“พระสังฆาธิการ” ต้นแบบความปรองดองสมานฉันท์ ??

0
433

“พระสังฆาธิการ” ต้นแบบความปรองดองสมานฉันท์ ??

เรื่องราวความร้าวฉานระหว่าง เจ้าอาวาสกับชาวบ้านชุมชนวัดชัยพฤกษมาลา (พระอารามหลวง) ตกเป็นข่าวทางสื่อมวลชนให้สังคมไทยได้รับรู้กันเป็นระยะๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และดูเหมือนว่าเหตุความร้าวฉานจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

ในที่นี้จะไม่ขอฟังธงว่าฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูก ขอท่านผู้ชมโปรดใช้วิจารณญาณ

ว่ากันตามเนื้อผ้า ที่เห็นเป็นข่าวล่าสุดเมื่อช่วง 3-4 ทุ่มของคืนวันที่ 1 กันยายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน ร่วมกับอาสาสมัครและชาวบ้านในชุมชนวัดชัยพฤกษมาลาจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันเปิดงัดประตูบ้านซึ่งเป็นบ้านที่เจ้าของทำสัญญาเช่าปลูกอยู่อาศัยในพื้นที่วัด เมื่อเปิดออกมาหลายคนถึงกับผงะ !! เมื่อได้เห็นเจ้าอาวาสและพระลูกวัดอีก 1 รูป พร้อมด้วยชายอีก 2 คน กำลังทุบรื้อบ้านอยู่ภายใน (มีการถ่ายคลิปวีดิโอบันทึกเหตุการณ์) จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนิมนต์และเชิญทั้งหมดไปที่สถานีตำรวจ พร้อมกับให้เจ้าของทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมือง

คงไม่ต้องบอกนะ ว่าคดีนี้มีการดำเนินการไปถึงไหน แต่ที่รู้มาภายหลัง ชาวบ้านผู้เช่าที่ดินวัดอยู่อาศัยหลายครอบครัวถูกทางวัดบอกเลิกสัญญาเช่า ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 10 รายที่ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปถึง เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร (วัดหัวลำโพง)

ถึงเจ้าคณะภาค 1 ถึงเจ้าคณะใหญ่หนกลาง อีกด้วย!!

จากนั้น เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 พระธรรมสุธี รักษาการแทนเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร มีหนังสือถึง เจ้าอาวาสวัดชัยพฤกษมาลา แจ้งว่า ด้วยนางปัญจภัทร ลิมลาวัลย์ และชาวบ้านในชุมชนได้ร่วมกันทำหนังสือร้องเรียนมายังสำนักงานเจ้าคณะกรุงเทพฯ ร้องเรียนท่านเจ้าอาวาสและพวกบุกรุก รื้อถอน ทำลายบ้านในยามวิกาลทำให้เสียทรัพย์สินในเวลากลางคืน ซึ่งการกระทำดังกล่าวนี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับสมณสารูปของพระสงฆ์

ท่านเจ้าคณะกรุงเทพฯ มิได้กล่าวถึงการละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมืองสักนิด ??

วรรคถัดมาในหนังสือฉบับดังกล่าว “ดังนั้น จึงขอห้ามท่านเจ้าอาวาสวัดชัยพฤษกมาลา ต่อไปนี้ห้ามกระทำการใดๆ ในเคหสถานบ้านเรือนของชาวบ้าน ห้ามรื้อถอน ทำลายบ้านในยามวิกาล เป็นอันขาด ยกเว้นเสียแต่เป็นพื้นที่ของวัด แต่ถึงกระนั้น ก็ห้ามกระทำการรื้อถอนในยามวิกาล เพราะเป็นการไม่เหมาะสม จึงขอตักเตือนและพร้อมกันนี้ ขอให้ท่านเจ้าอาวาส ได้มีเมตตาธรรมแก่ชาวบ้านในชุมชนด้วย จักเป็นที่อนุโมทนาแก่ชาวบ้านในชุมชนเป็นอย่างยิ่ง”

