พระส่องพระ : พระรูปเดียวสึกจะเป็นไรไป!!

0
1557

พระส่องพระ : พระรูปเดียวสึกจะเป็นไรไป!!

กรณีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงนำตัวพระมหาเปรียญธรรมรูปหนึ่งไปยังพระอารามใหญ่ใจกลางเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา เพื่อทำการลาสิกขากับเจ้าอาวาสผู้ปกครอง ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ในฐานความผิด “เป็นภัยต่อความมั่นคง” เพียงไม่ถึงชั่วโมง บุคคลรวมถึงกลุ่มชาวพุทธต่างๆ ได้พากันวิพากษ์กระหน่ำหนักทางโลกโซเชียล ยังความสับสนให้เกิดแก่ผู้คนในสังคม ด้วยไม่รู้ว่าผิดหรือถูกอย่างไรแน่ ??

เพื่อความเข้าใจ (หรือยังไม่เข้าใจ) อันดี พระสายปฏิบัติในวัดถิ่นห่างไกลจากความศิวิไลซ์ในเมืองหลวงรูปหนึ่ง ได้ออกมาชี้ด้วยเหตุด้วยผลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ทำนอง “พระส่องพระ” และให้สติปัญญาตามหน้าที่ของสมณะศิษย์ตถาคต ว่า….

พระรูปเดียวสึกจะเป็นไรไป!! เรื่องพระธรรมวินัยเป็นเรื่องที่ละเอียดกว่ากฎหมาย ถ้าพระประพฤติอยู่ในกรอบแห่งธรรมแห่งวินัย พระจะไม่มีวันผิดกฎหมาย

.แต่ถ้าถึงขั้นพระทำผิดกฎหมาย มันก็เหยียบย่ำธรรมวินัยแหลกละเอียดไปหมดแล้ว อย่าเอาธรรมเอาวินัยมาเป็นข้ออ้างเพื่อปกป้องความผิดของพระเลย มันจะอายเขาเปล่า ๆ

.ถ้าทำผิดกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าที่เขาก็มีสิทธิ์ที่จะจับสึกได้ เพื่อเอาตัวไปดำเนินคดี จะให้เขาเอาตัวไปดำเนินคดีทั้งที่ห่มผ้าเหลืองอยู่ได้อย่างไร พระไม่ใช่อภิสิทธิ์ชน ที่ทำผิดกฎหมายแล้วจะไม่ต้องถูกลงโทษ

.และจะอ้างว่าอยู่ในพรรษาสึกไม่ได้ มันก็ไม่ใช่นะ มันคนละเรื่องกัน เรื่องของกฎหมายก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ถ้าคิดว่าตัวเองไม่ผิด จะไม่สึกก็ได้นี่ ถ้าเจ้าตัวไม่กล่าวคำลาสิกขาเอง ก็ไม่มีใครจะบังคับให้สึกได้

.แต่เมื่อเจ้าตัวยอมกล่าวคำลาสิกขา สึกไปแล้ว ก็แสดงว่า ยอมรับรู้โทษความผิดของตัวเองอยู่ ถ้าคิดว่าตัวเองไม่ผิด ก็ไปสู้คดีความกัน ไปพิสูจน์กันในศาล

 

.ใคร ๆ จะอ้างเอาธรรมวินัยมาปกป้องความผิดของตัวเอง เพื่อไม่ให้ต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ก็หาเป็นเรื่องที่พระจะสมควรกระทำได้ไม่

.จะอยู่ในพรรษา หรือนอกพรรษา มันก็สึกได้ทั้งนั้นแหละ ถ้ามีเหตุผลอันควรจะต้องสึก

.อย่าเอาพระธรรมวินัยมาเป็นเครื่องมือ เพื่อเสี้ยมเขาควายให้ชนกัน

พระรูปนี้ อาจจะทำงานด้วยคิดว่าปกป้องพระพุทธศาสนา แต่วิธีการแสดงออกของท่าน มันขัดกับหลักคำสอนของศาสนาอย่างสิ้นเชิง ถ้าต่างฝ่ายต่างปลุกระดมให้คนไทยต่างศาสนาเกลียดกัน วันหนึ่งคงต้องทำสงครามกัน

