“นิภัทร์ สมาร์ทอิมเมจ” ฝากผลงานศิลป์ พญาศรีสุวรรณหงส์สัตนาคราช – พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช ไว้เป็นมรดกแผ่นดินไทย

0
1888

พญาศรีสุวรรณหงส์สัตนาคราช พญานาคเจ็ดเศียร ณ ลานเบิ่งเวียง ริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ตรงข้ามนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ตามคำบอกเล่าของ หลวงปู่คำพันธ์ มีดังนี้ พญานาคาธิบดีสีสัตนาคบาดาล สายพันธุ์ของพญามุจลินท์นาคราช คือ พญานาค ๗ เศียร ซึ่งสืบสายพันธุ์มาจนถึงพญาศรีสัตตนาคราช (นาคาธิบดีสีสัตตนาคบาดาล) ซึ่งเชื่อว่าเป็นกษัตริย์แห่งพญานาคฝั่งลาว ส่วนฝั่งไทยคือ พญาศรีสุทโธนาคราช (นาคาธิบดีสีสุทโธ) เป็นกษัตริย์พญานาคฝั่งไทย แต่เป็นพญานาคเศียรเดียว ซึ่งกล่าวกันว่า ทั้ง ๒ ราชาพญานาคนี้เป็นสหายกัน

เรื่องราชาแห่งนาคทั้ง ๒ นี้ หลวงปู่คำพันธ์ เคยเล่าไว้ว่า ในผืนแผ่นน้ำของประเทศไทยของเรานั้น มีพญานาคราชเป็นใหญ่นามว่า พญาศรีสุทโธ ท่านชอบจำศีลบำเพ็ญเพียร และปฏิบัติธรรม มีนิสัยอ่อนโยนมีเมตตา ไม่ชอบการต่อสู้ ชอบมาปฏิบัติธรรมที่พระธาตุพนม โดยมอบหมายให้เหล่าพญานาค ๖ อำมาตย์ดูแลแทน ในระหว่างที่หลบมาจำศีลภาวนา

หลวงปู่คำพันธุ์ เอ่ยชื่อ ๖ อำมาตย์แห่งพญานาคไว้เพียง ๓ คือ ๑. พญาจิตรนาคราช เป็นพญานาคที่รักสวยรักงาม มีเขตแดนปกครองของตน ตั้งแต่ตาลีฟู ถึงจังหวัดหนองคาย ตามแนวแม่น้ำโขง โดยมีที่สุดแดนอยู่วัดหินหมากเป้ง ๒. พญาโสมนาคราช มีเขตแดนปกครอง ตั้งแต่วัดหินหมากเป้ง มาจนถึงวัดพระธาตุพนม สุดเขตแดนที่แก่งกะเบา พญาโสมนาคราช มีอุปนิสัยคล้ายพญาศรีสุทโธนาคราช คือชอบปฏิบัติธรรม จึงเป็นที่ไว้วางใจ และโปรดปรานแก่พญาศรีสุทโธนาคราชมากกว่าพญานาคอื่น ๆ

๓. พญาชัยยะนาคราช มีเขตแดนจากแก่งกะเบา เรื่อยไปจนสุดแดนที่ปากแม่น้ำโขงลงทะเลในเขมร พญานาคตนนี้มีฤทธิ์เดชมาก ชอบการรณรงค์ทำสงคราม คือชอบการต่อสู้เป็นนิสัย ส่วนฝั่งลาวนั้น มีพญาศรีสัตตนาคราช เป็นใหญ่เหนือพญานาคทั้งปวง เป็นพญานาคที่ทรงฤทธิ์ ทรงอำนาจเหนือกว่าพญานาคทั้งหลายใน ๒ แผ่นดินนี้ แต่ท่านเป็นพญานาคที่ชอบจำศีลและประพฤติปฏิบัติธรรมเหมือนพญาศรีสุทโธนาคราช โดยชอบมาที่วัดพระธาตุพนมเหมือนกัน จนถึงกับมีการให้พันธะสัญญาแก่กันว่า หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการความช่วยเหลือ ก็จะช่วยกันอย่างเต็มที่เต็มกำลังสามารถ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้อยใหญ่ประการใด

