คลื่นศรัทธาแห่รอคิวเจิม “นะหน้าทอง” วัดไผ่ล้อม หวังสร้างพลังบวกสู้เศรษฐกิจ โควิด หลังระบาดหนักระลอกล่าสุด

0
43

ทุบสถิติใหม่ 457 คิว “หลวงพี่น้ำฝน” นั่งเจิมนะหน้าทอง สูตรหลวงพ่อพูล ยาว 13 ชั่วโมง หลังคลื่นมหาศรัทธาแห่จองคิวตั้งแต่เช้าวัดแทบแตก ระบุหวังมีพลังบวกสร้างกำลังใจ ต่อสู้วิกฤติโควิด-19 ระรอกใหม่ ที่ทำธุรกิจพังยับ ศิษย์เผยไม่มองเป็นเรื่องงมงายแต่คือการสร้างกำลังใจสุดท้ายที่เหลือในเวลานี้ ขณะของเสี่ยงโชคให้ลาภมีผู้คนแห่ขอโชคลาภกุมาสมบัติ หวังพิชิตกองสลากงวดนี้

เมื่อวันที่ 14  มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วิหารพระพุทธเมตตาประทานพร วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม มีคลื่นประชาชนเดินทางมาเพื่อขอรับคิวเพื่อทำพิธีลง “นะหน้าทอง” เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต และขอโชคลาภให้มีความสำเร็จในหน้าที่การงาน ซึ่งพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้เป็นผู้ทำการเจิมลงนะหน้าทองให้กับญาติโยมที่ใช้เวลาในช่วงวันหยุดเข้ามาปักหลักรอคิวในการเข้าพิธี ซึ่งเป็นการได้มากราบขอพรจากสรีระสังขารของหลวงพ่อพูล พระพุทธเมตตาประทานพร รวมถึงมาขอโชคลาภจากกุมารสมบัติ ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ภายในวิหารพระพุทธเมตตาประทานพร ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00 น. หลวงพี่น้ำฝน ได้นำสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย ก่อนที่จะเริ่มพิธีลงนะหน้าทอง ซึ่งมีลูกศิษย์ลูกหาและผู้ที่มารอการร่วมเข้าพิธีนับร้อยคนต่างทยอยมาลงคิวในการเข้าร่วมพิธีทั้งการลงนะหน้าทองและการเจิมกระเป๋าเงิน ซึ่งเป็นช่วงที่มีความชุลมุนไม่น้อย กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้มีการจัดคิวเสร็จสิ้น จึงได้เริ่มพิธี โดยหลวงพี่น้ำฝน ได้ทำการเจิมหน้าผากรวม 13 ชั่วโมง มีการพักเบรกฉันภัตตาหารเพลเพียง 10 นาที โดยคิวสุดท้ายมาจบที่เวลา 21.00 น. รวมทั้งหมด 457 คิว ซึ่งถือเป็นสถิติที่เกิดขึ้นใหม่ ไม่เคยปรากฏมาก่อน และคาดว่าเป็นสถิติการลงนะหน้าทองที่มากที่สุดเพียงวันเดียวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

นางสาวชลธิชา วชิราศรีศิริกุล (นก) อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดยโสธร บอกทั้งน้ำตาว่า ตนเองได้เปิดร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับเที่ยวทะเล ที่ห้างแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งจากวิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทั้ง 2 ระลอกทำให้ธุรกิจพังพินาศ รายได้ที่เคยมีเดือนละ 4-5 แสนบาทต่อเดือน ตอนนี้เหลือแค่ 4-5 พันบาทต่อเดือน และทางห้างไม่ได้ลดคาเช่าร้านให้เลย คือเดือนละ 9 หมื่นบาท ตนเองจึงได้ตัดสินใจปิดร้านไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แทบไม่เหลือเงินติดตัว