.การปลุกระดมให้คนไทยเกลียดศาสนาอิสลาม ยิ่งเข้าทางเขา เพราะพวกนี้ต้องการใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว ถ้าเราคนไทยพุทธไปทำร้ายเขา ด้วยการอ้างว่า เรามีจำนวนมากกว่า ก็ยิ่งเป็นเหตุให้เขาเอาองค์กรต่างชาติ เข้ามาคุกคามเราได้มากยิ่งขึ้น จะเกิดการก่อการร้ายไปทั่วประเทศ ไม่ใช่จำกัดอยู่แค่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

.การใช้ความรุนแรง ไม่เคยช่วยแก้ปัญหาใด ๆ นอกจากจะจบลงด้วยการสูญเสียยับเยินของทั้งสองฝ่าย

.การแก้ปัญหาของศาสนา กับการปกป้องภัยคุกคามของศาสนา มันคนละเรื่องกัน ถ้าเรายังแยกแยะไม่ออก ศาสนายิ่งจะพังเร็วขึ้น

.การแก้ปัญหาของศาสนา ที่เป็นปัญหาใหญ่โตอยู่ทุกวันนี้คืออะไร? ไม่ใช่เป็นเพราะพระสงฆ์ไม่ปฏิบัติตั้งตนอยู่ในศีลในธรรมหรอกรึ? รวมทั้งญาติโยมด้วย มองไปทางไหนก็มีแต่การประพฤติผิดศีลผิดธรรม มีแต่เรื่องทุจริตคดโกงไปทั่วทุกหนแห่ง มีที่ไหนที่ไม่โกงบ้าง อันนี้ จึงเป็นมหาภัย เป็นตัวการที่จะทำให้ศาสนาพังเร็วที่สุด

.ส่วนการปกป้องพระพุทธศาสนาต่อภัยคุกคามทางภายนอก ก็ต้องทำไปตามเหตุที่เกิดขึ้น เห็นดีแต่แชร์ปลุกระดมให้เกลียดศาสนาอิสลาม แต่ไม่มีใครสาวเข้าไปหาต้นตอของปัญหา แล้วแก้ไขที่ต้นตอ ขุดรากถอนโคนมันทิ้งไป

.ศาสนาพุทธจะตั้งมั่นอยู่ได้ ชาวพุทธต้องฉลาด และนำศีลธรรมมาปฏิบัติ แล้วค่อย ๆ แก้ปัญหาไปตามเหตุ หน่วยงานไหนมันออกกฎหมายเอื้อให้อิสลามมาทำลายพุทธ ก็เข้าไปจัดการที่ตรงจุดนั้น หน่วยงานไหนให้งบประมาณเขาสร้างมัสยิดทีละหลายร้อยล้านอย่างที่มันเอามาแชร์กัน ก็เข้าไปถามดูสิว่า มันจริงไหม? มันมีเหตุผลอะไร? มันทำถูกต้องตามระเบียบไหม?

.เห็นมีแต่มาแหกปากปลุกระดมอยู่ในโซเชียล แล้วตัวปัญหาจริง ๆ ที่เกิดขึ้น ใครรับผิดชอบ? ใครจะอาสาเข้าไปแก้ไข? มาปลุกระดมเพื่ออะไร? ถ้ารู้ปัญหา ทำไมไม่เข้าไปแก้ไขที่ตัวปัญหา?

.การแหกปากอยู่ในโซเชียลมันช่วยแก้ปัญหาได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ? มีแต่จะทำให้คนไทยพุทธเกลียดคนอิสลามหนักยิ่งขึ้น

.คนที่นับถืออิสลามจริง ๆ เขาไม่ได้ชั่วร้ายอะไรเลย อยู่ด้วยกันมานาน ก็ไม่เคยมีเรื่องมีราวทะเลาะเบาะแว้งกัน ปัญหามันเกิดจากพวกอิสลามหัวรุนแรงที่เพิ่งเข้ามาใหม่นี่ต่างหาก

.คนไทยต้องรอบคอบ และรัดกุม ต้องรู้จักแก้ปัญหาของศาสนาด้วยปัญญา และแก้ให้ถูกจุด ให้เข้าไปถึงตัวปัญหาได้อย่างแท้จริง ต้องไม่ใช้การปลุกระดมให้เกลียดกัน จะเข้าทางเขา เพราะเขาต้องการยั่วยุให้เกิดสงครามอยู่แล้ว

.ถ้าคนไทยทำอะไรโง่ ๆ ก็จะตกเป็นเครื่องมือของเขา ทำให้เขาหาเหตุบุกรุกระรานเราได้เร็วยิ่งขึ้น นั่นยิ่งไม่เป็นผลดี และไม่ใช่การปกป้องศาสนา

.ศาสนาจะถูกทำลายหรือไม่? ก็อยู่ที่คนไทยจะปกป้องศาสนาอย่างถูกวิธีหรือไม่? และรักษาศาสนาได้ถูกวิธีหรือไม่?