ถ้าว่ากันตามประสา หนังสือเจ้าคณะกรุงเทพฯฉบับนี้ เป็นการลงโทษขั้น “ตักเตือน” ต่อเจ้าอาวาสวัดชัยพฤกษมาลา นอกจากนี้ยังได้มีบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร “ห้ามกระทำการใดๆ  ในเคหสถานบ้านเรือนของชาวบ้าน

ถึงแม้นจะเป็นโทษสถานเบา แต่สำหรับตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ก็ไม่น่าจะเบา เนื่องจากทั้งความสูงส่งด้านสมณศักดิ์ (พระราชาคณะ) และตำแหน่งหน้าที่ (ครองพระอารามหลวง) นั้นถือว่าควรจะต้องมีศีลาจารวัตรเหนือกว่า “สมภาร” วัดราษฎร์ทั่วๆ ไป

น่าใจหาย !! ซ้ำยังน่าสลดหดหูใจอย่างยิ่ง พลันเมื่อทราบข่าว เจ้าอาวาสวัดชัยพฤกษมาลา มอบหมายให้สำนักทนายความแห่งหนึ่ง ทำหนังสือแจ้งถึงชาวบ้านในชุมชนจำนวน 10 ราย ส่งทางไปรษณีย์ แจ้งไม่ต่ออายุสัญญาเช่าที่ธรณีสงฆ์ ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ธรณีสงฆ์ ภายในกำหนด 60 วัน มิเช่นนั้นจะดำเนินการตามกฎหมาย

พร้อมกับให้ชำระเงินค่าเช่ารายปีจากที่ค้างไว้อีกจำนวนหนึ่งด้วย !!

ไม่แน่ใจว่าเจ้าคณะปกครองสงฆ์ทุกระดับชั้นในสายการปกครองของวัดแห่งนี้จะรู้สึกใจหายด้วยหรือไม่ ลองพินิจพิจารณาเอกสารดูสิ ฉบับหนึ่งเป็นหนังสือลงโทษ “ตักเตือน” และคำสั่ง “ห้าม” ของเจ้าคณะกรุงเทพฯ ลงวันที่ 7 ต.ค.62 กับอีกฉบับหนึ่งเป็นหนังสือที่เจ้าอาวาสมอบหมายให้สำนักทนายความ “ขับไล่ชาวบ้าน” ลงวันที่ 7 ต.ค.62 ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมด้วยบริวารออกไปจากพื้นที่ภายใน 60 วัน

สวนคำสั่งเจ้าคณะกรุงเทพฯทันควัน !!

                ขอถามท่านผู้ชม? รังนกที่เข้ามาอาศัยทำรังในพื้นที่บ้านของท่าน ท่านใจดำพอจะรื้อรังขับไล่มันหรือไม่ นก มด ผึ้ง หรือสัตว์ทั้งหลายมันรู้จักรัก หวงแหนรวงรังมันหรือไม่

แต่นี่เขามนุษย์ !! เป็นคนไทยในชุมชนของวัด ครอบครัวหนึ่งมีทั้งผู้นำครอบครัว ภรรยา บุตร หลานในวัยเรียน คนชรา ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ นับ 10 ครอบครัว โดยเฉพาะปู่ย่าตายายของคนในครอบครัวเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้ร่วมสร้างวัดแห่งนี้มา และเฝ้าอุปถัมภ์บำรุงทั้งพระสงฆ์สามเณรมาโดยตลอดทั้งสิ้น

จะขับไล่ใสส่งให้พวกเขาไปอยู่ที่ไหน จะให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปกองในที่ดินของใคร และเขาพร้อมเรื่องเงินค่าจ้างรื้อถอน พร้อมมีที่ซุกหัวนอนกันแล้วหรือไม่  ???

