นิสิตสันติศึกษา มจร.ทั้งไทย-เทศ ร่วมสวดมนต์แผ่เมตตา –ถกปัญหา ประณามการทำร้ายพระสงฆ์ วอนหยุดก่ออาชญากรรม หยุดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

0
1083

พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส รศ.ดร. รักษาการผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กล่าวว่า การใช้ชีวิตพระสงฆ์เป็นเครื่องต่อรองโดยการสังหารอย่างโหดเหี้ยมในหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ปืนสังหารเจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส พร้อมทั้งพระอีกหนึ่งรูปนั้น ทำให้พบว่า ผู้ก่อการร้ายในสถานการณ์ภาคใต้กำลังเล่นบทที่ใช้ความรุนแรงเป็นเงื่อนไขในการเรียกร้องความต้องการเพื่อหวังผลบางประการ สถานการณ์ใช้อาวุธสงครามสังหารพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ และพระสงฆ์อีกรูปอย่างโหดเหี้ยมนั้น ผู้ก่อการร้ายกำลังพัดพาตัวเองเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญของการต่อสู้ในหน้าประวัติศาสตร์การต่อสู้ในยุคปัจจุบัน

พระมหาหรรษา กล่าวต่อว่า ผู้ก่อการร้ายกำลังเล่นบทนักอาชญากรรมสงครามกำลังข้ามเส้นไปสู่บทบาทนักก่ออาชญากรรมสงคราม โดยมุ่งทำลายชีวิตของผู้แสวงหาสันติ และไร้อาวุธต่อสู้ ผู้ก่อการร้ายกำลังเล่นบทนักฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในขณะเดียวกัน ผู้ก่อการร้ายในพื้นที่ดังกล่าว กำลังทำสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อื่นที่มิใช่เผ่าพันธุ์ตัวเอง โดยการมองกลุ่มพระสงฆ์ว่าเป็นเผ่าพันธุ์อื่น ที่เผ่าพันธุ์ของตนจะดำเนินการอย่างไรก็ได้ ทั้งการเบียดเบียนและฆ่าล้างทำลายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเพื่อผลประโยชน์ของเผ่าพันธุ์ตัวเอง ประวัติศาสตร์โลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้พร่ำสอนให้มนุษย์ได้สำเหนียกว่า ไม่มีเผ่าพันธุ์ใดที่จะอยู่ได้ตามลำพัง ทุกเผ่าพันธุ์ล้วนต้องพึงพาอาศัยซึ่งกันและกัน ล้วนต้องรักและทนุถนอมกันและกัน การฆ่าและทำลายล้างมิอาจนำพาให้มนุษย์บรรลุความต้องการได้อย่างยั่งยืน ยิ่งไปกว่านั้น การฆ่าจะนำไปสู่การสูญเสีย ทั้งเสียแนวร่วม และเสียความไว้วางใจที่จะมีต่อกลุ่มคนอื่นๆ ในสังคมโลก

โอกาสนี้ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตของหลักสูตรสันติศึกษา มจร ทั้งหลักสูตรภาษาไทย และนานาชาติ จึงขอแสดงอาลัยอย่างยิ่งต่อการจากไปของพระสงฆ์ในครั้งนี้ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อมวลญาติที่สูญเสียพระสงฆ์ที่ตั้งใจทำงานเพื่อเชื่อมสมานหมู่ชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ขอดวงวิญญาณของท่านทั้งสองได้โปรดเดินทางไปสู่สัมปรายภพที่ดีงามต่อไป

“ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีสติรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ครั้งนี้โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงด้วยการเข้าไปโต้ตอบหรือแสดงพฤติกรรมรุนแรงใดๆ เพื่อทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ลุกลามขยายตัวออกไป  และหวังใจว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐจะเข้ามาดำเนินการจัดการกับสถานการณ์ครั้งนี้ ทั้งการเยียวยา ป้องกัน แก้ไข และเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้กลุ่มคนต่างๆ กลับสู่สิถีแห่งความไว้วางใจ และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขต่อไป” พระมหาหรรษา กล่าว