ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในอเมริกา ณ มลรัฐเท็กซัส อธิการบดี มจร. แนะพัฒนาศักยภาพ พัฒนาทักษะสอนสติ-สมาธิพระธรรมทูต

0
871

จากการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 43/2562 ที่วัดสัทธาธรรม มลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา พระพรหมวชิรญาณ (ปสฤทธิ์ เขมังกโร) เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นประธานเปิดการประชุมโดยมีพระธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกา และพระธรรมทูตไทยจากทั่วโลกกว่า 350 รูป เข้าร่วมประชุม

พระพรหมวชิรญาณ กล่าวว่า ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) ได้ให้พระวรธรรมคติ เพื่อกระตุ้นการทำงานของพระธรรมทูตโดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า การทำงานพระธรรมทูตเพื่อเสริมสร้างสังคมโลกให้เกิดสันติสุขนั้น ย่อมเป็นการยากที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาและอุปสรรคในการทำงานร่วมกับบุคคลที่มีความคิดและความเชื่อที่แตกต่าง ฉะนั้นจึงขอให้พระธรรมทูตยึดมั่นในหลักโอวาทปาติโมกข์ที่พระองค์ได้ตรัสว่า ความอดทนคือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง ซึ่งจะทำให้ชาวโลกได้รับประโยชน์จากหลักธรรมคำสอนของพุทธองค์

พระพรหมวชิรญาณ กล่าวต่อไปว่า สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารกิจการคณะสงฆ์ แต่ออกแบบมาเพื่อให้เอื้อต่อการทำงานของพระธรรมทูต ปัญหาและอุปสรรคสำคัญของพระธรรมทูต คือ  ทักษะการใช้ภาษา และความเข้าใจวัฒนธรรมของประเทศ และชุมชนต่างๆ ที่พระธรรมทูตออกไปเผยแผ่ ด้วยเหตุนี้จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ออกแบบการพัฒนาและฝึกอบรมพระธรรมทูต

ด้านพระราชปริยัติกวี อธิการบดีมจร. กล่าวว่า ขอให้สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาวางโครงสร้างและแนวทางการทำงานเพื่อพัฒนาการศึกษาด้านพระปริยัติธรรม และบาลีในสหรัฐอเมริกา ในฐานะที่การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ นอกจากนี้ มจร.ได้ตั้งวิทยาลัยพระธรรมทูตขึ้น เพื่อตอบสนองการพัฒนาศักยภาพการทำงาน และการพัฒนาพระธรรมทูตให้สามารถตอบโจทย์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และมจร.ยังได้จัดวางนโยบายให้วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ ทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนในลักษณะการเรียนแบบออนไลน์ หลักสูตรสติ และสมาธิ ซึ่งชาวโลกกำลังให้ความสนใจเพิ่มขึ้น

พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผอ.วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มจร. กล่าวว่า ที่ประชุมได้กระตุ้นให้มีการพัฒนาพระธรรมทูตอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ความต้องการของชาวโลก แล้วออกแบบหลักสูตรเพื่อพัฒนาพระธรรมทูตให้สอดรับกับความต้องการของชาวโลก โดยเน้นว่าควรพัฒนาพระธรรมทูตให้มีทักษะการสอนสติและสมาธิอย่างเข้าใจและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น และทักษะที่สำคัญที่ต้องพัฒนาร่วมกัน คือ ทักษะการสื่อสารทางภาษา และการเข้าใจวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