ผบช.ภ.7 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการทลายแก๊งยาเสพติด “มอส คอลาย” พบอาวุธปืน 9 กระบอก ตรวจยึดรถยนต์ 8 คัน จับกุมผู้ต้องหา 12 ราย

0
449

วันนี้(วันอังคาร ที่ 31 ม.ค. 66) เวลา 10.00 น. ที่สภ.โพธิ์แก้ว ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์  ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรายุทธ  สุขวัฒน์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ  ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.จักรกฤษ  เครือสุนทรวานิช ผบก.ภ.จว.นครปฐม พล.ต.ต.ประสพชัย  มัสยะวนิชกูล ผบก.สส.ภ.7 นายสุรศักดิ์  เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.รณภพ  พรอรุณ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์  คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พงษกร  อุปพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.อ.มหินท์  ตุงคะเศรณี ผู้แทนกอ.รมน.จว.นครปฐม นายสำรวย  วรเตชะคงคา ผชช.ปปส.ภ.7 พ.ต.อ.กัมปนาท  ณ วิชัย ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว พ.ต.อ.ณัฐพิสิษฐ์  รัตนอุดมพล ผกก.สส.1บก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.อรรถการ  กองสุผล ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม ว่าที่ ร.ท.อรรถชล  ทรัพย์ทวี นายอำเภอสามพราน พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการทลายแก๊งยาเสพติด “มอส คอลาย” จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 12 ราย ได้แก่

1.นายอรรถพล  ลาภลมูล อายุ 35 ปี

2.นายพิรุฬห์  แย้มเดช  อายุ 32 ปี

3.นายอนุพงศ์  เรือนสุวรรณ อายุ 34 ปี

4.นายประกายศักดิ์  มะโนบุตร อายุ 33 ปี

5.น.ส.ประทานพร  โพธิ์ทอง อายุ 36 ปี

6.น.ส.พิมลวรรณ  อ้อกอง อายุ 31 ปี

7.น.ส.กรปพรรธ พวงบางยางอายุ 30 ปี

8.น.ส.ณัฐธิดา  กันโอภาส อายุ 28 ปี

9.นายกฤษฎา ทิมซ้อน อายุ 29 ปี

10.นายสหภาพ สมัคราช อายุ 26 ปี

11.น.ส.วิสารัตน์ ทัสสา อายุ 33 ปี

12.นายเกรียงไกร สุรธรรมทวี  อายุ 31 ปี

พร้อมด้วยของกลาง

       

  1. อาวุธปืนลูกซองยาวสีดำขนาด 12 เกจ ยี่ห้อวินเชสเตอร์
  2. อาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อกล๊อค 43 X สีดำ ขนาด 9 มม.
  3. อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อกล๊อค สีขาว–ดำ ขนาด 9 มม.
  4. อาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อ STI สีขาว ขนาด .45

5.อาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ยี่ห้อสมิทแอนเวสสัน สีขาว ขนาด .357

6.อาวุธปืนลูกซองยาวยี่ห้อ DERYA ขนาด 12 เกจ สีดำ

7.อาวุธปืนยี่ห้อกล็อก 26 สีดำ ขนาด 9 มม.

8.อาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ยี่ห้อ RUBY EXTRA ขนาด .38 สีดำ

9.อาวุธปืนยาวดัดแปลง จำนวน 1 กระบอก

10.กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 12 นัด

11.ซองบรรจุกระสุนปืนกล็อค ขนาดบรรจุ 30 นัด

12.กระสุนปืนจำนวน 167 นัด

13.โทรศัพท์มือถือจำนวน 16 เครื่อง

14.ยาบ้ารวมทั้งหมด 951,071 เม็ด, ยาไอซ์ 1,140 กรัม

15.รถยนต์คันยี่ห้ออีซูซุ รุ่นมิวเอ็กซ์ สีขาว

พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด ดังนี้

1.รถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส สีขาว

2.รถยนต์BMW รุ่น 320 D สีขาว

3.รถยนต์อีซุซุ MU-X สีขาว

4.รถยนต์ฮอนด้าซีวิค สีแดง

5.บัญชีธนาคารกสิกรไทย มีเงินสดกว่า 3 ล้านบาท

โดยแจ้งข้อกล่าวหาแต่ผู้ต้องหาแต่ละราย ดังนี้ ผู้ต้องหาที่ 1 กระทำผิดฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฏหมาย”

