ถกเครียด เวนคืนที่ดินกระทบเจ้าของร่วมเคหะหลักสี่ จี้เอกสารแนวเวนคืนกำกวม ถูกบีบราคาชดเชยจาก 1.4 แสน/ตรว. เหลือ 6 หมื่น ซ้ำหวั่นโครงสร้างอาคารทรุด

0
1770

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ลานอเนกประสงค์ส่วนกลาง โครงการการเคหะหลักสี่ ซ.แจ้งวัฒนะ 5 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ คณะกรรมการกลางชุมชนการเคหะหลักสี่ ร่วมกับผู้แทนจากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดรวม 14 อาคาร จำนวนกว่า 2,000 ราย โดยมีเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมและผู้แทนเข้าร่วมกว่า 100 คน ทั้งนี้ ว่าที่ รต.สุทัศน์ กาเซ็ม หัวหน้ากองจัดกรรมสิทธิ์ สำนักการโยธา กทม. กล่าวถึงแนวทางการเวนคืนที่ดินกรรมสิทธิ์ส่วนกลางฯว่า พื้นที่ทั้งหมดที่จะเวนคืนทำการก่อสร้างถนนเลียบกำแพงอาคารชุดที่ 1-6 นั้นอยู่นอกรั้วกำแพง โดยไม่ได้เวนคืนบริเวณหน้าอาคารภายในหรือที่จอดรถ ส่วนเหตุผลหลักที่จะต้องเวนคืนเนื่องจากกำลังมีการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ส่วนขยาย จะทำให้เกิดปัญหาด้านการจราจรมากขึ้น เพื่อความสะดวกของผู้อยู่อาศัยและส่วนราชการจึงจำเป็นต้องเวนคืนที่ดินสร้างถนนเพื่อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามเนื่องจากโครงการนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนการก่อสร้างตามแผนงานจะต้องหาผู้รับจ้างก่อสร้างไม่เกินเดือนกรกฎาคมเพื่อเข้ามาดำเนินการ

“ถ้ามองในภาพรวม ประชาชนชาวเคหะมีแต่ได้กับได้ ไม่มีเสียเลย คือหนึ่งได้ถนนเส้นใหม่ เพื่อการจราจรที่สะดวกมากขึ้น ที่สำคัญเราจะมีค่าเวนคืนให้ตามกฎหมาย” ผู้แทนจากสำนักการโยธากล่าว

เมื่อถามว่า จะมีการเจาะทะลุกำแพงเข้ามาในส่วนของการเคหะหรือไม่ ผู้แทนจากสำนักการโยธากล่าวว่า ส่วนที่ถูกเวนคืนได้ออกแบบไว้แล้ว ส่วนพื้นที่ของการเคหะยังไม่ได้ทำไว้ หากทางชุมชนต้องการจะเชื่อมถนนสายนี้ก็สามารถทำเรื่องร้องขอไปได้เพื่อปรับรูปแบบให้เข้ากัน

ผู้แทนชาวชุมชนถามว่า การสร้างถนนจะห่างกำแพงกี่เมตร ได้รับคำตอบว่า รูปแบบของถนนจะประกอบด้วยผิวทางจราจร ทางเท้า ท่อระบายน้ำ ส่วนจุดที่ใกล้กับกำแพงเจ้าหน้าที่ได้กำหนดจุดมาร์คไว้แล้วน่าจะห่างไม่เกิน 1 เมตร หรือน้อยกว่าราว 20-30 ซม. เลาะไปตามแนวกำแพง ถ้าจะเชื่อมทางออกสู่ถนนก็จะต้องปรับแก้ทางเท้าบริเวณนั้น

เมื่อมีผู้เสนอให้มีการก่อสร้างถนนห่างกำแพง 2-3 เมตร เพื่อป้องกันผลกระทบต่อทรัพย์สินของชุมชน ขณะที่อีกท่านหนึ่งถามว่า แนวทางที่จะให้ชาวชุมชนให้ความร่วมมือมีอะไรบ้าง และค่าเวนคืนจำนวนเท่าไร ผู้แทนจากสำนักการโยธาชี้แจงว่า จำนวนที่ดินที่เวนคืน 5 แปลง แต่ละโฉนดไม่เท่ากัน เช่น โฉนดที่ 258 แนวเขตทางจำนวน 14 ตรว.  โฉนดที่ 259 จำนวน 29 ตรว. โฉนดที่ 260 โดยประมาณ 2 ตรว. โฉนดที่ 266 ประมาณ 1. 31.5 ตรว. และโฉนดที่ 267 ประมาณ 5.5 ตรว. ส่วนการกำหนดค่าทดแทน กำหนดให้ตรว.ละ 6 หมื่นบาท ในขณะที่ราคาประเมินที่ดิน ที่สำนักงานที่ดินกำหนดให้ขณะนี้ ตรว.ละ  2.1 หมื่นบาท ในส่วนประมาณการค่าทดแทนที่ทางชุมชนการเคหะจะได้รับประมาณ 4.5 ล้านบาท นอกจากนี้จะมีส่วนตอบแทนค่าเป็นพื้นถนนด้วย ซึ่งจะมีค่าเฉลี่ยกว้างประมาณ 2.10 เมตร ยาวประมาณ 100 เมตร รวมค่าพื้นถนนประมาณ 4 แสนบาท ทั้งนี้นิติบุคคลทั้ง 14 อาคาร จะได้รับในส่วนที่ถูกเวนคืน

