พระพรหมเสนาบดี ฝากคณะสงฆ์สนองพระราชเลขาในหลวง ร.10 ขับเคลื่อนโครงการศีล 5 และสนองปณิธานสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ถวายเป็นพระราชกุศล

0
1552

วันนี้ (19 กันยายน 2561)  ที่วัดเรืองยศสุทธาราม แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) เจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ในฐานะประธานขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่พระเถระ บุคคล องค์กร และสถานศึกษาต้นแบบในการส่งเสริมการศึกษาตามหลักพุทธธรรม และหมู่บ้านรักษาศีล 5 ต้นแบบ จำนวน 155 ราย  ในโอกาสนำคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรณธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีนายณรงค์ ทรงอารมณ์ รองผอ.พศ. ปฏิบัติราชการแทนผอ.พศ. นายสุวัฒน์ ตันเสถียร ผอ.เขตบางคอแหลม ผู้แทนผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ผู้แทนอธิบดีกรมการศาสนา พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี ผกก.สน.วัดพระยาไกร และผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมในพิธี

พระพรหมเสนาบดี กล่าวสัมโมทนียกถา มีความโดยสรุปว่า ในวันนี้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯมาครบทุกหน ขอฝากทุกภาคปกครองสงฆ์ให้นึกคำนึงถึงศาสตร์ 3 ประการ คือพระราชเลขาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งพระองค์ได้มีพระราชเลขาผ่านองคมนตรี นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ให้พระสงฆ์มีสำนึกและให้ศึกษาเป็นที่ศรัทธาแก่ประชาชน จึงขอฝากเจ้าคณะปกครองสงฆ์ทุกท่านให้มีสำนึกและสร้างศรัทธาให้ประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 และขอให้ทำตามปณิธานของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานโครงการฯ ซึ่งท่านตั้งความประสงค์ไว้ว่า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ และเพื่อสันติสุขแก่ประชาชน

ขอให้คณะกรรมการฯไปแนะแนวให้คำแนะนำ อย่าใช้อำนาจ อย่าไปรบกวน ไปเพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นแก่คณะสงฆ์และส่วนราชการ โดยมุ่งหวังประโยชน์สุขแก่ประชาชนตามปฐมบรมพุทโธวาทสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อัตถะ หิตะ สุขะ หัวใจสังคมสงเคราะห์ที่พระพุทธเจ้าประทานไว้ จึงฝากไว้กับคณะสงฆ์เพราะเราจะต้องทำงานกันอีก 19 ปี นับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป

พระพรหมเสนาบดี กล่าวอีกว่า โครงการนี้ได้ทราบถึงรัฐบาล โดยเฉพาะท่านสุวพันธุ์ ตันยุวรรณธนะ ได้ให้รายงานถึงท่านโดยตรงเนื่องจากโครงการนี้สามารถสร้างความปรองดองแก่คนในชาติได้ ซึ่งท่านได้เมตตานำเอาโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ต้นแบบ งานอ.ป.ต. (หน่วยอบรมประจำตำบล) กองทุนหมู่บ้าน โครงการประชารัฐ โดยท่านจะลงพื้นที่เพื่อถ่ายทำรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” ในวันที่ 21 กันยายนนี้ ที่วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านต้นแบบอีกแห่งหนึ่ง โดยมีพระพรหมกวี เจ้าคณะภาค 13 และพระธรรมปริยัติโมลี จะลงไปด้วยกัน และในเขตบางคอแหลมก็ดี เขตบางนา และเขตทุ่งครุก็ดี รู้สึกว่าการขับเคลื่อนโครงการฯได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างความปรองดองสมานฉันท์ มีการเข้าถึงชุมชนเช่น กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และผู้ป่วยติดเตียง เมื่อเห็นพระเข้าไปเยี่ยมโยมถึงกับน้ำตาคลอเบ้า บางแห่งมีการสร้างบ้านให้ด้วยเพราะไม่มีลูกหลานดูแล ถือเป็นการทำงานด้วยความเสียสละของคณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร จึงขออนุโมทนาไว้

