“ครู” แม่พิมพ์แห่งชาติ ผู้สร้างรากฐานแห่งความมั่นคงให้กับหลายชีวิตที่เติบโต โดยปราศจากอบายมุข เหล้า-บุหรี่

0
216

“ครู” แม่พิมพ์แห่งชาติ ผู้สร้างรากฐานแห่งความมั่นคงให้กับหลายชีวิตที่เติบโต โดยปราศจากอบายมุข เหล้า-บุหรี่

 เมื่อถึงวันสำคัญ ที่ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2565  “วันครูแห่งชาติ” ทำให้ย้อนระลึกถึงคุณครูคนแรกตั้งแต่สมัยเรียนชั้นอนุบาล ประถม มัธยมก็ตาม คุณครูประจำชั้น หรือแม้แต่ครูฝ่ายปกครองทุกท่านที่ตั้งใจที่จะสอนให้เราเติบโตเป็นบุคลากรที่ดีของชาติ โดยปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้มอบคำขวัญ เนื่องในโอกาสวันครู ระบุว่า คำขวัญวันครูปี 2565 “พัฒนาครู พัฒนาเด็ก เรียนรู้สู่อนาคต” 

 ครู คือ ผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่จะนำพาศิษย์ไปในทิศทางที่ถูกต้อง เป็นผู้สั่งสอนศิษย์ ผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ ด้วยเหตุนี้ครูจึงเป็นบุคคลสำคัญที่คอยประสิทธิ์ประสาท วิชาความรู้ อบรมสั่งสอน สร้างสรรค์ พัฒนาภูมิปัญญา และเป็นปูชนียบุคคล ควรที่จะได้รับการน้อมเคารพจากศิษย์ทั้งปวง และวันนี้ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ขอยกย่องบุคคลที่เป็นแม่พิมพ์ของชาตินับว่าเป็นผู้เสียสละที่ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนการสอนไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายครูดีไม่มีอบายมุขในโครงการโรงเรียนคำพ่อสอน และโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นตัวแทนในการยกย่องชื่นชม ผู้เป็นแม่พิมพ์ที่ดี สำหรับโครงการดังกล่าวนี้

นางกฤตติยา  มงคลวิสุทธิ์ (ครูน้อย) ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนราชานุบาล จังหวัดน่าน กล่าวถึงการมีอาชีพเป็นครูว่า ได้รับการบรรจุเป็นครูตั้งแต่ปี 2537 ซึ่งเป็นอาชีพที่คุณพ่อและหลายๆ คนใฝ่ฝัน ต่อจากนั้นการเป็นครูสำหรับเด็กปฐมวัย ระดับอนุบาลเป็นงานสอนระดับการปูรากฐานและความมั่นคงเบื้องต้นของการศึกษา บางคนอาจจะมองว่าเป็น การทำงานแบบปิดทองหลังพระ ซึ่งในวันนี้เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงความสำเร็จของนักเรียน แอบยิ้มปลื้มใจทุกครั้งที่เห็นนักเรียนทีเติบโตขึ้นมาผ่านระดับอนุบาลขึ้นมาเป็นประถมศึกษาและเข้าระดับมัธยม ตลอดจนมหาวิทยาลัย อย่างไม่เกเร เป็นความภาคภูมิใจที่ทำให้หัวใจมันพองฟูขึ้นได้เป็นอย่างดี สำหรับอาชีพครู มีความประทับใจ ภูมิใจมากที่เห็นความสำเร็จของเด็กๆ ในวันนี้ เด็กวัยอนุบาล  เปรียบเสมือนผ้าขาว เรามอบสิ่งไหนให้เขา เขาจะได้ซึมซับในทุกอย่าง ดังนั้นการเป็นครูอนุบาลถึงแม้จะไม่มีใครเห็นความสำคัญ เราก็ภูมิใจที่เราแต่เราก็ภูมิใจที่เราได้สร้างเด็กคนหนึ่งให้เขาประสบความสำเร็จเพราะเราคือผู้ปิดทองหลังพระ ครูเป็น My Idol พวกเขาจะจดจำบุคลิกของครู ดังนั้นการวางตัวให้เหมาะสม สุภาพเรียบร้อย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ต่างๆ พร้อมกันให้ความรักความอบอุ่น ก็จะสามารถส่งส่งเสริมให้เค้าเติบโตอย่างมีคุณภาพ

ครูน้อยกล่าวเพิ่มเติมว่า การเป็นครูตลอดชีวิตนี้  คิดแค่ว่าจะทำอย่างไรเด็กๆตั้งใจเรียน ไม่เกเร หรือไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ในอดีตมันยากเย็นและกว่าจะสร้างการรับรู้บางครั้งก็ไม่อาจดึงเด็กให้ออกห่างอบายมุข เหล้าบุหรี่ ต่างๆได้ การสอนเด็กเล็กการปลูกพลังบวกเป็นสิ่งสำคัญ เป็นการปลูกฝังพลังต่างๆ พลังความคิดในสิ่งที่ดีเด็กควรรู้จักการปฏิเสธ เพื่อการรับรู้และตัดสินใจ ใช้ชีวิตเพื่อเติบโตอย่างมีภูมิคุ้มกันในสังคมต่อไป ปัจจุบันได้ร่วมโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย ร่วมกับเครือข่ายงดเหล้า และ สสส. ที่ทำให้มีเครื่องมือ และกระบวนการต่างๆ ที่ทำให้เข้าถึงปัญหาและแก้ไขได้ทันท่วงที ตัวอย่างเช่น ครูได้เห็นเด็ก  3 คน นำนมมาเทใส่แก้วน้ำ และมีการยกชนแก้วพร้อมพูดว่า “อ้าว…หมดแก้ว” ครูตกใจมาก คิดว่านักเรียนเห็นภาพนี้มาจากที่ไหน จึงรีบนำนิทานมาเล่าสอดแทรก ในการเรียนการสอนครั้งนี้ ซึ่งเป็นการนำเสนอมุมมอง พร้อมการอธิบาย เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเลียนแบบพฤติกรรมการดื่ม ซึ่งสามารถพูดเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนเบื้องต้นได้เลย

