“พระองค์โสมฯ” เสด็จเปิดงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ที่ประชุมทางวิชาการ ชู หลักสติบูรณาการธรรมะ-วิทยาศาสตร์

0
1352

 

“พระองค์โสมฯ” เสด็จเปิดงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก

ที่ประชุมทางวิชาการ ชู หลักสติบูรณาการธรรมะ-วิทยาศาสตร์

งานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ที่ประเทศไทยโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 6 – 8 พฤษภาคม 2560 ณ มจร. อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเปิดงานพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวคำกราบบังคมทูล มีความสรุปว่า เนื่องจากวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้มวลมนุษย์มีเมตตาธรรมและขันติธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพื่อให้เกิดสันติสุขในสังคม อันเป็นแนวทางของสหประชาชาติ

รัฐบาลไทย เชื่อว่า การที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติและประเทศต่างๆ รับรองวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากล ถือว่าเป็นการยอมรับบทบาทของพระพุทธศาสนาที่มีต่อจิตวิญญาณของมวลมนุษยชาติ กว่า 2,500 ปี ที่ผ่านมา ด้วยเห็นความสำคัญเช่นนี้ รัฐบาลไทยจึงได้รับเป็นผู้สนับสนุนการจัดกิจกรรมนานาชาติ โดยมหาเถรสมาคม มอบหมายให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นผู้ประสานงานหลัก ในการจัดเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2560 นี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย พระสังฆราช ประมุขสงฆ์ ผู้นำศาสนา และนักวิชาการทางศาสนาจาก 83 ประเทศทั่วโลก จำนวน 1,000 ท่าน คณะสงฆ์ ผู้แทนจากประเทศไทย คณะผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชนทั่วไป จำนวน 2,500 รูป/คน รวมทั้งสิ้น 3,500 ท่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมประกาศคุณูปการของพระพุทธศาสนาที่มีต่อธรรมาภิบาลและการพัฒนามรดกทางปัญญาที่สำคัญของโลก และแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวพุทธตั้งแต่ระดับประเทศถึงนานาชาติ ตามนโยบายของรัฐบาล

วาระแห่งการเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชานี้ เลขาธิการสหประชาชาติ “Antonio Kutares” ได้ส่งสาส์นในวันวิสาขบูชา 10 พฤษภาคม 2560 มีความว่า ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีด้วยไมตรีจิตรไปยังท่านผู้เข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ซึ่งเป็นวันประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกท่านผู้เข้าร่วมประชุมแห่งนี้ได้นำพาแรงบันดาลใจและความปรารถนาดีจากทุกๆ ประเทศของตน มาร่วมในการประชุมครั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าพระพุทธองค์ ได้ปฏิบัติภารกิจเพื่อนำพาความผาสุกมาสู่มวลมนุษยชาติอย่างดียิ่ง ท่านได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการเผยแพร่หลักธรรมะที่พระองค์ท่านได้ตรัสรู้ไปสู่ชาวโลก เพื่อบำบัดปัญหาและความทุกข์ยากของทุกคน พวกเราทุกคนจะไม่สามารถมุ่งไปสู่อนาคตที่ดีได้เลยหากยังเพลิดเพลินกับสิ่งที่ตนปรารถนา โดยขาดการคำนึงถึงเรื่องความถูกต้องของมนุษย์ จึงขอให้พวกเราที่มารวมกันในที่นี้รวมพลังในการนำพาโลกใบนี้ไปสู่สันติภาพ หลุดพ้นจากความทุกข์ยากและพัฒนาไปสู่อนาคตอันสงบสุขอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองพระปัญญาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ด้าน มาดาม ไอรีน่า โบโกวา (ผู้อำนวยการ UNCAP) ส่งสาส์นมาถึงที่ประชุมว่า ตามที่ประเทศศรีลังกา ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก โดยชาวศรีลังกาได้พูดถึงการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันของทุกสรรพสิ่งตลอดจนการใช้สติปัญญา เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ใช้ความเมตตาเพื่อลดการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน พระพุทธองค์ทรงมีหลักธรรมคำสั่งสอนที่ให้มวลมนุษยชาติมีความเมตตาซึ่งกันและกัน ในปีนี้ นอกจากการจัดงานในประเทศศรีลังกาแล้ว ประเทศไทยโดยรัฐบาลและมหาเถรสมาคม ยังได้จัดงานเพื่อเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลกด้วย

