พระธรรมทูตอินเดีย-เนปาล หัวใจพระนักเผยแผ่นำสมัย จัดปฏิบัติธรรมออนไลน์ ไหว้สี่สังเวฯ เสมือนโลกจักรวาลนฤมิตอย่างเมตาเวิร์ส

0
296

นางสาวอันนา สุขสุกรี ในฐานะผู้ผลิตรายการสารคดีเพื่อพระพุทธศาสนาโลก เปิดเผยว่า นับเป็นเวลาเกือบสองปีแล้ว ที่คณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ต้องเผชิญกับสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19ระบาด เหมือนกับทุกคนทั่วโลก แม้ที่ผ่านมาจะไม่สามารถอยู่จำพรรษาและปฏิบัติศาสนกิจที่วัดในแดนพุทธภูมิได้ แต่คณะพระธรรมทูต ก็ยังปฏิบัติศาสนกิจเพื่อพุทธศาสนิกอย่างไม่เคยขาดหาย ในบทบาทของการนำพระธรรมจากแดนพุทธภูมิมาสู่สุวรรณภูมิ นั่นคือประเทศไทย ทั้งยังมีการทำสาธารณกุศลอย่างต่อเนื่อง อาทิ โรงพยาบาลเพื่อประชาชนท้องถิ่นอินเดีย ที่สถานพยาบาลกุสินารา อินเดีย ไปพร้อมกันด้วย

จวบจนเมื่อถึงช่วงเริ่มต้นพุทธศักราชใหม่ ปี 2565 พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล นำคณะพระธรรมทูตประกอบด้วย พระครูปริยัติโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยเชตะวันมหาวิหาร พระมหานิพนธ์ ญาณวีโร เลขานุการเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา พระครูนรนาถเจติยาภิรักษ์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ พระครูอุดมโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพระรามอโยธยา-อินเดีย พระครูสังฆรักษ์รังสิต เจ้าสอาวาสวัดไทยนวราชรัตนาราม960 และพระครูธรรมธรสงกรานต์ เจ้าอาวาสวัดโพธิโมลีราชบัณฑิต เดินทางประกอบศาสนกิจ และตรวจเยี่ยมวัดไทยในอินเดียและเนปาล เป็นเวลา 10 วัน หลังจากไม่สามารถเดินทางกลับไปยังแดนพุทธภูมินานเกือบ 2 ปี

การปฏิบัติศาสนกิจในครั้งนี้ เริ่มต้นด้วยการประกอบพิธีสาธยายพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนเพื่อเป็นบุญฤทธิ์จากแดนพุทธภูมิ ให้คุ้มครองประชาชนคนไทยในทุกศาสนาและคนทั่วโลก การจัดสวดมนต์ข้ามปีสองแผ่นดินด้วยระบบออนไลน์ จากนั้นคณะฯจึงเดินทางตรวจเยี่ยมวัดไทยในแดนพุทธภูมิ อินเดีย-เนปาล ตามเส้นทางสังเวชนียสถาน แม้ต้องเดินทางไปประกอบศาสนกิจและตรวจเยี่ยม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังต้องระวังตัวอยู่มาก อากาศที่หนาวเย็น หมอกลงจัด เหมือนเดินทางผ่านความมืดสีขาว แทบมองไม่เห็นทาง แต่คณะพระธรรมทูตก็ยังจัดกิจกรรมเสริมด้วยโครงการบวชชีพรหมโพธิ (ออนไลน์) ปฐมอรุณแห่งปีพุทธศักราช 2565  ณ ดินแดนพุทธภูมิ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมรับปีใหม่ พร้อมกับร่วมเดินทางไปประกอบศาสนกิจนมัสการสี่สังเวชนียสถานด้วย

“การจัดบวชออนไลน์ นอกจากทุกท่านจะได้รักษาศีล ปฏิบัติธรรมรับปีใหม่เป็นสิริมงคลแก่ตนเองแล้ว ยังเป็นการฝึกใจตนเอง เปลี่ยนบ้านให้เป็นวัด ทำห้องพระให้เสมือนเป็นพระอุโบสถหรือวิหาร เพื่อการฝึกปฏิบัติธรรม ทั้งยังได้นมัสการสังเวชนียสถานพร้อมกับคณะพระธรรมทูต ที่นำพิธีโดยพระเดชพระคุณพระธรรมโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ในทุกที่ทุกสถาน ยังให้เกิดความสังเวชลึกลงไปในจิตใจ เป็นการฝึกไปอีกระดับหนึ่ง ที่สำคัญคือ ไม่ว่าโลกนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร สถานการณ์จะเป็นเช่นไร มันเป็นอนิจจัง เป็นวัฏฏะ แต่เราผู้เป็นปุถุชนจะเจริญได้ก็ด้วยการฝึกฝนตนเอง ให้เป็นผู้มีสติ ไม่หวั่นไหว และใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ดังที่องค์พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสไว้แล้ว เมื่อครั้งก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน ที่เมืองกุสินารา” พระครูอุดมโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพระรามอโยธยา-อินเดีย ผู้ริเริมและจัดโครงการฯกล่าว

การจัดบวชออนไลน์ในครั้งนี้ เราได้เห็นถึงหัวใจของพระนักเผยแผ่ หัวใจของครูผู้ให้ และหัวใจของพุทธบุตรผู้ปฏิบัติตามพระพุทธบิดา ทั้งผู้ร่วมกิจกรรมกว่าร้อยชีวิต ยังได้เห็นบรรยากาศดินแดนพุทธภูมิอีกครั้ง เสมือนได้ปฏิบัติธรรมตามสมัยไปกับโลกจักรวาลนฤมิต ได้กราบนมัสการ ณ สถานที่นั้นจริงๆ การสอดส่ายกล้องผ่านมือถือเครื่องเล็กๆ ของพระธรรมทูต เหมือนได้สอดส่ายสายตามมองไปรอบๆ มองเห็นหมอกหนาว เห็นสถานที่ เห็นพุทธรูป เห็นตัวหนังสือสวดมนต์ และเห็นการก้าวย่างเมื่อเดินประทักษิณรอบองค์พระเจดีย์

ในโลกของการสื่อสารออนไลน์ แม้มีจุดเปลี่ยนอารยธรรมมนุษย์อย่างเมตาเวิร์ส (Metaverse) แต่สำหรับพระธรรม ยังคงเป็นอกาลิโก แม้เมื่อการเผยแผ่และวิธีการปฏิบัติจะปรับเปลี่ยนไปบ้าง ก็อาจจะใช้คำล้อลื่นไหลไปได้ว่านี่คือ เมตตา-เวิร์ด (ความเมตตาต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและต่อโลก)

*****************************************************************