พช.วัดโบสถ์ พิษณุโลกเมือง 3 ธรรม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง รวมพลังปลูกผักรักษ์โลก สร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

0
20

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 เวลา 09.00 น. ว่าที่ร้อยตรีศราวุธ จันทวงศ์ นายอำเภอวัดโบสถ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมน้อมนำแนวพระดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2 ในการนี้ นางทองหล่อ สวัสดิเทพ พัฒนาการอำเภอวัดโบสถ์ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การดำเนินกิจกรรมฯ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ รอง ผอ.สพป.พล.3 พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นายก อบต.ท่างาม กำนันตำบลท่างาม ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเขาไร่ศรีราชาเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว รวมทั้งสิ้นประมาณ 50 คน ร่วมกิจกรรมปลูกผักสวนครัวจำนวน 10 ชนิด ได้แก่ คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง กะหล่ำปลี มะนาว ถั่วฝักยาว แตงกวา ผักชี พริกขี้หนู มะเขือ ณ โรงเรียนเขาไร่ศรีราชา ตำบลท่างาม อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก

ว่าที่ร้อยตรีศราวุธ จันทวงศ์ นายอำเภอวัดโบสถ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019  (โควิด – 19)  ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยเป็นอย่างมาก  การน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า  กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2 นั้น สามารถเป็นแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนปลูกผักสวนครัว และนำพาประเทศให้รอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้  เพื่อให้ชุมชนมีความมั่นคงทางอาหาร  จึงมีความความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการกิจกรรมฯ เพื่อเป็นการผนึกกำลัง บูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งหน่วยงานราชการ และพลัง บวร  ที่จะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้โครงการนี้ ประสบผลสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อเป็นตัวอย่างและสามารถช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมนี้จะทำให้เกิดภาวะปกติแบบใหม่หรือนิว นอร์มอล  (New Normal)  ที่ประชาชนต้องหันมาพึ่งพาตนเอง  นำไปสู่การบริหารจัดการชุมชนให้เข้มแข็งพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน  จึงขอให้ทุกส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำองค์กรสตรีทุกท่าน น้อมรับนโยบายนี้ไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป

นางทองหล่อ สวัสดิเทพ พัฒนาการอำเภอวัดโบสถ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ภายใต้การนำของท่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหารสู่แผนปฏิบัติการ  90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร แก่พี่น้องประชาชน  ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า  (โควิด 19) ที่ส่งผลให้ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว จังหวัดพิษณุโลก โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพิษณุโลก  จึงได้น้อมนำแนวพระราชดำริของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหารสู่แผนปฏิบัติการ  90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2 “โครงการพิษณุโลกเมือง  3  ธรรม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง รวมพลังปลูกผัก  รักษ์โลก” มาเพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินโครงการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ให้มีความยั่งยืน  โดยความร่วมมือทุกภาคส่วน และพลังบวร เป็นแนวทางในการขับเคลื่อน

ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินโครงการดังกล่าวบรรลุตามวัตถุประสงค์  อำเภอวัดโบสถ์ จึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานแผนปฏิบัติการ 90 วัน “ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” รอบ 2 โดยการรณรงค์ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือน ทุกหมู่บ้าน ปลูกผักสวนครัวอย่างน้อยคนละ 10 ชนิด เพื่อเป็นการลดรายจ่ายของประชาชนในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและเป็นแหล่งอาหารของครัวเรือน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว อำเภอวัดโบสถ์ถือว่าเป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมให้เห็นผลเร็วและเป็นรูปธรรม จึงได้ผนึกกำลัง ตั้งระบบ ทำให้ครบวงจร บูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน  จัดกิจกรรมปฏิบัติการ 90 วัน “ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” รอบ 2 การดำเนินกิจกรรมในวันนี้ เพื่อเป็นการเพิ่ม “ทักษะชีวิตวิถีใหม่ เยาวชนสร้างอาหารเป็น”  ด้วยการถ่ายทอดวิถีปฏิบัติสู่ลูกหลานในครัวเรือนและส่งเสริมให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานศึกษา ศาสนสถาน เป็นแหล่งเรียนรู้ในการปลูกผักสวนครัวรวมทั้งเลี้ยงสัตว์และประมง  เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และเป็นการสร้างกระแสการรับรู้  และประชาสัมพันธ์แก่พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอวัดโบสถ์อย่างทั่วถึง เพื่อให้เกิดการตื่นตัว  เห็นประโยชน์และเข้าร่วมกิจกรรมนี้ และที่สำคัญคือการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับโภชนาการ ส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ด้วยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต สร้างความมั่นคงทางอาหาร พี่น้องประชาชน อยู่เย็น เป็นสุข อย่างยั่งยืนต่อไป