ทิ้งกระจาด เก็บกุศล “วัดไผ่ล้อม” สืบทอดมายาวนาน

0
134

ทิ้งกระจาด เก็บกุศล “วัดไผ่ล้อม” สืบทอดมายาวนาน

              

เจริญพรญาติโยมผู้อ่านทุกท่าน อีกไม่กี่สัปดาห์ วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม จะจัดให้มีพิธีใหญ่ประจำปีพิธีหนึ่งซึ่งเว้นการจัดไปหลายปีเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด นั่นคือ งานทิ้งกระจาด ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 10 กันยายน 2566

อาตมาเคยเล่าเรื่องทิ้งกระจาดไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่ฉบับก่อนหน้านี้ โดยอาตมาได้เล่าถึงมูลเหตุของการทิ้งกระจาดว่าเป็นประเพณีจีน เรียกว่า ซีโกว หรือ โพวโต่ว หรือ อูหลั่งเซ่งหวย มีที่มาจากพระสูตรฝ่ายมหายานชื่อ อัคนีชวาลมุขเปรตสูตร ว่าด้วยเปรตชื่ออัคนีชวาลมุข ผู้มีไฟลุกในปากที่มาพบกับพระอานนท์ กล่าวขอให้ท่านทำบุญทำทานอุทิศแก่ฝูงเปรตทั้งหลาย เพื่อให้ท่านได้มีชีวิตยืนยาวและมิต้องตกไปในเปรตภูมิ และพระพุทธองค์ได้เฉลยแก่พระอานนท์ว่า อัคนีชวาลมุขเปรตที่พระอานนท์พบนี้ แท้จริงแล้วคือร่างนิรมิตของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เพื่อเป็นเหตุให้พระองค์ได้แสดงธรรมเกี่ยวกับการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่เปรตทั้งหลาย เมื่อพระอานนท์เข้าใจดังนี้แล้ว จึงปฏิบัติตามที่พระองค์ได้แสดงธรรมทุกประการ และพระอานนท์ก็ได้รับอานิสงส์ครบถ้วนตามที่ทำไว้ พระอานนท์ก็มีชีวิตยืนยาวจวบจนหลังพุทธปรินิพพานไปอีกหลายปี เป็นเสาหลักของสังฆะสืบมา เหตุนี้เอง ในการตั้งพิธีทิ้งกระจาดจึงให้ตั้งมณฑลพิธีบูชาพระอวโลกิเตศวรเป็นเบื้องต้น ซึ่งท่านเป็นมูลเหตุแห่งการทิ้งกระจาดนั่นเอง

จริง ๆ แล้วจะกล่าวว่าพิธีทิ้งกระจาดนี้เป็นส่วนที่ต่อเนื่องมาจากสารทจีนก็ว่าได้ เพราะสัปดาห์ก่อนหน้าการทิ้งกระจาด ก็คือเทศกาลสารทจีน เป็นเทศกาลทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชนด้วยผลผลิตแรกของปี ในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเป็นการเริ่มต้นฤดูเก็บเกี่ยวที่จะมาถึง และต่อด้วยทิ้งกระจาดที่มุ่งทำบุญให้แก่เปรต ผี ดวงวิญญาณไร้ญาติ และให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ยากไร้ การทิ้งกระจาดในสังคมจีนเป็นกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชน เป็นพลังทานบารมีที่ทุกคนได้ร่วมกันทำ สมัยหลังมาก็อาจให้เป็นเงิน เพื่อให้ผู้จัดพิธีนำไปจัดซื้อข้าวของมาเซ่นไหว้และแจกเป็นทาน

ถ้าเทียบกับของไทยเราก็คือสารทไทย ซึ่งจะจัดหลังสารทจีนประมาณหนึ่งเดือน เพราะถือปฏิทินคนละแบบ แต่ก็มีหลักการเดียวกัน คือ บูชาบรรพชนด้วยส่วนหนึ่ง และยังมุ่งทำกุศลแก่บรรดาผีเปรตไร้ญาติด้วย ที่สำคัญคือเป็นประเพณีร่วมกันของคนในชุมชน คนในชุมชนทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการนี้

