พช.สิรินธร เอามื้อสามัคคี “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” หนุนครัวเรือนสร้างความมั่นคงทางอาหาร ด้านพืชสมุนไพรไทย ต้านโควิด-19

0
21

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ นายอภัย วุฒิโสภากร นายอำเภอสิรินธร พร้อมด้วย นางสาวญาดาภา หอมหวล พัฒนาการอำเภอสิรินธร นำทีมหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ทหาร ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลคำเขื่อนแก้ว ผู้นำชุมชน นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) และนัฒนารัฐบาลดิจิทัล (นพร.) ลงพื้นที่ขับเคลื่อนกิจกรรมเอามื้อสามัคคี “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” กิจกรรมกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน ร่วมพัฒนาแปลงเอามื้อสามัคคี ณ แปลงครัวเรือนต้นแบบ (HLM) นายเสรี ท้าวมา ขนาด 1 ไร่ บ้านคำนกหอ ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ เป็นการลงแขกเอาแรง เอาใจ ช่วยเหลือกันในการทำงานพัฒนาพื้นที่แปลงและสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในชุมชน ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง โดยกลุ่มเป้าหมาย ได้ร่วมทำกิจกรรม ประกอบด้วย 1)กิจกรรมเคารพธงชาติ สวดมนต์ไหว้พระ การกล่าวคำปฏิญาณตน 2)การแบ่งปันพันธุ์ไม้ และพืชสมุนไพรไทย 3)ปลูกพืชสมุนไพรไทย ต้านภัยโควิด-19 อาทิ กระชาย ฟ้าทะลายโจร ขิง ข่า ตะไคร้ ฯลฯ 4)ปลูกป่าไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ในพื้นที่ “โคก” 5)การห่มดิน “เลี้ยงดิน ให้ดิน เลี้ยงพืช” 6)การดำนา ในพื้นที่ “นา” ด้วยบรรยากาศทำงานร่วมกันอย่างคึกคัก คล่องแคล่ว ครื้นเครง 7)กิจกรรมสาธิตการทำน้ำหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ น้ำหมักไล่แมลง การทำน้ำยาล้างจานเพื่อลดรายจ่าย และเลี้ยงหนูนาเพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือน 8)กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ร่วมกันระหว่างครัวเรือนต้นแบบในพื้นที่ตำบลคำเขื่อนแก้ว โดยมี นางเพ็ญพิศ พลทรัพย์ศิริ เกษตรอำเภอสิรินธร ให้คำแนะนำการทำเกษตรปลอดภัย การดูแลพืชและบำรุงดิน 9)นำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมพื้นที่แปลง การเลี้ยงกบ เลี้ยงปลาในบ่อน้ำและคลองไส้ไก่ ทั้งนี้ ในการดำเนินกิจกรรมฯ ได้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด

นางสาวญาดาภา หอมหวล พัฒนาการอำเภอสิรินธร ได้มอบภารกิจและขอบคุณทุกคนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนกิจกรรมดีๆ วันนี้ จึงฝากให้ครัวเรือนเจ้าของแปลงทุกคนได้กลับไปพัฒนาแปลงของตนเองให้มีกิจกรรมที่หลากหลาย ให้ครบองค์ประกอบของศูนย์เรียนรู้ ได้แก่ โคก หนอง นา และมีกิจกรรมภายในแปลงได้แก่ ปลูกพืชสมุนไพร ผักสวนครัว การเลี้ยงสัตว์ ทำนา และให้ทุกฝ่ายได้น้อมนำแนวหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกต์ใช้กันในครัวเรือน พึ่งพาตนเองให้มากที่สุด และลดรายจ่ายในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคนา 2019 (COVID-19) ที่ขยายวงกว้างมากขึ้นในขณะนี้ และที่สำคัญให้ช่วยกันรณรงค์แนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้ครบทุกครัวเรือน พร้อมทั้งเพิ่มพื้นที่การปลูกพืชสมุนไพร อาทิ ฟ้าทะลายโจร กระชาย ชิง ข่า ตะไคร้ ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก และถือเป็นพืชสมุนไพรไทยทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกัน และบรรเทายับยั้งการติดเชื้อไข้หวัด หรือ เสริมสร้างภูมิต้านทานในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ สำหรับการเอามื้อสามัคคีเป็นกิจกรรมที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้การทำงานที่ได้หลัก 3 อย่าง คือ “ทำงานได้งาน ทำงานได้เพื่อน ทำงานได้พัฒนาตนเอง” จึงขอให้ครัวเรือนต้นแบบได้ใช้เวทีนี้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน สร้างเครือข่ายในตำบลและนำไปขยายผลสู่ชุมชนให้ได้

ช่วงของการกล่าวความในใจของครัวเรือนต้นแบบที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ ต่างพร้อมใจกันขอบคุณกรมการพัฒนาชุมชนที่มีโครงการดีๆ แบบนี้ให้กับชุมชน หลายคนมีความฝันที่จะทำเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงแต่ขาดแหล่งน้ำ และไม่มีเงินทุนในการจ้างขุดสระน้ำ เมื่อทราบว่าราชการมีโครงการที่มาขุดบ่อทำโคก หนอง นา ให้ฟรี โครงการจึงมาช่วยเติมความฝันที่มีจึงสมัครเข้าร่วมโครงการทันที และตั้งใจจะทำโคก หนอง นา ให้สำเร็จ และช่วงท้ายกิจกรรม เจ้าของแปลง โดย นายเสรี ท้าวมา ได้กล่าวขอบคุณและรู้สึกดีใจมากที่ท่านนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และเพื่อนบ้านสมาชิกโคก หนอง นา ที่มาร่วมเอามื้อสามัคคีในวันนี้ และตนจะไปช่วยเอามื้อในแปลงอื่นอย่างแน่นอนและอยากให้มีกิจกรรมนี้อีกอย่างต่อเนื่องด้วย

งานประชาสัมพันธ์ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสิรินธร :ภาพ-ข่าว/รายงาน