พระสงฆ์-ไวยาวัจกร ตื่นตัวปัญหาบัญชีเงินวัดยุคตรวจสอบ “หลวงพ่อแย้ม” โชว์ความโปร่งใสวัดในเขตปกครอง ด้าน พศ.วิตก กพร.ให้ใช้บัญชีมาตรฐานถึงทางตันแน่

0
3257

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่อาคารราชวิริยาลังการ วัดไร่ขิง พระอารามหลวง อ.สามพราน จ.นครปฐม คณะสงฆ์จังหวัดนครปฐม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ร่วมจัดประชุมถวายความรู้เจ้าอาวาส และประชุมไวยาวัจกรในเขตปกครองจังหวัดนครปฐม เพื่อขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เชิงคุณภาพ สู่ชุมชน หมู่บ้านทั้งจังหวัด พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพย์สินวัด มีเจ้าอาวาสและไวยาวัจกรเข้าประชุมมากกว่า 700 รูป/คน โดยพระเทพศาสนาภิบาล (หลวงพ่อแย้ม) เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า พระเทพมหาเจติยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ได้มีนโยบายให้ดำเนินการอบรมความรู้พระสังฆาธิการ และไวยาวัจกร เกี่ยวกับบริหารจัดการบัญชีทรัพย์สินของวัดเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้ถือว่ามีเหตุการณ์เกี่ยวกับคณะสงฆ์ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการทรัพย์สินของวัดขึ้น ซึ่งเชื่อว่า คณะสงฆ์นครปฐม และวัดทั่วประเทศตื่นตัวกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะจังหวัดนครปฐม มีวัดจำนวน 200 วัด มีรายงานบัญชีมาแล้วเกือบ 100% ยังพบปัญหาเพียงบางส่วน คือ เรื่องการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งคณะสงฆ์ก็ได้เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว

พระเทพศาสนาภิบาล กล่าวต่อไปว่า ส่วนงบประมาณแผ่นดินที่พศ.ได้อุดหนุนให้แก่วัดในพื้นที่ทั้งเรื่องการบูรณปฏิสังขรณ์ การศึกษา การเผยแผ่นั้น สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง มีโนบายว่า หากมีการเบิกจ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป จะต้องมีหลักฐานใบเสร็จการรับจ่ายงบแสดงให้ชัดเจน เพื่อความโปร่งใส และตรวจสอบได้ ในขณะเดียวกันการรายงานบัญชีรายรับรายจ่ายของวัดในพื้นที่นครปฐม มีการรายงานบัญชีเป็นประจำทุกเดือนผ่านไปยังเจ้าคณะตำบล-อำเภอ-จังหวัด สำหรับการรายงานบัญชีรอบครึ่งปี จะรายงานไปยังเจ้าคณะภาค ขณะที่บัญชีรอบ 1 ปีจะรายงานไปยังเจ้าคณะใหญ่ ซึ่งคณะสงฆ์ยึดการปฏิบัติตามคำสั่งของมหาเถรสมาคม(มส.) เป็นหลัก

“เชื่อว่าตอนนี้ทุกวัดทั่วประเทศกำลังตื่นตัวเรื่องการทำบัญชีวัดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงบประมาณแผ่นดินที่ทุกวัดไม่อยากมีปัญหา และเน้นย้ำให้ทุกวัดในพื้นที่นครปฐมหรือวัดอื่นๆ ขอให้จัดทำบัญชีส่งรายงานมายังพศ. เพื่อเสนอมส. หากไม่ดำเนินการเชื่อว่า รัฐบาลและหน่วยงานรัฐ จะมีมาตรการบังคับเป็นกฎหมายออกมา แต่หากทุกวัดส่งบัญชีรายงานทั้งหมดทั่วประเทศก็จะไม่เกิดปัญหา” รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม กล่าว

ด้านนายอินทพร จันเอี่ยม ผอ.สำนักงานศาสนสมบัติ พศ. กล่าวว่า การให้ความรู้เรื่องการจัดทำบัญชีทรัพย์สินวัดเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยในปี 2561 ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.) ได้กำหนดตัวชี้วัดการจัดทำบัญชีวัดขึ้นใหม่ต้องรายงานบัญชีรายรับรายจ่ายแบบมาตรฐาน คือ ต้องมีผู้ตรวจบัญชีที่ระเอียดซับซ้อน ซึ่งวัดส่วนใหญ่ทั่วประเทศไม่สามารถทำได้ และจะเกิดปัญหาตามมา

