศิษย์เก่า มมร.ทั้งในและนอกประเทศ มหาวิทยาลัยฯประเมินสถานการณ์ผิดพลาดอย่างมหันต์ ลืมคิดไปว่าท่านอาจารย์สุชีพ เป็นที่เคารพสักการะของชาว มมร. ชาวพุทธไทยและเทศทั่วโลก ใครก็ตามที่บังอาจกระทำย่ำยีท่าน ย่อมพบกับความวิบัติและหายนะ ย่อมไม่ได้รับอภัยจากสังคม มมร.และสังคมพุทธอย่างแน่นอน

  1. ขณะนี้สถานการณ์ได้ขยายออกไปอย่างกว้างขวางเกินที่บุคคลเพียง 3 คนจะพูดคุยกันแล้ว เพราะขณะนี้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้ตกเป็นจำเลยของสังคมและคงจะตกเป็นจำเลยจริงๆ (ทราบว่าศิษย์เก่าบางท่านจะยื่นฟ้องศาลปกครอง) ดังนั้นการหารือใดไปที่มีผลทำให้ไม่ได้เชิญรูปเหมือนของท่านอาจารย์สุชีพกลับมาที่เดิมหรือประดิษฐานในที่ที่เหมาะสม จะถูกสังคมมองว่า เป็นการลูบหน้าปะจมูก หรือ “ซูเอี๋ย” ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาสังคมชาว มมร.และอาจนำไปสู่การ “บอยคอต” มหาวิทยาลัยและสมาคมศิษย์เก่าได้ จึงรู้สึกสงสารและเห็นใจท่านทั้งสามและโดยเฉพาะท่านนายกและอดีตนายกสมาคมซึ่งทั้งสองท่านล้วนมีความตั้งใจอันเป็นสัมมาปณิหิตจิต และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ถ้ามาพบเหตุการณ์เช่นนี้จะทำให้ทำงานที่ยากอยู่แล้วนั้นหนักหนาสาหัสมากขึ้น
  2. ในสถานการณ์เช่นนี้ใคร่ขอเสนอให้มีการหารือแทนที่จะจำกัดอยู่แค่คนสามคน ให้เป็นการหารือแบบ “โอเพน” เปิดให้ทุกภาคส่วนเข้ารับฟังและแสดงความเห็นอย่างเต็มที่และกว้างขวางแล้วหาข้อสรุปร่วมกันและนำไปสู่การปฏิบัติซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย หาไม่แล้วกรณีนี้ยากที่จะจบลงอย่างสง่างามและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

“อย่าให้เรื่องจบลงที่ศาลเลยครับ เพราะจะทำให้มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย อันเป็นที่รักของเราทุกคนซึ่งในปัจจุบันกำลังถูกทิ้งห่างจากมหาวิทยาลัยที่เป็น “เพื่อนร่วมทาง” ชนิดไม่เห็นหลังอยู่แล้ว อย่าต้องบอบช้ำไปกว่านี้เลย” อ.ถนอมกล่าว