“หนูขับรถเหมือนคนไม่รู้สติไปเรื่อยๆ เพราะคิดอะไรไม่ออกหลายชั่วโมงแล้วไปจอดรถที่ไหนไม่รู้ จนที่บ้านโทมาตามให้มีสติก็ตั้งหลักอีกครั้ง มาค้นหาว่าที่ไหนมีเสริมดวงชะตา ก็มาพบที่วัดไผ่ล้อม จึงได้มารอคิวเพื่อเข้าพิธี เพราะเชื่อว่าวิธีนี้จะเสริมให้ดวงตัวเองดีขึ้นมีพลังมากขึ้นและจะกลับมาต่อสู้ทำธุรกิจได้อีกครั้ง วันนี้มารอคิวน่าจะ 5-6 ชั่วโมง เพราะคนเยอะมาก แต่ก็จะรอจนกว่าจะได้เจิมนะหน้าทอง อย่างน้อยหนูเชื่อว่าสิ่งนี้คือสิ่งสุดท้ายที่จะช่วยเหลือหนูได้เพราะบ้านและรถก็ถูกขายและส่งคืนไฟแนนท์ไปหมดแล้ว” นางสาวนก บอก

ด้าน นางสาวจูน อายุ 23 ปี บอกว่าตนเองเชื่อในเรื่องพุทธคุณของพิธีการนี้ เพราะเป็นเครื่องยึดเหนียวจิตใจแม้ตนเองจะไม่ได้กกระทบกับวิกฤติที่ผ่านมามากนัก แต่การได้มาลงนะหน้าทองถือว่าเป็นการต่อยอดให้กับตนเองในเรื่องความเอ็นดูจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะสนับสนุนในหน้าที่การงาน ส่วนตัวมองว่าไม่ได้เป็นเรื่องงมงายและเป็นสิ่งที่ชาวพุทธนั้นได้กำลังใจในยามบ้านเมืองเกิดวิกฤติแบบนี้ที่ดีที่สุด

ทั้งนี้มีการประเมินกระแสของการแห่มาทำการเข้าร่วมพิธีลงนะหน้าทอง ตำรับของหลวงพ่อพูล โดยหลวงพี่น้ำฝนครั้งนี้ น่าจะเกิดจากสภาวะความตรึงเครียดของพี่น้องประชาชนที่มีกำลังหาความหวังในการดำเนินชีวิตหลังจากเกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีพุทธคุณเมตตามหานิยม เรียกทรัพย์ ให้ผลทางด้านการค้าขายและการสำเร็จจากการทำงาน แคล้วคลาดปลอดภัย ซึ่งเป็นสูตรที่หลวงพ่อพูล ได้ใช้มาครั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาจนเป็นที่ทราบดีของศิษยานุศิษย์ ซึ่งหลวงพี่น้ำฝนได้รักษาและสืบสานต่อเอาไว้จนถึงทุกวันนี้

ประกอบกับการที่ประเทศไทยกำลังมีการได้รับวัคซีนป้องกันไวรัส ซึ่งทำให้อาจจะมีการคลายล๊อคดาวน์ที่จะทำให้มีการทำงานที่คล่องตัวมากขึ้น รวมถึงส่วนใหญ่ผู้คนที่มานั้นก็มาแสวงหาโชคลาภเพื่อหารายได้ให้กับชีวิตเพื่อเลี้ยงชีวิตและครอบครัว วัดต่างๆ จึงมีประชาชนเดินทางเข้าไปขอดชคลาภมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการใกล้ที่จะมีการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล คนที่เข้ามาร่วมพิธีจึงได้หาเลขเด็ด เช่น 457 จำนวนสถิติของคนที่มาเจิมหน้าผาก หรือ 145 คนที่ลงนะหน้าทอง 9 แผ่น  199 คนที่ลงละ 5  แผ่น 193`คนที่ลง 3 แผ่น รวมถึงการล้วงโถเสี่ยงโชคที่ตั้งหน้ารูปปั้นกุมารสมบัติ ซึ่งมีความเอาน้ำแดงและของเล่นมาแก้บนไว้เป็นจำนวนมากด้วย