นายสุวพันธุ์ กล่าวก่อนเข้าตรวจเยี่ยมการจัดแสดงนิทรรศการโครงการหมู่บ้านศีล 5 ของคณะสงฆ์กรุงเทพมหานครว่า แผนแม่บทยุทธศาสต์ชาติของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ด้านการส่งเสริมคุณธรรม การสร้างสังคมคุณธรรม และยังเชื่อมโยงกับอีกหลายยุทธศาสตร์ เรื่องนี้ตนอยากให้พศ.ที่ทำงานใกล้ชิดกับคณะสงฆ์มีการจัดทำแผนแม่บท และแผนปฏิบัติการประจำปี ถ้ามีการเชื่อมกับข้างบนตามแผนยุทธศาสต์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิบัติการ 5 ปี และ 1 ปี ก็จะทำให้งานของคณะสงฆ์สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานหมู่บ้านรักษาศีล 5 ของคณะสงฆ์ งานปฏิรูปหรืองานเฉพาะเรื่องเฉพาะโครงการ ก็จะสามารถเดินไปได้ นี้คือสิ่งที่อยากทำ หน่วยงานพศ.สามารถจับมาทำตามแผนของตัวเองด้วยแผนปฏิบัติการของตัวเอง ซึ่งพศ.จะต้องมีแผน 2 แผน คือแผนทำงานของพศ.เอง กับแผนทำงานของคณะสงฆ์ จึงอยากให้พศ.ช่วยงานของคณะสงฆ์ ในเร็วๆ นี้จะมีการพูดคุยเรื่องนี้กับผู้บริหารพศ. ตนนั้นเชื่อว่าพลังของคณะสงฆ์จะสามารถมาช่วยเสริมในทุกมิติของยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ว่ายุทธศาตร์ชาติด้านความมั่นคง หรือด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อให้การปฏิรูประบบราชการมีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งเหล่านี้คณะสงฆ์สามารถช่วยได้

นายสุวพันธ์ กล่าวด้วยว่า จากการดูผลการดำเนินงานของคณะสงฆ์จะเห็นว่าโครงการนี้จะต้องทำอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และโครงการนี้จะต้องกระตุ้นให้ประชาชนได้น้อมนำเอาหลักศีล 5 มาใช้เป็นเครื่องกำกับในการดำรงชีวิต จากที่เห็นในรายงานพบว่าสังคมเมืองกับสังคมชนบทค่อนข้างมีบริบทที่แตกต่างกัน ในการทำโครงการนี้สังคมเมืองจะสู้สังคมชนบทไม่ได้เพราะสังคมชนบทประชาชนอยู่ใกล้ชิดกับวัด แต่ความได้เปรียบคือความเจริญของสังคมเมือง วัดหลายวัดมีความเจริญ หลายวัดมีความเข้มแข็ง ตรงนี้ถ้าสามารถเชื่อมต่อกับชุมชนได้เหมือนกับที่วัดแห่งนี้ที่เห็นว่า ผู้เข้ารับประกาศเกียรติคุณจะมาจากหน่วยงานราชการที่เชื่อมต่อกับวัด ดังนั้นถ้ามีการทำแผนระยะ 5 ปี ก็จะสามารถดำเนินโครงการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ด้านพระเทพสุวรรณเมธี รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2561 คณะสงฆ์กรุงเทพมหานครได้พิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านรักษาศีล 5 ต้นแบบ เพื่อรับการตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงาน ชุมชนทั้ง 4 ชุมชนในแผนพัฒนากิจกรรมวิถีวัฒนธรรมเชิงพุทธในหมู่บ้านต้นแบบ ประกอบด้วย 1.ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร วัดวรจรรยาวาส มีผู้สนใจสมัครเรียนฝึกอาชีพและเข้าร่วมกิจกรรมการรักษาศีล 5 กระทั่งสามารถเรียนจบ มีการประกอบสัมมาชีพ 2.ชุมชนศาลเจ้าแม่ตะเคียน เขตบางคอแหลม มีการส่งเสริมการรักษาศีล 5 ต้นแบบ มีการรักษาศีล 5 และกิจกรรมวิถีพุทธในทุกเดือน 3.ชุมชนกลางนา เขตบางนา เป็นชุมชนรักษาศีล 5 ต้นแบบมีการส่งเสริมการักษาศีล 5 และมีการแจกเครื่องอุปโภคบริโภค เยี่ยมผู้สูงอายุ เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงในโครงการคิลานธรรม “เยียวยาใจผู้ป่วยด้วยธรรมะ” แบบบูรณาการ  และ4.ชุมชนหลังสวนบุรีรมณ์ เขตทุ่งครุ เป็นชุมชนภูมิศาสตร์ ความเป็นอยู่ อาชีพ อัตลักษณ์ และการดำเนินกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในท่ามกลางศาสนาอื่น ในโครงการประชารัฐสมานฉันท์