ชี้ชัดหากเอาจริง “เมาไม่ขับ” ลดตาย-พิการเฉลี่ย 21 ราย/วัน คาดอานิสงส์ช่วงพรรษา 3 เดือนจะสามารถเซฟชีวิตได้มากถึง 200 ราย

0
590

ศวปถ.ชี้ช่วงหยุดยาววันพระใหญ่ ลดตายบนถนนได้ถึง 21 รายต่อวัน เชื่อเข้าพรรษา 3 เดือน ช่วยเซฟผู้เสียชีวิต-พิการ ได้ 470 ราย ด้านเครือข่ายป้องกันภัยแอลกอฮอล์ ยันปัญหาสังคม เจ็บตายลดได้จริง หากคุมเข้มน้ำเมา ชี้นายกมีความห่วงใย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแปรเป็นการปฏิบัติ

วันนี้ (11กรกฎาคม 2560)  นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์  ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน(ศวปถ.) เปิดเผยว่า ปกติแล้วช่วงวันหยุดยาว มักจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 40 รายต่อวัน แต่ปรากฏว่าช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา คือ วันพระใหญ่ อาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ตัวเลขการเสียชีวิตลดลงเหลือเพียง 19 รายต่อวัน หรือลดคนตายได้ 21 ราย สอดคล้องกับข้อมูลเฝ้าระวังการบาดเจ็บของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ที่ครอบคลุม 33 โรงพยาบาลทั่วประเทศ พบว่า ในช่วง 3 เดือน “เข้าพรรษา” จำนวนการเกิดเหตุ และยอดบาดเจ็บรุนแรงที่ต้องแอดมิด ลดลงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปกติ 25-30 รายต่อวัน หรือหากนำมาคาดประมาณภาพรวมทั้งประเทศ เข้าพรรษามียอดบาดเจ็บรุนแรงที่ต้องแอดมิด ลดลง 50-60 รายต่อวัน ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันสิรินธรฯ ที่พบว่า 5 ใน 100 รายที่บาดเจ็บรุนแรง จะลงเอยด้วยความพิการ แสดงว่า ยอดบาดเจ็บที่ลดลง 50-60 รายต่อวัน จะเท่ากับลดผู้พิการ 2-3 คนต่อวัน

“ตัวเลขชี้ชัดว่า เข้าพรรษาช่วยตัดวงจรการดื่ม ทำให้การเกิดอุบัติเหตุลดลง การเสียชีวิตลดลงกว่าช่วงปกติ นั่นแปลว่าระหว่างเข้าพรรษา 3 เดือนนี้ จะช่วยเซฟชีวิตผู้พิการได้ 270 ราย เซฟผู้เสียชีวิตได้ 200ราย และหากงดเหล้าต่อเนื่องหลังออกพรรษา ก็จะช่วยเซฟชีวิตผู้คนบนท้องถนนได้อีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหลังออกพรรษาเป็นช่วงพีคอีกครั้งของอุบัติเหตุ เพราะมีปัจจัยเสริม เช่น งานกฐิน ฉลองออกพรรษา ยาวไปปีใหม่ และมี.ค.-เม.ย.จะเป็นช่วงที่มีอุบัติเหตุมากที่สุด จึงหวังว่ามาตรการลดจำนวนการเสียชีวิตบนท้องถนนช่วงเข้าพรรษาจะทำให้ผู้ที่ยังดื่มสุราอยู่ หันมาช่วยกันสร้างสังคมที่ดีงามร่วมกัน” นพ.ธนะพงศ์ กล่าว

ด้าน นายชูวิทย์  จันทรส  ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์(ครปอ.) กล่าวว่า ในทุกๆ ปีตัวเลขคนเจ็บตายจากอุบัติเหตุ ช่วงวันพระใหญ่ อาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาที่ผ่านมา จะลดลงจากช่วงปกติอย่างเห็นได้ชัด  และในปีนี้ก็เช่นกัน ทั้งนี้หากมีการเก็บข้อมูลการทะเลาะวิวาท การบาดเจ็บในโรงพยาบาลที่มีสาเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะยิ่งชี้ชัดว่าเมื่อมีการจัดการกับปัญหาน้ำเมา บังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง รณรงค์อย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้ปัญหาสังคม ปัญหาอุบัติเหตุลดลงได้จริง ในช่วงสองวันที่ผ่านมาจากการลงสุ่ม เฝ้าระวังการทำผิดกฎหมายของเครือข่ายทั่วประเทศ พบว่าแทบไม่พบร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า แบรนด์ดังๆ ที่ฝ่าฝืนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนร้านเหล้าผับบาร์สวนใหญ่จะปิดร้าน  มีเพียงบางส่วนที่ยังเปิดขายอาหาร หรือสินค้าอื่นๆ แต่ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัญหาโดยรวมยังคงเป็นร้านค้ารายย่อยในชุมชน  โชว์ห่วย ร้านอาหารตามสั่งริมทาง ร้านข้าวต้ม เช่นเดิมที่ยังพบว่ามีการฝ่าฝืนอยู่มากโดยเฉพาะที่ห่างออกไปจากตัวเมือง คาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 15-20% ที่ยังคงฝ่าฝืน

“โดยภาพรวมถือว่าผู้ที่ฝ่าฝืนลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากการสอบถามประชาชนส่วนใหญ่รับรู้กฎหมาย การลงพื้นที่ตรวจตราของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น ตำรวจ ปกครอง สรรพสามิต และองค์กรภาคประชาชน ขยับตัวกันมากขึ้น ทำให้โดยภาพรวมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงวันพระใหญ่ที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ทั้งนี้ในข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรีที่มีความเป็นห่วงปัญหาการกิน-ดื่มของคนไทย และผลกระทบที่รุนแรงนั้น ฝ่ายปฏิบัติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแปรไปสู่การปฏิบัติให้ได้ และเครือข่ายยืนยันว่า หากการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการรณรงค์อย่างจริงจัง ปัญหาจากน้ำเมาลดลงแน่ เราหวังว่าในช่วงเข้าพรรษานี้ ตำรวจ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้ต่อเนื่อง และมีการเก็บข้อมูลวัดผลกันอย่างจริงจัง เพื่อเป็นฐานในการกำหนดทิศทางการป้องกันแก้ไขปัญหาจากน้ำเมาในอนาคต ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความกล้าหาญของรัฐบาลด้วย เพราะเป็นการลงทุนที่น้อยแต่ได้ประโยชน์กลับมาคุ้มค่า” นายชูวิทย์ กล่าว