นางสาววราพร คำปา (ครูอ้อ) ครูโรงเรียนบ้านลวงเหนือ สพป.เชียงใหม่ เขต 1 กล่าวว่า ครูคนแรกคือพ่อ แม่ของเรา จากที่เรากินข้าวไม่ได้ เดินไม่ได้เลยและท่านสอนให้เราทำได้  สอนทำให้เราสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ และพอมาโรงเรียนทำไมเราเริ่มเขียนหนังสือได้ กระแสในสมัยก่อนใครๆ ก็มองว่าครูเปรียบเสมือนเรือจ้าง จากที่ได้สัมผัสครูระดับประถม การที่เขาให้เราทำ ในบางสิ่งมันเหมือนเป็นการฝึก เพื่อทำความเข้าใจ ฝึกเพื่อให้เรียนรู้ จนเกิดทักษะบางอย่างสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน เคยมีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะในบรรดาข้าราชการ อาชีพครูเป็นอาชีพที่รู้สึกว่ามีคุณค่าน้อยที่สุด จนได้มาฟังคำพูดของครูท่านหนึ่งที่ให้สติพูดว่า “ครูคืออาชีพบุคคลปฐมบท ในชีวิตของคนเราจะไม่สามารถมีอาชีพคุณหมอ จะไม่มีผู้พิพากษา จะไม่มีทหาร หรือทุกสายงานอาชีพ ถ้าไม่มี ครู เพราะทุกคนก็ต้องเริ่มเรียนรู้จากการอ่านออกเขียนได้” นี่คือความสำคัญของวิชาชีพ “ครู” จุดนี้ทำให้มีความภาคภูมิใจ และรักในวิชาชีพครูมากขึ้น

ครูอ้อกล่าวต่อว่า  แรงบันดาลใจอีกอย่าง ซึ่งมีความยินดีที่จะกล่าวถึงคือการเข้าร่วมโครงการโรงเรียนคำพ่อสอน เพราะต้องการนำพระบรมราโชวาทของ รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางปฏิบัติ ในการเป็นข้าราชการครู และคิดว่าถ้าสามารถทำให้เด็กอ่านออกเขียนได้ จะต้องทำให้ทุกคน ที่ได้สอน เป็นคนดีของสังคม โดยเฉพาะมีภูมิคุ้มกัน ปลอดจากอบายมุข เกี่ยวกับเรื่องอบายมุข ทุกรูปแบบ เป็นความเสื่อม เป็นหายนะ ที่ทุกคนมองข้าม เป็นตัวขัดขวาง การเจริญเติบโตของเด็กในทุกรูปแบบ ทุกมิติ ถึงเขาเจริญเติบโตไปได้ แต่ถ้าเขายังมีอบายมุขในจิตใจ ในชีวิตประจำวันแล้ว เขาก็จะประพฤติตัวไม่เหมาะสมในสังคมวันข้างหน้า ความศรัทธาในวิชาชีพครู มันเป็นคุณค่า เป็นจิตวิญญาณ ของความเป็นอาชีพครู หากว่าคุณเป็นผู้สูงส่งในสายงานอาชีพต่างๆ แต่ถ้าหากว่าคุณยังไม่ปลอดอบายมุข มันก็จะต้องมีเรื่องความไม่เหมาะสมเข้ามา ถึงแม้จะไม่มีใครเห็นแต่เราควรรู้อยู่แก่ใจว่าเราประพฤติปฏิบัติตนเหมาะสมหรือไม่ และนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ครูควรจะต้องชี้ให้นักเรียนเห็นตลอดจนการเป็นต้นแบบ ในการประพฤติปฏิบัติตน เป็นแบบอย่าง ที่ดี สำหรับครูเอง ครูก็จะสอนให้นักเรียนเห็น การเป็นผู้ที่ปลอดอบายมุข แล้ว มีผลดีต่อตัวเอง ต่อครอบครัวและส่งผลดีต่อสังคมอย่างไร

สำหรับจุดประสงค์ในการมีวันครูนี้ เพื่อให้นักเรียนได้ระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ แม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ของชาติที่ได้อบรมสั่งสอนเรามาตั้งแต่เล็ก ทำให้เราเป็นคนดีรู้วิชา เพราะฉะนั้นครูจึงเป็นบุคคลที่สำคัญอย่างมากในวงการ การศึกษา ทั้งในด้านวิชาการ และประสบการณ์ รวมทั้งเป็นอาชีพที่ถือว่ามีความเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างมากในโอกาสวันครูแห่งชาตินี้ ขอให้คุณครูทุกท่านจงภาคภูมิใจ และมั่นคงในอาชีพครู เป็นผุ้มีบุญคุณ และเป็นผู้นำแสงสว่างมาสู่ชีวิตของเราทั้งหลาย ขอน้อมระลึกถึงครูทุกท่าน ด้วยความศรัทธาจากใจ