พญาศรีสัตตนาคราช มีความเด่นสง่าด้วยมี ๗ เศียร ซึ่งถือได้ว่าเป็นตระกูลพญานาคที่มีมาแต่ครั้งพุทธกาล มีความใกล้ชิดพระพุทธองค์ และพระพุทธศาสนา จนอาจถือว่าเป็นต้นตระกูลแห่งพญานาคทั้งหมด

ในขณะที่ พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช เป็นประติมากรรมพญานาคหินอ่อน วรกายสีขาวฮินดูเป็นพญานาคหินอ่อน ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในขณะนี้ก่อสร้างภายในแหล่งท่องเที่ยวแก่งกะเบา มีความสูง ๑๑.๑๑ เมตร ความยาว ๕๑๔๐ เมตรตลอดลำตัว เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕๐ เมตร ตั้งอยู่บนฐานรองวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เมตร สูง ๑.๕๐ เมตร โดยพระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหารได้ตั้งชื่อให้ว่า “พญาสีภุชงค์มุกดานาคราช” ทั้งนี้มีความเชื่อว่า ผู้ที่ได้มากราบไหว้สักการะและได้ลอดใต้องค์พญานาคจะมีความสุขสมหวังดังคำอธิษฐาน โดยเชื่อกันว่าผู้รอดซุ้มแรกหมายถึง การมีสุขภาพแข็งแรง ซุ้มที่ ๒ คือบริเวณใต้องค์พญานาค หมายถึงความร่ำรวย และซุ้มที่สามส่วนหาง หมายถึง ความสำเร็จโดยในวันนี้มีพิธีบวงสรวงพญาสีภุชงค์มุกดานาคราชและพิธีรำบวงสรวงถวายพญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช สะท้อนให้เห็นถึงคติความเชื่ออารยะธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมของชุมชนแห่งลุ่มแม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2560 เวลา 10.00. น. ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีบวงสรวง พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช และพิธีเปิดเทศกาลสงกรานต์วิถีพุทธ 4 แผ่นดินอินโดจีน พร้อมด้วย นายปิติณัช นิธิศธานี นายอำเภอหว้านใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่งขามดงหมู ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่และพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอหว้านใหญ่ ได้มาร่วมกันสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยเราเอาไว้ ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในท้องถิ่น สร้างความรักความสามัคคีและนำไปสู่ความเป็นชุมชนน่าอยู่อย่างยั่งยืน

แหล่งท่องเที่ยวแก่งกะเบา ได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติโดยได้รับการจัดสรรงบประมาณจากจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งได้ออกแบบโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหารที่ได้ดำเนินการเรียบร้อยโดยได้รับงบประมาณก่อสร้างจำนวน ๒๙ ล้าน ๔ แสนบาท ภายใต้ยุทธศาสตร์จังหวัดมุกดาหาร ที่ดำเนินการ ๓๖ กิจกรรม ในวาระครบรอบ ๓๖ ปี จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งกิจกรรมที่ได้ปรับปรุงและพัฒนาภายในแหล่งท่องเที่ยวแก่งกะเบาที่สำคัญประกอบด้วยประติมากรรมพญานาค ระเบียงชมธรรมชาติ ลานวัฒนธรรม ๘ ชนเผ่าพื้นเมืองและลาน ๑๒ นักษัตร

ใครเลยจะคิดได้ว่า “พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช และพญานาคเจ็ดเศียร บริเวณ ลานเบิ่งเวียง เป็นประติมากรรมพญานาคหินอ่อน วรกายสีขาวฮินดู จะเป็นพญานาคหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย” ที่ดำเนินการจัดสร้าง และออกแบบโดย “นายนิภัทร์ สุวาส”  หรือชื่อที่คนในวงการรู้จักกันในนาม “นิภัทร์ สมาร์ทอิมเมจ” ผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทอิมเมท จำกัด จ.สกลนคร ซึ่งเป็น บริษัทที่รับปั๊มเหรียญ พระผง วัตถุมงคลทุกชนิด รวมทั้งสร้างประติมากรรมกลางแจ้ง ทั้งพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ อนุสาวรีย์ ฯลฯ