ดังนั้น พศ.กำลังต่อรองกับทางกพร.ว่า ขอให้วัดจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างง่ายเช่นที่ทำอยู่ปัจจุบัน พร้อมแสดงใบสำคัญรับจ่ายเงินก็จะไม่เป็นปัญหาแก่วัดทั่วประเทศ เพราะวัดใหญ่นั้นไม่มีปัญหาเพราะสามารถว่าจ้างนักบัญชีมืออาชีพมาทำได้ แต่วัดเล็กๆ รายได้ไม่ได้มีทุกวันย่อมเกิดปัญหาแน่นอน แต่ทางกพร.ก็ยังยืนยันให้ใช้บัญชีแบบมาตรฐานอยู่ ในขณะเดียวกันทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่น ได้เห็นแย้งกพร.ว่า หากวัดทำบัญชีมาตรฐานคงไม่เหมาะ เพราะต้องอาศัยนักบัญชี ซึ่งวัดส่วนใหญ่ไม่มีกำลังดำเนินการได้

นายอินทพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการรายงานบัญชีวัดประจำปี 2560 ทางกพร.ได้กำหนดให้ทุกวัดจำนวน 40,000 วัด ต้องรายงานบัญชีให้ครบทั้งหมด หากไม่ครบ 100% ตัวชี้วัดเรื่องบัญชีทรัพย์สินของวัดก็จะถือว่า ตกมาตรฐาน คือ ไม่ผ่านเกณฑ์ของกพร. ซึ่งกพร.จะต้องนำเรื่องดังกล่าวรายงานต่อรัฐบาล เมื่อตกมาตรฐาน ก็คงต้องรอดูว่า รัฐบาลจะออกกฎหมายหรือมาตรการอะไรออกมาบังคับวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการรายงานบัญชีทรัพย์สินของวัด นอกจากนี้ตนขอชี้แจงวัดทั่วประเทศว่า พศ.ไม่มีอำนาจในการเข้าไปตรวจสอบบัญชีของวัด ที่ส่งเข้ามา ทางพศ.มีหน้าที่เพียงรวบรวมแล้วรายงานจำนวนของวัดที่ส่งบัญชีให้แก่ทางกพร.เท่านั้น และกพร.อาจจะมีมาตรการในการสุ่มตรวจบัญชีวัดไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ

“ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการทรัพย์สินวัดในขณะนี้มีอย่างต่อเนื่อง และมีการร้องเรียนเข้ายังพศ.เป็นระยะเกี่ยวกับความโปร่งใสของการใช้เงินวัด ซึ่งเมื่อมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา พศ.ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบ โดยใช้วิธีการตรวจสอบจากบัญชีของวัด ดังนั้น หากวัดทั่วประเทศมีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ก็จะเป็นเครื่องการันตีความโปร่งของการใช้เงินงบประมาณ เงินวัดได้ นอกจากนี้ขอเน้นย้ำต่อไวยาวัจกรว่า ไวยาวัจกรไม่สามารถทำอะไรอำเภอใจได้ จะดำเนินการอะไรที่เกี่ยวกับวัดต้องอยู่ภายใต้พ.ร.บ.คณะสงฆ์ และตามกฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ.2511 และเจ้าอาวาส และไวยาวัจกร ถือเป็นบุคคลที่จะต้องเข้าใจการจัดทำบัญชีวัด รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพย์สินวัดให้เกิดประสิทธิภาพ” ผอ.สำนักงานศาสนสมบัติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในห้องประชุม เป็นไปด้วยความเคร่งเครียด ทั้งพระสงฆ์และไวยาวัจกรต่างพลัดกันลุกขึ้นขอคำแนะนำจากวิทยากรผู้บรรยาย เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีวัด บัญชีทรัพย์สินวัด ทั้งแบบที่เคยจัดทำอยู่เดิมและแบบที่กำหนดขึ้นใหม่ท่ามกลางความสับสนของผู้เข้าร่วมประชุม