.สมกับที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ไม่มีใครมาทำลายพระพุทธศาสนาได้ นอกจากชาวพุทธด้วยกันเอง ทำลายด้วยการไม่ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา นั่นก็เท่ากับทำลายศาสนาในใจตนเองเสื่อมสิ้นไปหมดแล้ว

.คนพุทธที่ไม่มีศาสนาพุทธอยู่ในใจ จะไปปกป้องศาสนาพุทธได้อย่างไร? มันแทบจะไม่ต่างกับคนที่เขาไม่ได้นับถือพุทธ เขาก็ไม่มีศาสนาพุทธอยู่ในใจเช่นกัน

.ถ้าชาวพุทธตั้งมั่นอยู่ในคำสอนของศาสนา ประพฤติตนอยู่ในศีลในธรรม แก้ปัญหาทุกอย่างด้วยสติปัญญาอย่างถูกต้อง ที่ไหนใครเล่าจะมาทำลายศาสนาพุทธได้?

.ศาสนาพุทธเสื่อมจากอินเดีย มันเป็นชะตากรรมของศาสนา อย่าไปโทษว่าเขาไม่ยอมลุกขึ้นสู้ ถึงเขาลุกขึ้นสู้ ก็สู้ไม่ได้ เขาจึงรักษาเอาแต่ศาสนาพุทธในใจตัวเอง ศาสนาทางภายนอกก็ต้องยอมปล่อยให้ถูกทำลายไป แล้วจึงชักชวนกัน อพยพไปเผยแผ่ศาสนาพุทธในที่อื่น ๆ ได้อีก ก็เพราะเขามีศาสนาพุทธอยู่ในใจนั่นเอง

.จึงเป็นเหตุให้เราคนไทยได้มีศาสนาพุทธให้นับถือและปฏิบัติได้จนทุกวันนี้

.ถ้าคนไทยไม่รักษาศาสนาพุทธที่อยู่ภายในใจของตนเองเอาไว้ให้มั่นคง ก็เท่ากับพวกเราทำลายศาสนาพุทธเสื่อมหมดแล้ว

.ศาสนาพุทธเสื่อม ก็เสื่อมอยู่ที่ใจคนนี่แล แม้วัดวาอาวาสจะเจริญรุ่งเรืองเพียงใดก็ตาม นั่นไม่ใช่เนื้อแท้ของศาสนา ไม่ใช่ตัวศาสนา

.ศาสนาแท้เจริญอยู่ที่ใจของคน ถ้าใจคนมีข้อปฏิบัติเป็นไปตามหลักศีล สมาธิ ปัญญา อยู่ตราบใด ศาสนาพุทธไม่มีวันเสื่อมสลายไปจากโลก โลกก็จะไม่มีวันว่างเปล่าจากพระอรหันต์ พึงเข้าใจศาสนาให้ถูกต้องถ่องแท้ดังนี้

.คนไทยจงอย่าได้ตกเป็นเครื่องมือของพวกที่จะยุแหย่ให้เกิดความแตกแยก โดยเอาศาสนามาเป็นเครื่องมือทำให้คนไทยแตกกัน ยิ่งเป็นความเลวร้ายอย่างที่สุด

.คนไทยจงสามัคคีกันไว้นั่นแหละดีกว่า ถึงต่างศาสนาก็อยู่ร่วมกันได้ ไม่ทำให้ใครต้องขาดใจตายไปเพราะการนับถือต่างศาสนา ใครว่าอันไหนดีก็นับถือไป ตั้งใจทำดีตามหลักของศาสนาก็แล้วกัน ให้ต่างคนต่างอยู่กัน ด้วยความสมัครสมานสามัคคี

.แต่ถ้าคนไทยแตกสามัคคีกันเมื่อไร คนไทยจะฆ่ากันตายเป็นเบือ ดีไม่ดีประเทศชาติจะพลอยล่มสลายไปด้วย ไม่ใช่แค่ศาสนาล่มสลาย

.คนไทยคงไม่มีใครต้องการให้ประเทศชาติตกไปอยู่ในการยึดครองของคนต่างชาติหรอกนะ มันจะเป็นเหตุทำให้เราสูญเสียเอกราช นั่น ยิ่งเป็นภัยที่ร้ายแรงยิ่งกว่า