พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้วธ.นำไปถวายพระสงฆ์ที่จำพรรษา ณ วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร

0
176

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้วธ.นำไปถวายพระสงฆ์ที่จำพรรษา ณ วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพฯ รมว.วธ.นำผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ร่วมสืบทอดประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา  จัดทำหนังสือองค์ความรู้ เผยแพร่แหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน 

เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินให้กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) นำไปถวายพระสงฆ์ที่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาส ณ วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงวัฒนธรรม ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๖ และมีนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช  คู่สมรส นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล  รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร วัฒนธรรมจังหวัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ คณะผู้มีจิตศรัทธาของวัด และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วม ณ พระอุโบสถ วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เนื่องในเทศกาลกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐิน ให้กระทรวงวัฒนธรรมนำไปถวายพระสงฆ์ที่จำพรรษา ณ วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ ที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ผลานิสงส์แห่งการถวายผ้าพระกฐินครั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ เป็นฉัตรแก้วปกเกศอาณาประชาราษฎรตลอดไป รวมทั้งบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญกุศล มีจิตตั้งมั่นในความดีงาม ถึงพร้อมด้วยสรรพกำลังในอันที่จะบำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า กฐินพระราชทาน เป็นกฐินที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐิน ให้แก่หน่วยงานราชการ องค์กร คณะบุคคล หรือบุคคลผู้ประสงค์ขอรับพระราชทานนำไปทอดถวาย ณ พระอารามหลวง ทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด และในส่วนของกฐินกาล มีกำหนดระยะเวลา ๑ เดือน หลังออกพรรษา ๑ วัน ระหว่างวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ของทุกปี พุทธศาสนิกชนจะร่วมทำบุญถวายผ้ากฐิน เพื่อเป็นการสืบทอดและทำนุบำรุงประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง

นายเสริมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในโอกาสนี้ วธ. ได้จัดพิมพ์หนังสือ “ปกิณกวัฒนธรรม วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมบริเวณใกล้เคียง” เพื่อรวบรวมประวัติของวัดสุวรรณาราม  ราชวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มายาวนาน งานศิลปกรรมที่สำคัญภายในวัด โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถที่งดงาม มีคุณค่า รวมถึงสถานที่สำคัญและน่าสนใจบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ที่มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เพื่อเผยแพร่แก่ประชาชนและผู้มาร่วมบุญกุศลในครั้งนี้

ทั้งนี้ วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยธนบุรีต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ และเป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์มีพระราชศรัทธาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน ซึ่งวัดแห่งนี้ยังมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่โดดเด่นควรค่าแก่การอนุรักษ์ โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนโดยจิตรกรเอกชั้นครู ได้แก่ หลวงวิจิตรเจษฎา (ครูทองอยู่) และหลวงเสนีบริรักษ์ (ครูคงแป๊ะ) กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดแห่งนี้เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๒ ดังประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๖ ตอนที่ ๖๔ ลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๒ ซึ่งวัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร ยังมีแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ คลองบางกอกน้อยและย่านบางขุนนนท์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน ศูนย์ศิลป์แสงเงา มัสยิดหลวงอันซอริซซุนนะห์ โรงรถจักรธนบุรี สวนเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งการจัดทำหนังสือเล่มนี้นอกจากจะให้ความรู้และเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจด้านศิลปวัฒนธรรมแล้ว ยังถือเป็นการสนับสนุนนโยบายขับเคลื่อน Soft Power สร้างเสน่ห์วิถีไทย ครองใจคนทั้งโลก โดยขับเคลื่อนผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมเศรษฐกิจวัฒนธรรมเพื่อสร้างคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

*****************************************************************