ผลงานของ นิภัทร์ สมาร์ทอิมเมจ ที่คุ้นตาของคนทั่วไป เช่น ประติมากรรมปลาใบ ทำด้วยทองสำริดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ริมทะเลอ่าวนาง จ.กระบี่

สิงห์ปาร์ค เชียงราย หรือ ที่หลายคนรู้จักในนาม “ไร่บุญรอด” ตั้งอยู่ริมถนนสายเด่นห้า-ดงมะดะ ห่างจากเขตชุมชนเมืองเชียงราย ประมาณ ๙ กิโลเมตร

อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง(ปุม)อนุสาวรีย์เป็นรูปหล่อทองเหลืองรมดำ สูง ๒.๒ เมตร มือขวาถือของ้าว อันเป็นการแสดงถึงความเก่งกล้าสามารถของท่านในการบังคับช้างศึกและเป็นเครื่องแสดงว่าสุรินทร์เป็นเมืองช้างมาแต่ดึกดำบรรพ์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานระลึกถึงผู้สร้างเมืองท่านแรก

นิภัทร์ สมาร์ทอิมเมจ บอกว่า หากทำอะไรแล้ว ต้องทำให้ดีที่สุด หากผิดพลาดจะได้ไม่ไปโทษคนอื่นๆ เราต้องโทษตัวเราเองว่ายังดีไม่พอ รังสรรค์ให้สุดฝีมือ ฝากฝีมือไว้บนแผ่นดิน

แค่หากผิดหรือไม่สำเร็จจะไม่โทษคนอื่นไม่คิดว่าใครผิดใครถูก ต้องโทษตัวเราเองว่ายังไม่ดีพอ การที่ไปโทษคนโน้นคนนี้ มันก็ไปการโยนความผิดให้คนอื่นมันไม่ควรเพราะไม่มีใครผิด ตัวเราเองนี้และที่ผิดที่คิดการยังไม่ดีฝีมือไม่เข้าขั้น ต้องหมั่นบอกตัวเองว่าครั้งต่อไปต้องดีกว่านี้ ไปโทษคนอื่นๆ ใครรู้เขาเขาจะหัวเราะเอานะ ได้เงินแต่ล่ะครั้ง มันก็ต้องทำงานไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ

“ผมมักจะลงมือทำอะไร ด้วยตัวเองให้เป็นเสียก่อน รู้ให้ท่องแท้ และจึงจะไปแนะนำคนอื่นๆ ได้สอนคนอื่นได้ หากเรายังไม่รู้จริงแล้ว  เราจะไปสอนคนอื่นๆได้อย่างไร” นิภัทร์ สมาร์ทอิมเมจ กล่าว

พร้อมกันนี้ นิภัทร์ สมาร์ทอิมเมจ ยังบอกด้วยว่า ทุกครั้งที่ได้รับความไว้วางใจให้สร้างประติมากรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม จะต้องขึ้นชื่อว่าทุ่มเททำทุกๆ อย่างให้ถึงคำว่าที่สุด แต่เรื่องของผลกำไรไม่จำเป็นต้องมากที่สุด เพราะที่สุดของการทำงาน คือ ความภูมิใจที่ได้สร้างผลงานไว้เป็นมรดกของแผ่นดินไทย

ประติมากรรมกลางแจ้งทุกชิ้นงาน จะถูกออกแบบให้แข็งแรง คงทนต่อทุกสภาพสภาวะอากาศ ซึ่งแต่ละชิ้นจะมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ปี ซึ่งมันบ่งบอกว่า ผลงงานของ สมาร์ทอิมเมจ จะอยู่คู่แผ่นดินไทย และอวดสายตาชาวโลกหลายร้อยๆ ล้านคู่ไปกว่าอีก ๑๐๐ ปี

 นิภัทร์ สมาร์ทอิมเมจ พูดทิ้งท้ายไว้ย่างน่าคิดว่า “อาชีพหลักและงานประจำทำแล้วได้เงิน  ส่วนการสร้างพระแม้ว่าไม่ได้เงิน แต่ได้บุญ”

ติดตามผลงานของ “นิภัทร์ สมาร์ทอิมเมจ” ได้ที่ https://www.facebook.com/profile.php?id=100014341083111

ไตรเทพ ไกรงู รายงาน

////////////////////////////////////////////////////////////