พช.ขานรับนโยบาย มท.1 ใช้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี สร้างงาน สร้างอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ

0
86

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ครั้งที่ 10/2562 โดยมีนายโชคชัย แก้วป่อง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คณะกรรรมการ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 5002 ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา มีความห่วงใยผู้หญิงในสังคมไทยที่ยังขาดโอกาส ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ เป็นช่องว่างที่จะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การกระทำอาชีพที่ไม่สุจริต การประกอบอาชีพที่ไม่มีความมั่นคง การค้ามนุษย์ เป็นต้น จึงได้มีนโยบายให้กรมการพัฒนาชุมชน(พช.) ใช้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ใช้เงินกองทุนที่เป็นทุนหมุนเวียน และเงินอุดหนุน ช่วยสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และพัฒนาสตรีให้มีทุนในการประกอบอาชีพที่สุจริต พึ่งพาตนเองได้  ให้สตรีมีความเข้มแข็งโดยการนำของสตรี นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว ชุมชนจนถึงระดับประเทศ บริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ด้าน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ให้ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ตลอดจนแนวทางและเป้าหมายการขับเคลื่อนกองทุนฯ ไว้ว่า กองทุนฯนี้ เป็นกองทุนแห่งลมหายใจของสตรี เพราะเป็นกองทุนที่สตรีจะสามารถเข้าถึงแหล่งทุนในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาศักยภาพของสตรีได้ง่าย โดยเฉพาะสตรีที่ขาดโอกาส ให้พึ่งพาตนเอง สามารถมีอาชีพ สร้างเศรษฐกิจครัวเรือนของตนเองให้ดีขึ้น และพัฒนาคุณภาพชีวิต ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติและสร้างความเข้มแข็งให้กับสตรีตั้งแต่ระดับครัวเรือน ชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด มีการบริหารจัดการที่ดี ทันสมัย และได้รับประโยชน์จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี รวมทั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจะเป็นกองทุนที่ร่วมส่งเสริม สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากต่อไป โดยเจ้าหน้าที่กองทุนฯ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และคณะกรรมการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงที่จะดำเนินการให้คงอยู่ อย่างมีการบริหารจัดการที่ดี รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์หรืออาชีพที่ก่อเกิดจากการนำเงินทุนนี้ไปใช้ประกอบอาชีพของสตรีฯ ให้สามารถมีรายได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ต่อไป ดังนั้นสิ่งสำคัญ คือ ต้องติดตามอย่างใส่ใจว่าเงินที่ได้ไป นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ และดำเนินงานได้อย่างถูกทิศถูกทาง

ในการนี้ คณะกรรมการได้ร่วมพูดคุย เสนอแนะ แลกเปลี่ยนเพื่อขับเคลื่อนงานกองทุนฯ ให้สามารถดำเนินกองทุนฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการกองทุนฯ ต้องมีความเป็นมืออาชีพ ร่วมมือกับภาคเอกชนมาช่วยดำเนินการพัฒนาทั้งด้านอาชีพ ช่องทางการตลาด การบริหารจัดการ เพื่อให้เป็นกองทุนของสตรี โดยสตรีและเพื่อสตรี อย่างแท้จริง

 

สถานีข่าว พช.CNS รายงาน