ขณะที่ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมว่า พระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระศาสดา สอนให้มีความเมตตา และความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ซึ่งก็คือสัมมาทิฐิและสัมมาสังกัปปะ โดยส่วนตัวแล้ว เชื่อว่า พระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สามารถนำไปเป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในโลกได้ โดยเฉพาะหลักอหิงสา คือการไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน มีความเห็นอกเห็นใจกัน มีเมตตากรุณาต่อกัน มีความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน

ส่วนการประชุมทางวิชาการ จากการประชุมผู้นำชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2560 ในหัวข้อ “สติ : วิถีปฏิบัติและวิถีแห่งการประยุกต์บนฐานแห่งความกรุณา” นายกาบอร์ เฟสกัส ประธานสมาคมสติและการประยุกต์ใช้สติตามวิถีจิตปฏิบัติแห่งประเทศฮังการี บรรยายพิเศษ เรื่อง “แนวปฏิบัติเบื้องต้นในการฝึกสติเพื่อลดความเครียด ตามแบบดั้งเดิมและวิถีร่วมสมัยในโลกและที่ประเทศฮังการี : แนวโน้มใหม่ของการบูรณาการธรรมะและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน” ว่า พระพุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตใจที่พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ สติคือวิถีที่เป็นอยู่และเห็นอยู่อย่างเข้าใจลึกซึ้งถึงธรรมชาติของจิตใจและร่างกายตามเป็นจริง แนวทางการใช้สติเพื่อลดความเครียด หรือ Mindfulness-based Stress Reduction (MBSR) พัฒนาขึ้นโดยนักชีววิทยาด้านโมเลกุล คือ จอน กาบัต-ซิน ที่คลินิกลดความเครียดแห่งศูนย์แพทย์แห่งมหาวิทยาลัยแมซซาชูเสต ประเทศสหรัฐอเมริกา และพัฒนามาเป็นหลักสูตรชื่อ MBSR curriculum เพื่อนำธรรมะคือสติไปช่วยลดความเครียด ความเจ็บป่วยทางใจ และความทุกข์ให้กับคนอเมริกัน MBSR เป็นวิถีปฏิบัติที่ฝึกใจให้อยู่กับปัจจุบันและเสริมสร้างความเมตตาให้เกิดขึ้นในจิตใจ

นายกาบอร์ กล่าวด้วยว่า หลักสูตร MBSR ใช้เวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2.5 ชั่วโมง หลังจากเรียนไป 6 สัปดาห์ ผู้เรียนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ดังนี้คือ การปฏิบัติกรรมฐาน (ยืน เดิน นั่ง นอน) และการฝึกโยคะ สลับกับการบรรยายเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องการดำเนินชีวิตประจำวัน การผ่อนคลายความเครียด และวิธีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เป็นต้น นอกจากนั้นก็จะมีการฝึกสติในทุกกิจกรรมที่ทำ เป้าหมายหลักของหลักสูตรนี้คือเพื่อช่วยให้ผู้เรียนดำเนินชีวิตไปตามปกติอย่างมีสติและรู้เท่าทันกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเพื่อรับมือกับปัญหาต่างๆ และผ่อนคลายความเครียดที่เกิดในจิตใจได้ ประโยชน์ทางจิตวิทยาจากการฝึกสติปัฏฐาน คือสติปัฏฐานส่งผลด้านดีต่อสุขภาพจิต ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความดันเลือด สำหรับสติในวิถีร่วมสมัยนั้น จะเน้นการรู้ที่อยู่กับปัจจุบัน เป็นแนวคำสอนสายเถรวาทในต้นศตวรรษที่ 18 ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ปรับมาจาก “สติปัฏฐานสูตร” ส่วนสติในรูปแบบวิถีเดิมจะอิงกับอานาปนสติ และสติปัฏฐานสี่

อย่างไรก็ตาม สติทั้งสองแบบมีจุดมุ่งหมายเพื่อระงับทุกข์ของผู้คนในโลกนี้

 

ณ. หนูแก้ว