วัดไผ่ล้อมจัดพิธีทิ้งกระจาดมาอย่างยาวนาน ด้วยเจตนารมณ์ของอาตมาที่ต้องการตอบแทนสังคม ร่วมกับจิตศรัทธาของญาติโยม ศิษย์วัด ซึ่งมีจำนวนมากที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน และมีความประสงค์ร่วมกันจะทำพิธีทิ้งกระจาด ทำให้อาตมานึกถึงสมัยเด็ก ๆ สมัยที่ยากจน อดมื้อกินมื้อ อาตมาก็ต้องไปต่อคิวรับทานทิ้งกระจาดกับโยมแม่ นำข้าวของมายาไส้ ซึ่งก็ได้มาไม่น้อย ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง เงินสด พอจะเอาไว้กินได้นานพอสมควร เมื่ออาตมามีโอกาสได้จัดพิธีทิ้งกระจาดแล้ว อาตมาก็ให้จัดชุดข้าวสาร อาหารแห้ง และเงินสด ในปริมาณที่พอควรแก่การดำรงชีวิตของคนคนหนึ่ง ซึ่งอาตมาถือเอาการนี้อย่างเต็มที่ ด้วยความที่อยู่ในฐานะผู้รับมาก่อน เมื่อเป็นฝ่ายผู้ให้แล้ว อาตมาก็เข้าใจความรู้สึกของพวกเขาดี ทุกปีที่จัดพิธีทิ้งกระจาด จะเห็นผู้คนมายืนรอตั้งแต่เช้า เสื้อผ้ามอมแมม มากันอาจจะทั้งครอบครัว มารอรับทาน รอแต่เช้าจนทำพิธีทางศาสนาเสร็จก็เป็นการทิ้งกระจาดแจกทาน ผู้คนก็มารับ นับจำนวนแล้วน่าจะหลายร้อยคนในแต่ละปี เมื่อได้รับไปแล้วก็ถือว่าได้ต่อชีวิตคนเหล่านี้ไปได้ ถือเป็นการแบ่งปันกันในสังคม

สังคมจะดีก็ด้วยมีการให้ การให้เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงสังคม เพราะในสังคมนั้นมีทั้งคนที่มี และไม่มี จะด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม แต่คนที่มี และไม่มี ก็ต้องการของอย่างเดียวกัน คือ ของที่ทำให้ยังมีชีวิตอยู่ ต้องการปัจจัยสี่ โดยเฉพาะอาหาร การแบ่งปัน ช่วยเหลือเจือจุนจากคนที่มี สู่คนที่ไม่มี คือสิ่งที่สะท้อนว่าสังคมเรายังมีความเมตตากรุณา เมตตาธรรมยังคงค้ำจุนโลก เราสามารถให้ได้หลายทาง ให้เงินเป็นภาษีอากรแก่ภาครัฐนำไปเป็นประโยชน์แก่สังคมก็ทางหนึ่ง ให้ทานแก่ผู้ยากไร้เป็นการช่วยเหลือทางตรง มือถึงมือ ใจถึงใจ ก็อีกทางหนึ่ง

บารมีคือความดีอย่างพิเศษเพื่อเป้าหมายอันสูงส่ง มีมรรคผลเป็นต้น การทำทานเป็นบารมีข้อแรกในบารมี 10 ประการ เป็นข้อเบื้องต้นที่สุด ที่แม้จะเป็นเรื่องสามัญที่สุดแต่ก็เป็นฐานรากของบารมีทั้งปวง เพราะถึงจะบำเพ็ญบารมีอย่างยิ่งยวดไปถึง 9 ข้อ แต่ถ้าขาดข้อทานไป บารมีก็ไม่ครบองค์ จะบรรลุเป้าหมายอันสูงเห็นจะยาก หรือแม้แต่ในข้อที่ว่าด้วยบุญกิริยาวัตถุ จะจำแนกเป็น 3 ก็ดี 10 ก็ดี มีข้อทานเป็นข้อเบื้องต้น จะรักษาศีล หรือภาวนาอันเป็นบุญกิริยาที่ถือกันว่ามีแต้มบุญสูงขนาดไหน แต่ก็ขาดทานเป็นพื้นฐานไม่ได้เลย

ดังนั้น เมื่อมีโอกาสทำทาน ก็ขอให้ใช้โอกาสนั้นบำเพ็ญทานเสีย จะมากน้อยนั้นไม่สำคัญเลย ขอเพียงแค่ได้ทำ

และพบกันที่วัดไผ่ล้อม ในวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2566 เวลา 14.09 น. กับพิธีทิ้งกระจาด มหากุศล เพื่อเก็บกุศล สร้างทานบารมี ขอเจริญพร

 

หลวงพี่น้ำฝน : 30 สิงหาคม 2566