ถามว่า ราคาประเมินที่มีการซื้อขายที่ปรากฏปัจจุบัน ตรว.ละ 1.4 แสนบาท ทำไมราคาถึงแตกต่างกันมาก ผู้แทนจากสำนักการโยธาตอบว่า ราคานี้เป็นราคาประเมินที่ดินที่ติดกับถนนแจ้งวัฒนะบริเวณหน้าศูนย์ราชการ ส่วนที่เวนคืนอยู่ในซอย ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย มีสภาพเป็นทาง ดังนั้นการกำหนดค่าทดแทนในราคาที่เป็นธรรมเมื่อที่ดินอยู่ในพื้นที่ซอยราคาย่อมถูกกว่าส่วนที่ติดถนนใหญ่

มีผู้ถามว่า ทำไมที่ดินที่อยู่ในซอยแจ้งวัฒนะบางแปลงถึงประกาศขายในราคา ตรว.ละ 1.4 -1.5 แสนบาท ผู้แทนจากสำนักการโยธาตอบว่า ที่แปลงนั้นลึกเข้าซอยไม่มากเหมือนแปลงนี้ราคาจึงแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามที่เวนคืนนี้ทางเราก็ให้ราคามากกว่าราคาประเมินอยู่แล้ว และเราก็ให้ราคาอย่างดีที่สุดแล้ว ส่วนจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง 5 แปลงที่ถูกเวนคืนจากการเคหะแห่งชาติให้เป็นกรรมสิทธิ์ของนิติบุคคลชุมชนการเคหะหลักสี่อย่างไรนั้น ให้เป็นเรื่องที่คณะกรรมการกลางจะต้องชี้แจงต่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม

เมื่อมีการขอดูเอกสารราคาประเมินที่ดิน และเมื่อมีการให้ราคาแปลงอื่นเกินกว่า ตรว.ละ 1.3 แสนบาท ทำไมถึงไม่ให้ราคาเท่าๆ กัน ผู้แทนสำนักการโยธาตอบว่า สภาพของการใช้ประโยชน์ที่ดินแตกต่างกัน การทดแทนทางราชการได้กำหนดเกณฑ์ไว้ชัดแล้วตาม 5 องค์ประกอบหลัก จะเอาอย่างราคาประเมินที่ดินของนอร์ทปาร์คนั้นไม่ได้ เพราะราคาตรงนั้นตก ตรว.ละเกือบ 1 แสนบาท ส่วนความต้องการอย่างไรของชาวชุมชนก็ขอให้ทำหนังสือแจ้งเข้ามาเพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาทบทวนให้ และ 1 ใน 5 แปลง คือโฉนดที่  266 ประมาณ 1. 31.5 ตรว. ราคาประเมินอยู่ที่ 2 หมื่น 500 บาท สามารถตรวจสอบได้ สำหรับส่วนก่อสร้างที่อยู่ใกล้กับกำแพงจะห่างมากหรือน้อยก็ต้องไม่น้อยกว่า 30 ซม. ด้านผลกระทบนั้นจะมีทางเท้า 1.50 เมตร ซึ่งกำแพงกับทางเท้าไม่ได้อยู่ติดกันแต่อย่างใด ส่วนแนวทางการป้องกันมลพิษต่อผู้อยู่อาศัยนั้น ว่าที่ รต.สุทัศน์ กล่าวว่า ทางโครงการก่อสร้างได้วางมาตรการป้องกันไว้แล้ว ทั้งด้านการติดตั้งสะแลนขนาดสูงป้องกันฝุ่นและเศษวัสดุก่อสร้างกระจายเข้าที่อยู่อาศัย

หลังใช้เวลาเจรจานานกว่า 2 ชม. นางสาวธีรนุช อำไพรัตน์ เลขาคณะกรรมการกลางเคหะชุมชนฯ ได้เขียนสรุปข้อเจรจาเพื่อให้ กทม.พิจารณาดำเนินการ ได้แก่ 1.เจ้าของร่วมขอให้ กทม. พิจารณาราคาทดแทนให้มีความเป็นธรรมแก่เจ้าของร่วม 2.ผลกระทบจากการก่อสร้างถนนตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนถึงภายหลังโครงการแล้วเสร็จ 3.ขอขยายท่อระบายน้ำจาก 1.5 เมตร เป็น 2 เมตร 3.ขอให้ขยายแนวถนนห่างจากกำแพง 4 เมตร 5.ขอให้ปลูกต้นไม้ใหญ่บนทางเท้า และ6.ผลกระทบต่อตัวอาคารและการทรุดตัว