เจ้าคณะปกครองทุกระดับ ตั้งแต่ท่านเจ้าคณะแขวง เจ้าคณะเขต เจ้าคณะกรุงเทพฯ เจ้าคณะภาค 1 เจ้าคณะใหญ่หนกลาง พระคุณท่านยังสุขสบายดีหรือขอรับ ? พระเดชพระคุณ…

การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วยการใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (หมู่บ้านศีล 5) ที่ออกนโยบายมาโดยคณะสงฆ์ (มส.) และรัฐบาล คณะสงฆ์ไทยทำงานขับเคลื่อนโครงการไปถึงไหนแล้วครับ

หลัก “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน-ราชการ ยังสมานฉันท์สามัคคีกันดีอยู่หรือครับ  หรือเป็นเพียงแค่โครงการในกระดาษที่นำงบประมาณจากภาครัฐมาผลาญเล่น

ถ้าจะให้ได้ผลประเมินที่เป็นรูปธรรมจริงๆ และจับต้องได้ ท่านต้องนำคณะลงพื้นที่ไปดูสิ่งเป็นจริงในชุมชนวัดชัยพฤกษมาลา สิครับ อยู่ใจกลางกรุงนี่เองไม่ต้องไปไกล

จะได้เห็นกับตา ได้ยินกับหูว่า คนในชุมชนแห่งนี้ยังเข้าทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในวัดแห่งนี้ได้เช่นในอดีตหรือไม่

น่าใจหายอีกแล้ว!! เมื่อวันที่ 12  พ.ย.ที่ผ่านมา ท่านส.ส.จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ พรรคอนาคตใหม่ อนุกรรมาธิการการพัฒนาคุณภาพที่อยู่อาศัยของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร  ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชาวชุมชนวัดชัยพฤษมาลา ตามที่ที่ได้รับข้อร้องเรียน เมื่อได้พบเห็นเป็นที่ประจักษ์ จึงขอเข้าพบเจ้าอาวาสวัดชัยพฤกษมาลา เพื่อนมัสการเรียนถามข้อเท็จจริง

ผลเป็นอย่างไรรู้มั๊ย ? ถูกพระหน้ากุฏิเจ้าอาวาสขับไล่ส.ส.ให้ออกจากวัด !!

เมื่อผลมันสุกงอมก็ย่อมหลุดจากต้น ถัดมาวันที่ 14 พ.ย.62 เรื่องข้อร้องเรียนของชาวบ้านได้ถูกบรรจุเข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุกมธ.การพัฒนาคุณภาพที่อยู่อาศัยของประชาชน มีการเชิญตัวแทนชาวบ้านเข้าชี้แจงรายละเอียดต่อที่ประชุม โดยมี ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นประธาน ในที่ประชุมมีการหยิบยกกรณีทางวัดไม่ต่อสัญญาเช่า บีบซื้ออาคารบ้านเรือนของชาวบ้านราคาถูกแล้วปล่อยให้เช่าต่อในราคาแพง วัดนำขยะมาถมทิ้งเป็นกองพะเนินในชุมชน และมีอีกประมาณ 5 หลังคาเรือนตกเป็นของวัดไปแล้วถูกล้อมรั้วกันพื้นที่ ฯลฯ

ในการประชุมสรุปว่า ท่านประธานอนุกรรมาธิการฯ ได้เสนอเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมาธิการคณะใหญ่เพื่อพิจารณา ซึ่งคาดว่าในการประชุมพิจารณาอาจจะมีการเชิญชาวบ้าน นิมนต์เจ้าอาวาส หรือเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เข้าชี้แจงเป็นรายๆ ไป

ย่อมเป็นที่ทราบ ข้อพิพาทระหว่างวัด (เจ้าอาวาส) กับชาวบ้าน ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิชี้แจง อะไรจริง อะไรไม่จริง อะไรคือ “ธรรม” อะไรคือ “อธรรม” ในที่นี้มิอาจชี้ฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูก จนกว่าผลจะปรากฏออกมาจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ

  หรือถ้าท่านเจ้าปกครองต้นสังกัด จะรีบลงพื้นที่ แม้จะช้ากว่า ส.ส.ในพื้นที่เพื่อรักษา “บวร” ไว้ ก็จะได้รับข้อมูลที่ดี สามารถนำเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมฯได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนะขอรับ กราบนมัสการ…  

นาย ณ. หนูแก้ว