ผู้ต้องหาที่ 2 กระทำผิดฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า/ไอซ์) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยมีอาวุธปืน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยผิดกฎหมาย”

ผู้ต้องหาที่ 3 กระทำผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฏหมาย”

ผู้ต้องหาที่ 4 กระทำผิดฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย, ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า/ไอซ์) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยมีอาวุธปืน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยผิดกฎหมาย”

ผู้ต้องหาที่ 5 กระทำผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฏหมาย”

ผู้ต้องหาที่ 6 กระทำผิดฐาน “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฏหมาย”

ผู้ต้องหาที่ 7 กระทำผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฏหมาย”

ผู้ต้องหาที่ 8 กระทำผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฏหมาย”

ผู้ต้องหาที่ 9 กระทำผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า/ไอซ์) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยมีอาวุธปืน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยผิดกฎหมาย”

ผู้ต้องหาที่ 10 กระทำผิดฐาน “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า/ไอซ์) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยมีอาวุธปืน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยผิดกฎหมาย”

ผู้ต้องหาที่ 11 กระทำผิดฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฏหมาย”

ผู้ต้องหาที่ 12 กระทำผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฏหมาย”

พฤติการณ์แห่งคดี

ก่อนเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า บ้านเลขที่ 88/26 หมู่ที่ 2 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม มีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติด จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดนครปฐม ซึ่งศาลจังหวัดนครปฐมได้อนุมัติหมายค้นที่ ค.29/2566 ลงวันที่ 25 มกราคม 2566

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำหมายค้น เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหาทั้ง 12 รายอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว โดยน.ส.พิมลวรรณ  อ้อกอง แสดงตัวเป็นเจ้าบ้าน  เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายค้น และทำการตรวจค้น โดยมี น.ส.พิมลวรรณฯ นำตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลางอาวุธปืน (ของกลางลำดับที่ 1-6) และยาบ้า จำนวน 71 เม็ด ซุกซ่อนภายในบ้านหลังดังกล่าว

จากนั้นได้ตรวจค้นรถยนต์ จำนวน 8 คันที่จอดอยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นรถยนต์คันยี่ห้ออีซูซุ รุ่นมิวเอ็กซ์ สีขาว พบอาวุธปืนยี่ห้อกล็อก 26 สีดำ ขนาด 9 มม. (ของกลางลำดับที่ 7) จึงได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 12 รายพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนสภ.โพธิ์แก้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาราย นายพิรุฬห์ แย้มเดช, นายประกายศักดิ์ มะโนบุตร, นายกฤษฎา ทิมซ้อน และ นายสหภาพ สมัคราช ให้การรับสารภาพว่ายังมียาเสพติดที่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านเช่าที่เช่าไว้เพื่อเก็บยาเสพติดอีก และสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้นจำนวน 2 จุด

โดยจุดที่ 1 นำตรวจค้นบ้านเช่าเลขที่ 2 หมู่บ้านร่วมเกื้อ แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร  ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 553,000 เม็ด และ ยาไอซ์ จำนวน 1,140 กรัม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจยึดเป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนสภ.โพธิ์แก้ว และเข้านำตรวจค้น จุดที่ 2 บ้านเช่าเลขที่ 44/271 ม.1 ต.บางเตย อ.สามพราน จ.นครปฐม ผลการตรวจค้น พบยาบ้า จำนวน 398,000 เม็ด  และอาวุธปืนยาวดัดแปลง จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวนสภ.โพธิ์แก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง และตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินคดีลงโทษผู้กระทำผิดทุกราย และเส้นทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติดอันจะเป็นการแก้ปัญหายาเสพติดในสังคมได้อย่างแท้จริง ตามคติที่ว่า “คนดีต้องอยู่เย็นเป็นสุข คนร้ายต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์”  พร้อมได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่ตามหลักยุทธวิธี  เพื่อป้องกันมิให้เกิดความสูญเสียแก่ครอบครัวพี่น้องตำรวจ เนื่องจากผู้กระทำความผิดครอบครองอาวุธปืน พร้อมต่อสู้  ในการนี้ผบช.ภ.7ได้มอบเงินรางวัลให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดขยายผลจับกุม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 7 ได้ฝากถึงประชาชนว่าตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ และขอชมเชยเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป

*****************************************************************