ทน.อนันต์ชัย พาชายไม่สมประกอบเหยื่อคดี “น้องต้าแง” แจ้งกองปราบฯ จี้เอาผิดแพทย์ – ตร. 12 ราย จ.สุพรรณบุรี

0
212

วันนี้​ (7 ก.พ.2562) เวลา 10.00 น.ที่กองบังคับการปราบปราม  นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ได้พานายทองขวัญ ฉิมมา หรือ ฝน อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์ด.ช.ซูลุยผิว หรือ น้องต้าแง เด็กชาวเมียนมา วัย 2 ขวบ ที่เสียชีวิตอยู่ในไร่อ้อยที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยนายสมจิตร ฉิมมา อายุ 70 ปี และนางพยุง สร้อยทอง อายุ 63 ปี พ่อและแม่ เดินทางเข้าพบพัน​ตำรวจ​โท​ สุรชัย จันทรมณี รอง​ผู้​กำกับการ​สอบสวน​ กอง​กำกับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รองผกก.สอบสวน​ กก.4 บก.ป.)​ ช่วยราชการ​ กองกำกับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (กก.5 บก.ป.)​  เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายตำรวจทั้ง 12 ราย รวมทั้งแพทย์ ที่ลงความเห็นว่าคำให้การของนายฝน​ฯ เชื่อถือได้  ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเจ้าหน้าที่ปลอมแปลงเอกสาร กลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา และหน่วงเหนี่ยวกักขัง  ฐานที่บกพร่องต่อหน้าที่ ไม่รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ กรณีแถลงข่าวและออกหมายจับนายฝน ในข้อหาพรากผู้เยาว์

นายอนันต์ชัยฯ กล่าวว่า เนื่องจาก คดีมีการสอบสวนโดยชี้นำพยานให้เป็นไปตามความต้องการของพนักงานสอบสวน และละเว้นสอบสวนพยานบางปาก อีกทั้งยังมีการไปควบคุมตัวนายฝนฯ​ ที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์อย่างไม่ถูกต้อง โดยมีการให้นายฝนฯ​ พิมพ์ลายนิ้วมือรับทราบหมายจับ ทั้งที่นายฝน​ฯ ไม่อยู่ในสภาพเหมือนเช่นคนปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เคยไปร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสอบสวนทางวินัยกับตำรวจชุดดังกล่าวด้วยแล้ว อย่างไรก็ตามเห็นได้ว่านายฝนฯ​ พูดจาและเล่าเรื่องราวกับสื่อมวลชน พูดจาวกไปวนมา เรียบเรียงเหตุการณ์ไม่ได้ เป็นการพิสูจน์ได้ว่า นายฝนฯ​ ไม่ได้อยู่ในสภาพเหมือนบุคคลทั่วไป ซึ่งผลการตรวจสติปัญญาของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ก็ยังระบุด้วยว่า นายฝนฯเป็นคนปัญญาอ่อน อายุเทียบเท่าเด็กอายุ 7 ขวบ แต่ตำรวจชุดที่ทำคดีนี้กลับไม่มีการสอบสวนพยานให้ครบถ้วนกระบวนความ ซึ่งขณะนี้คดีเป็นที่สิ้นสุดแล้ว เนื่องจากตำรวจยื่นคำร้องขอปล่อยตัวต่อศาล เพราะนายฝนฯ​ ไม่อยู่ในสภาพของคนปกติ คดีนี้ถือเป็นความบกพร่องของตำรวจชุดทำคดี จึงจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

ขณะที่นายฝนฯ ก็กล่าวสั้นๆ ด้วยว่า ระหว่างที่ตนถูกควบคุมตัวไป ตำรวจยังได้ใช้เชือกมัดมือ ตบหน้า และใช้บุหรี่จี้ที่ข้อมือของตนด้วย ทั้งนี้มีรายงานว่านายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมดรวม 12 นาย ประกอบไปด้วย พลตำรวจ​ตรี​ คมศักดิ์ สุมังเกษตร​ ผู้บังคับการ​ตำรวจ​ภูธร​จังหวัด​สุพรรณบุรี​ (ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี)​,พัน​ตำรวจ​เอก​  กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผู้บังคับการ​ตำรวจ​ภูธร​จังหวัด​สุพรรณบุรี​ (รอง​ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี), พัน​ตำรวจ​เอก​  สมเดช เกษมสุข ผู้กำกับ​การ​กลุ่มงาน​สอบสวน​ กอง​บังคับการ​ตำรวจ​ภูธร​จังหวัด​สุพรรณบุรี​ (ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ภ.จ.สุพรรณบุรี)​, พัน​ตำรวจ​เอก​ รณกร ประคองศรี ผู้กำกับ​การ​สถานีตำรวจ​ภูธรสระยายโสม​ ​จังหวัด​สุพรรณบุรี​ (ผกก.สภ.สระยายโสม จ.สุพรรณบุรี), พัน​ตำรวจ​โท จำเนียร สะสมทรัพย์ รองผู้กำกับ​การ​สืบสวน​ สถานีตำรวจ​ภูธร​สระยายโสม​ จังหวัด​สุพรรณบุรี​ (รอง​ผกก.สส.สภ.สระยายโสม จ.สุพรรณบุรี), พัน​ตำรวจ​โท​ ขวัญทูล ปัญญาปิยวิทย์ สารวัตรสอบสวน​ สถานีตำรวจ​ภูธร​สองพี่น้อง​ จังหวัด​สุพรรณบุรี​ (สว.สอบสวน​ สภ.สองพี่น้อง​ จ.สุพรรณบุรี)​, พัน​ตำรวจ​โท​ ศรายุทธ ชิงชู สารวัตร​สืบสวน​สถานีตำรวจ​ภูธร​สระยายโสม​ จังหวัด​สุพรรณบุรี​ (สว.สส.สภ.สระยายโสม จ.สุพรรณบุรี)​, พัน​ตำรวจ​ตรี​ มานะ ศิริเขตรกรณ์ สารวัตร​สืบสวน​ สถานีตำรวจ​ภูธรสามกระทาย​ จังหวัด​สุพรรณบุรี​ (สว.สส.สภ.สามกระทาย จ.สุพรรณบุรี)​, ร้อยตำรวจ​เอก​ วีรยุทธ สุขแสง รองสารวัตร​สอบสวน​ สถานีตำรวจ​ภูธร​สองพี่น้อง​ จังหวัด​สุพรรณบุรี​ (รองสว.สอบสวน​สภ.สองพี่น้อง​ จ.สุพรรณบุรี), ร้อยตำรวจ​เอก​ รัชนาท ราษฏรปราณี รองสารวัตร​สอบ​สวน​ สถานีตำรวจ​ภูธรอู่ทอง​ จังหวัดสุพรรณบุรี​ (รองสว.สอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี)​และ ร้อย​ตำรวจ​โท​ ทรงเกียรติ พุทธาประทีป รองสารวัตร​ป้องกัน​ปราบปราม​ สถานีตำรวจ​ภูธร​สระยายโสม​ จังหวัดสุพรรณบุรี​ (รองสว.ป.สภ.สระยายโสม​ จ.สุพรรณบุรี)​

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำผู้ร้องเรียนไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะส่งคดีต่อให้พนักงาน กองบังคับการป้องกันปราบปราม​และประพฤติมิชอบ​ (บก.ปปป.)​ ตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​